สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว

สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว (Senbiki Okami Yokai)

บทความโดย : หรูอี้ www.marumura.com

เซ็มบิกิ โอคามิ (千疋狼/せんびきおおかみ) แปลตรงตัวได้ว่า “หมาป่าพันตัว” แต่คำว่า senbiki ไม่จำเป็นต้องหมายถึงจำนวนหนึ่งพันอย่างแท้จริง หากใช้ในความหมายว่า “มากมายเหลือคณานับ” เรื่องของเซ็มบิกิ โอคามิจึงไม่ได้หมายถึงโยไคที่มีรูปร่างเป็นหมาป่าตัวเดียว หากเป็น “รูปแบบของตำนาน” ที่ว่าด้วยฝูงหมาป่าจำนวนมหาศาล ซึ่งออกล่าเหยื่อในเวลากลางคืน โดยเฉพาะตามช่องเขา ถนนบนภูเขา และบริเวณรอยต่อระหว่างป่ากับชุมชน โครงเรื่องที่พบในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นมีลักษณะร่วมกันอย่างโดดเด่น คือ นักเดินทางที่เดินทางในเวลากลางคืนถูกฝูงหมาป่าไล่ต้อนจนต้องปีนขึ้นต้นไม้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่หมาป่ากลับแสดงความสามารถเหนือธรรมชาติด้วยการปีนเกาะหลังหรือยืนบนไหล่ของกันและกัน ต่อร่างเป็น “บันไดที่มีชีวิต” เพื่อขึ้นไปถึงเหยื่อบนต้นไม้ เมื่อบันไดยังสูงไม่พอ ฝูงหมาป้าจะเรียกหัวหน้าหรือสิ่งมีชีวิตประหลาดบางอย่างมาช่วยจัดการกับเหยื่อ โครงสร้างดังกล่าวทำให้เซ็มบิกิ โอคามิมีลักษณะเป็นตำนานเกี่ยวกับ พลังของฝูง มากกว่าจะเป็นเรื่องของหมาป่าเพียงตัวเดียว และนักคติชนวิทยามองว่ารูปแบบนี้สะท้อนภาพของหมาป่าในฐานะสัตว์ที่ฉลาด แข็งแรง และสามารถเคลื่อนไหวร่วมกันเป็นกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว (Senbiki Okami Yokai)

ความน่าสนใจของตำนานนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหมาป่าในญี่ปุ่น ก่อนที่หมาป่าญี่ปุ่นจะสูญพันธุ์หมาป่าเคยเป็นสัตว์ที่มนุษย์พบเห็นจริงในพื้นที่ชนบทและภูเขา โดยเฉพาะหมาป่าฮนชู (Canis lupus hodophilax) ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมาป่ามีทั้งด้านที่น่าเกรงกลัวและด้านที่ได้รับการยกย่อง บางพื้นที่มองหมาป่าในฐานะสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับโลกศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นผู้คุ้มครอง ขณะที่เรื่องเล่าบางกลุ่มกลับนำเสนอหมาป่าในฐานะนักล่าที่อันตรายและเจ้าเล่ห์ ตำนานเซ็มบิกิ โอคามิจึงสามารถเข้าใจได้ว่าเป็นการนำประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการพบฝูงหมาป่าในเวลากลางคืนมาขยายให้กลายเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ นักมานุษยวิทยา John Knight ซึ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชาวญี่ปุ่นกับหมาป่า ก็ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของหมาป่าในจินตนาการและวัฒนธรรมชนบทของญี่ปุ่น ในโลกที่ถนนบนภูเขายังมืดสนิทและการเดินทางยามค่ำคืนเต็มไปด้วยความเสี่ยง การได้ยินเสียงหมาป่าจำนวนมากล้อมอยู่รอบตัวคงเป็นประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเล่าต่อจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง พฤติกรรมของสัตว์จริงจึงถูกเติมแต่งจนกลายเป็นฝูงหมาป่าที่สามารถต่อร่างกันเป็นบันไดและเรียกปีศาจมาช่วยล่าเหยื่อ

