เชียงใหม่เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดค้นหา-ส่งต่อ-ดูแลระยะยาว
การสุ่มตรวจหาสารเสพติดเจ้าหน้าที่รัฐและพนักงาน อบต.เป็นหนึ่งในแผนการป้องกันยาเสพติดของ อบต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ในช่วงแผนปฏิบัติการเร่งด่วน Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด 1 ก.ค.-30 ก.ย. ของกระทรวงมหาดไทย
เชียงใหม่เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดค้นหา-ส่งต่อ-ดูแลระยะยาว
แม้อำเภอจอมทองจะไม่ใช่พื้นที่ชายแดน แต่ที่นี่ถือเป็นจุดพักและกระจายยาไปยัง จ.ลำพูน และ จ.แม่ฮ่องสอน และ ในพื้นที่มีประชากรแฝงรวมทั้งแรงงานเคลื่อนย้ายหนาแน่น ทำให้มีสถิติการจับกุมค่อนข้างสูง ตั้งแต่ต้นปีมีคดีอาญา 293 คดี ในจำนวนนี้เป็นคดียาเสพติด 172 คดี
รุ่งสุริยา เชียงชีระ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลข่วงเปา
นายรุ่งสุริยา เชียงชีระ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลข่วงเปา ระบุว่า รูปแบบการแก้ปัญหายาเสพติดของตำบลข่วงเปา เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง คือ นายอำเภอ, ตำรวจ สภ.จอมทอง, ผอ.สาธารณสุขอำเภอ, นายก อปท., ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำศาสนา และ ผอ.โรงเรียน มีการขับเคลื่อนงานป้องกัน เฝ้าระวังภัยรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กนักเรียน
เชียงใหม่เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดค้นหา-ส่งต่อ-ดูแลระยะยาว
กรณีตำรวจจับกุมผู้เสพ หรือ ทางอำเภอคัดกรองเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา อบต.ข่วงเปาจะมีบทบาทในการดูแลต่อเนื่อง สร้างอาชีพด้วยการฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น หรือ เปิดโอกาสให้เป็นลูกจ้างงานบริการสาธารณะ เพื่อให้ผู้ป่วยมีอาชีพ ลดการกลับไปเสพซ้ำและคืนคนดีสู่สังคม เพราะที่ผ่านมาพบว่าผู้เสพส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มเดิมๆ และมักก่อคดีอาชญากรรมอื่นๆ ด้วย
เชียงใหม่เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดค้นหา-ส่งต่อ-ดูแลระยะยาว
สำหรับแผนปฏิบัติการเร่งด่วน Operation 90 Days ของภาครัฐ ถือเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อตัดวงจรยาเสพติดอย่างจริงจัง แต่ปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องทำงานกันอย่างต่อเนื่อง
มาตรการ 90 วัน คงต้องทำอย่างต่อเนื่อง อาจจะขยายเป็นทุกๆ 30 วัน หน่วยงานต่างๆ มีหน้าที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเพียง 90 วันคงไม่พอ ที่สำคัญคือการทำงานเครือข่ายเชิงรุก ในระดับหมู่บ้าน ผู้นำชุมชนหากสามารถสกัดไว้ได้ก่อน ปัญหาน่าจะลดน้อยหรือหมดไป
อดีตผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ ต.ข่วงเปา เล่าว่า จุดเริ่มต้นในการใช้ยาเสพติดเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น ระหว่างที่เดินทางไปเรียนในเมืองและอาศัยอยู่หอพัก ชายคนรักและกลุ่มเพื่อนนำมาให้ทดลองใช้ทั้งยาบ้าและเฮโรอีน
เชียงใหม่เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดค้นหา-ส่งต่อ-ดูแลระยะยาว
จุดเปลี่ยนสำคัญคือปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว เมื่ออดีตสามีดื่มเหล้าและเสพยาจนต้องเลิกรากัน ก่อนได้รับกำลังใจจากเพื่อนรุ่นพี่ ซึ่งประสบปัญหาสามีติดยาเช่นกัน จึงตัดสินใจเลิกเด็ดขาดและเข้าสู่กระบวนการบำบัด เพราะยาเสพติดไม่มีประโยชน์ แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง
