โจทย์ใหญ่ไทย เร่งแก้ขาดดุลการค้า พาณิชย์ลดพึ่งพาตลาดหลัก กระจายตลาดรอง

วันนี้ ( 1 ก.ย.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึง สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งไทยขาดดุลการค้ารวม 35,354.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ว่า หากพิจารณาลงไปในโครงสร้างการนำเข้าพบว่า การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิต โดยสินค้าทุนและวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเคมีภัณฑ์ มีสัดส่วนรวม2.9% ของการนำเข้าทั้งหมด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์

ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับการขยายตัวของกิจกรรมภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบสื่อสาร และระบบไฟฟ้า ซึ่งไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตระหว่างประเทศ

ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วน9.2% ของการนำเข้าทั้งหมด และเมื่อแยกพิจารณาดุลการค้าเฉพาะสินค้าสำหรับผู้บริโภค โดยไม่นับรวมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การส่งออก อาวุธยุทธปัจจัย และพลังงาน ไทยยังเกินดุล 13,315 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าภาวะขาดดุลการค้าในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีสาเหตุหลักจากการนำเข้าสินค้าเพื่อการบริโภค

โจทย์ใหญ่ไทย เร่งแก้ขาดดุลการค้า  พาณิชย์ลดพึ่งพาตลาดหลัก กระจายตลาดรอง

โจทย์ใหญ่ไทย เร่งแก้ขาดดุลการค้า พาณิชย์ลดพึ่งพาตลาดหลัก กระจายตลาดรอง

สำหรับในระยะต่อไป สิ่งสำคัญ คือ การต่อยอดการผลิตและการลงทุนที่เกิดขึ้นให้สร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทยได้มากขึ้น ทั้งผ่านการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ การจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น

ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าสร้างสมดุลทางการค้าโดยยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit) กับประเทศคู่ค้า ไม่ได้มุ่งทำให้มูลค่าการนำเข้าและส่งออกเท่ากันในเชิงตัวเลข แต่ต้องการให้ความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนสร้างประโยชน์กลับเข้าสู่เศรษฐกิจไทยมากขึ้น

โจทย์ใหญ่ไทย เร่งแก้ขาดดุลการค้า  พาณิชย์ลดพึ่งพาตลาดหลัก กระจายตลาดรอง

โจทย์ใหญ่ไทย เร่งแก้ขาดดุลการค้า พาณิชย์ลดพึ่งพาตลาดหลัก กระจายตลาดรอง

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับประเทศที่มีการลงทุนในไทยสูง จะผลักดันให้เกิดการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) รวมถึงแรงงานในประเทศให้มากขึ้น พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน จะสร้างความเชื่อมั่นให้ไทยเป็นประเทศคู่ค้าที่ไว้วางใจได้ ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และต่อยอดความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพไปสู่การร่วมกันสร้างมูลค่าใหม่ นำจุดแข็งของไทยและประเทศคู่ค้ามาร่วมกันพัฒนาสินค้า อุตสาหกรรม หรือโอกาสทางธุรกิจ และขยายตลาดร่วมกัน ด้วยแนวคิด ขายให้ ไปสู่การ ขายร่วมกัน

ทั้งนี้เป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ไม่ใช่เพียงการลดตัวเลขขาดดุลการค้า แต่คือการใช้ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับประเทศคู่ค้ามาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับไทย ต้องทำให้การค้าและการลงทุนที่เกิดขึ้นช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นในประเทศ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น

โจทย์ใหญ่ไทย เร่งแก้ขาดดุลการค้า  พาณิชย์ลดพึ่งพาตลาดหลัก กระจายตลาดรอง

โจทย์ใหญ่ไทย เร่งแก้ขาดดุลการค้า พาณิชย์ลดพึ่งพาตลาดหลัก กระจายตลาดรอง

ขณะเดียวกัน ไทยต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้ามองเราเป็นพันธมิตรที่วางใจได้ และพร้อมต่อยอดจากการซื้อขายระหว่างกัน ไปสู่การร่วมกันสร้างสินค้า ธุรกิจ และตลาดใหม่ เป้าหมายสุดท้ายคือความสัมพันธ์ทางการค้าที่ไม่ได้เติบโตเพียงด้านตัวเลข แต่เป็นการเติบโตที่สร้างประโยชน์ร่วมกัน และทำให้ไทยกับประเทศคู่ค้าสามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

อ่านข่าว:

พลังงาน-ทองคำ-เทคโนโลยีหนุน สนค.เผยราคาส่งออก-นำเข้า ก.ค.โตชะลอ

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1% รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

สนค.ชี้ส่งออก ก.ค.ทุบสถิติ อิเล็กทรอนิกส์-เกษตรหนุน