หนึ่งในเรื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดมาจากแคว้นโทสะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในจังหวัดโคจิ บริเวณที่เกี่ยวข้องกับเมืองมุโรโตะ เรื่องนี้รู้จักกันในชื่อ “ภรรยาของช่างตีเหล็ก” หรือ Kajiga-kaka / Kajiga-baba และได้รับการบันทึกไว้ในหนังสือรวมตำนานท้องถิ่น Tosa no Densetsu ซึ่งหอสมุดจังหวัดคางาวะระบุว่ามีเรื่อง “鍛冶が嬶” อยู่ในหนังสือดังกล่าว หน้า 20–22 และยังระบุด้วยว่า “เซ็มบิกิ โอคามิ” เป็นหนึ่งในรูปแบบของนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น ในเรื่อง หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งกำลังเดินทางผ่านช่องเขาในเวลากลางคืนเพื่อไปยังนาฮาริ แต่กลับเกิดเจ็บท้องคลอดกลางภูเขา โชคดีที่มีคนส่งสารผ่านมาและช่วยนางขึ้นไปหลบบนต้นไม้ ทว่าไม่นานฝูงหมาป่าก็ปรากฏตัวขึ้นและล้อมต้นไม้เอาไว้ พวกมันพยายามกระโดดและปีนต้นไม้ แต่ไม่สามารถเอื้อมถึงทั้งสองคนได้ จากนั้นหมาป่าก็เริ่มปีนขึ้นบนหลังของกันและกันจนกลายเป็นบันไดมีชีวิตที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใกล้จะถึงเหยื่อ พวกมันกลับพบว่าขาดหมาป่าอีกเพียงตัวเดียว จึงร้องเรียก “ภรรยาของช่างตีเหล็กจากซากิฮามะ” ให้มาช่วย ไม่นานหมาป่าสีขาวขนาดมหึมาก็ปรากฏตัวขึ้น โดยใช้กาต้มน้ำเหล็กครอบศีรษะเหมือนหมวกกันน็อก ก่อนจะปีนขึ้นไปตามบันไดหมาป้า คนส่งสารจึงใช้วากิซาชิฟันลงไปอย่างสุดแรง ดาบผ่ากาต้มน้ำออกและทำให้สัตว์ประหลาดได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ฝูงหมาป่าทั้งหมดจะหายไป เมื่อถึงรุ่งเช้า คนส่งสารตามรอยเลือดไปจนถึงบ้านช่างตีเหล็ก และพบว่าภรรยาที่นอนบาดเจ็บอยู่แท้จริงแล้วเป็นหมาป่าสีขาวยักษ์ที่แปลงร่างมา ส่วนใต้พื้นบ้านกลับพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมาก เรื่องนี้จึงเปลี่ยนจากนิทานการเอาชีวิตรอดจากสัตว์ป่าไปสู่เรื่องของ บาเคโมโนะที่แฝงตัวอยู่ในโลกมนุษย์