โทษที่น่ากลัวของยาเสพติด ทำให้ร่างกายบกพร่อง เป็นโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคความดัน โรคเบาหวาน โรคเก๊าท์ และโรคไต รวมไปถึงโรคทางจิต บางคนใช้ยาเสพติดแล้ว ด้วยจิตใจที่อ่อนแอ อาจจะทำให้กลายเป็นผู้ป่วยจิตเวช บางคนใช้ทั้งยาบ้าและดื่มแอลกอฮอล์คู่กัน ยิ่งส่งกระตุ้นให้ร่างกายผิดเพี้ยนไปเลย
นพ.อภินันท์ อร่างรัตน์ นักวิชาการ ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ
นพ.อภินันท์ อร่างรัตน์ นักวิชาการ ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติด มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หน่วยงานรัฐไม่สามารถทำงานตามลำพังเพียงหน่วยงานเดียว แผนปฏิบัติการเร่งด่วน 90 วัน หากเน้นเพียงการค้นหาผู้เสพและเข้าสู่ระบบเร่งด่วนเพียงเพื่อสร้างผลงาน โดยไม่มีระบบดูแลต่อเนื่อง จะส่งผลให้สถานการณ์กลับไปแย่เหมือนเดิม และสูญเสียงบประมาณหรือทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ สิ่งสำคัญคือการประเมินผล การส่งต่อข้อมูล และดูแลระยะยาว
ใน 100% ที่เข้ามาสู่กระบวนการ คงจะมีจำนวนหนึ่งที่สามารถใช้โอกาสนี้ปรับปรุงพฤติกรรมตัวเอง แต่ก็คงจะมีจำนวนหนึ่งซึ่งยังต้องใช้เวลานานขึ้น จึงต้องมีระบบที่จะดูแลเขาต่อ ไม่ว่าจะเป็นของมหาดไทยเอง กระทรวงสาธารณสุขเอง หรือกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวง พม.ที่ดูแลเรื่องการทำงาน การอาชีพ และ กระทรวงศึกษาธิการ ในการดูแลเรื่องการศึกษา
เชียงใหม่เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดค้นหา-ส่งต่อ-ดูแลระยะยาว
ก่อนจะจบ 90 วัน ควรจะมีกระบวนการประเมินอีกครั้งหนึ่งว่าเขาพร้อมแค่ไหน เขามีการเปลี่ยนแปลงแค่ไหนแล้ว ข้อมูลนี้ควรจะต้องส่งต่อไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องดูแลต่อ ถ้าเราไม่ทำต่อ ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม งานที่ลงทุนไปใน 90 วัน แม้จะไม่ถึงกับสูญเปล่า แต่ก็จะได้ประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
รายงานสถานการณ์และการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 – 10 ส.ค.2569 จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดรวม 5,903 ราย มากเป็นอันดับที่ 7 ของประเทศ โดย 3 อันดับแรกของประเทศ ได้แก่ อุดรธานี 9,283 ราย, นครราชสีมา 8,196 ราย และขอนแก่น 7,481 ราย ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศ มีผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด 1.5 แสนคน
เชียงใหม่เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดค้นหา-ส่งต่อ-ดูแลระยะยาว
ส่วนช่วงอายุของผู้เข้ารับการบำบัด ที่มีอายุน้อยที่สุด อายุเพียง 13 ปี และอายุมากที่สุด 85 ปี เป็นชาย 86.49% และหญิง 13.51% ประเภทสารเสพติดที่ใช้มากที่สุด คือ ยาบ้า 44.7% รองลงมาคือ เฮโรอีน 27.2% และฝิ่น 22.7%
รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่ออาวุโสข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
"รักชนก" ยื่นหลักฐานให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ 5 คน โยงโครงการ TH-AI Passport
"ท่าเรือเชียงแสน" การค้าแม่น้ำโขงทะลุ 1.3 หมื่นล้าน หลังจีนเชื่อมท่าเรือ-ทางด่วน
“สีหศักดิ์” จ่อชงครม.สงขลา ขยายสร้างรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย สกัดสินค้าเถื่อน-ยาเสพติด
36 ปีสืบนาคะเสถียร จับตา "ป่ามรดกโลก" ไม่ได้การันตีไร้ภัยคุกคาม