อย่างไรก็ตาม เรื่อง “ภรรยาของช่างตีเหล็ก” ไม่ใช่รูปแบบเดียวของเซ็มบิกิ โอคามิ เพราะตำนานประเภทนี้แพร่กระจายไปในหลายภูมิภาค และตัวละครที่ถูกเรียกมาเสริมกำลังให้ฝูงหมาป่าก็แตกต่างกันไป ในเขตอิซุโมมีเรื่อง “โคอิเกะบาบะ” ซึ่งสิ่งที่ถูกเรียกมาช่วยกลับเป็นแมวชราที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ส่วนบริเวณภูเขายาฮิโกะในเอจิโกะ มีเรื่องของ “ยาซาบุโรบาบะ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับหญิงชราหรือหญิงปีศาจ และรายละเอียดสำคัญคือบาดแผลที่ผู้รอดชีวิตสร้างให้กับสิ่งประหลาดระหว่างการต่อสู้จะปรากฏขึ้นกับร่างของมันในโลกมนุษย์ในเช้าวันรุ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น หากสิ่งที่ถูกเรียกมาถูกฟันที่ศีรษะ เมื่อกลับไปถึงบ้านก็จะพบสัตว์หรือหญิงชราที่มีบาดแผลในตำแหน่งเดียวกัน รูปแบบนี้ทำหน้าที่เป็น “หลักฐาน” ภายในเรื่องว่าการต่อสู้ในยามค่ำคืนไม่ได้เป็นเพียงภาพหลอนของนักเดินทาง แต่เป็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ ในบางคำอธิบายยังพบความเชื่อมโยงระหว่างเซ็มบิกิ โอคามิกับโยไคประเภทอื่น เช่น โอกุริโอคามิ หรือ “หมาป่าที่ติดตามนักเดินทาง” รวมถึงนกกลางคืนที่คอยนำทางหรือเปิดเผยตำแหน่งของคนที่หลงทางให้ฝูงหมาป่ารู้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าตำนานหมาป่าในญี่ปุ่นไม่ได้ประกอบด้วยเรื่องเดี่ยว ๆ แต่มีเครือข่ายของเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกัน โดยมี “นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวบนถนนยามค่ำคืน” เป็นเหยื่อสำคัญ

ในแง่คติชน เซ็มบิกิ โอคามิจึงน่าสนใจตรงที่ “ความน่ากลัวไม่ได้เกิดจากจำนวนหมาป่าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเป็นหนึ่งเดียวของฝูง” นักเดินทางในเรื่องมักอยู่เพียงลำพัง ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถประสานงานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ หมาป่าตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นฐาน อีกตัวปีนขึ้นไป อีกตัวทำหน้าที่เป็นส่วนต่อของบันได และเมื่อกำลังของฝูงยังไม่เพียงพอ ก็สามารถเรียกสิ่งเหนือธรรมชาติที่มีพลังมากกว่าเข้ามาช่วยได้ จุดนี้ทำให้เซ็มบิกิ โอคามิต่างจากเรื่องผีหรือโยไคที่มุ่งเน้นสัตว์ประหลาดตัวเดียว เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การที่ธรรมชาติทั้งผืนดูเหมือนกำลังร่วมมือกันล่าเหยื่อ ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่เกิดเหตุยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก ช่องเขา ป่า และถนนบนภูเขาเป็นพื้นที่ชายขอบระหว่างโลกของมนุษย์กับพื้นที่ที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้ ส่วนเวลากลางคืนคือช่วงเวลาที่เส้นแบ่งระหว่างโลกธรรมดากับโลกของภูตผีดูเหมือนจะบางลง เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงรุ่งเช้า ความมืดจึงถูกแทนที่ด้วยแสงสว่าง บาดแผล รอยเลือด โครงกระดูก หรืออนุสรณ์สถานกลายเป็นเครื่องยืนยันว่าเหตุการณ์ประหลาดนั้นเคยเกิดขึ้นจริง ด้วยเหตุนี้ เซ็มบิกิ โอคามิจึงเป็นทั้งเรื่องเล่าของสัตว์นักล่า ตำนานโยไค และภาพสะท้อนความหวาดกลัวของผู้คนในอดีตต่อการเดินทางผ่านพื้นที่ป่าเขาที่เต็มไปด้วยสิ่งที่พวกเขาไม่อาจมองเห็นหรือควบคุมได้

บทความโดย : หรูอี้ www.marumura.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู
สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์
สยองผีญี่ปุ่น : แมงมุมอสูร
สยองผีญี่ปุ่น : ปีศาจหน้านกถลกหนัง
สยองผีญี่ปุ่น : ผีหิ้งพระ

ที่มา: yokai.com

#สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว (Senbiki Okami Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น #Yokai

Tags :