ลากโกงสอบนอภ. แก๊งเดียวท้องถิ่น
"รุทธพล" เผยดีเอสไอตั้ง คกก.สอบวินัยร้ายแรง 2 จนท.เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ขณะที่ "โรม" เขย่าหนัก หลักฐานชัดมัดฝ่ายการเมือง-บิ๊ก ขรก.ล่มหัวจมท้ายโกงสนั่น อุบบอกชื่อ เดี๋ยวตื่นกันหมด บี้ "หนู" ปกรณ์ชี้มูลนฤชาเกียร์ว่างไม่รอด 157 ฟาด “องค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงิน" ขณะที่ "ทนายอั๋น" จับมือ "ภคมน" ลุยเปิดซีรีส์ทุจริตสอบนายอำเภอหัวละ 3 ล้าน ชี้มีพระเอกเรื่องเดียวกัน ขณะที่ "2 สส.ส้ม" คดีนอมินี-Forex-3D" ก.ย.นี้ได้ระทึก ศาล รธน.มีมติเอกฉันท์รับคำร้อง กกต. ฟัน "ก้องเกียรติ" เด็กกล้าธรรม
เมื่อวันพุธ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง หลังเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้อาจจะโยงไปถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ตามข่าวที่ได้รับการรายงานเบื้องต้นมี 2 นาย ซึ่งในส่วนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ดำเนินคดีในภาพรวมไปแล้ว ส่วนดีเอสไอนั้นทางอธิบดีจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงวินัยร้ายแรง
เมื่อถามว่า จะตรวจสอบเสร็จภายในกี่วัน พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ขอให้ทางดีเอสไอเป็นผู้ชี้แจง ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นจะเป็นอำนาจของอธิบดีดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการสอบของดีเอสไอจะขยายผลไปถึงคนอื่นหรือสอบเพียงแค่ 2 คนที่ถูกพาดพิง พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ดีเอสไอทำในเรื่องการสืบสวน แต่คดีหลักในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ดำเนินการตั้งแต่ต้น ก็ได้ดำเนินการไปแล้ว และส่วนของ ตร. ก็ดำเนินคดีในส่วนนี้แล้ว
ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามให้ข้อมูลว่าไม่มีฝ่ายการเมืองคนไหนเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งที่หลักฐานและคำบอกเล่าจากพยานที่น่าเชื่อถือชี้ชัดว่ามีฝ่ายการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เพราะฉะนั้นการตัดจบที่ข้าราชการไม่กี่คน ตนคิดว่าไม่ต่างอะไรจากการจำกัดความเสียหายให้ข้าราชการรับแทน และนักการเมืองลอยนวลพ้นผิด ดังนั้นจึงต้องเสาะแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเรื่องการสอบทุจริตท้องถิ่นจริงๆ แล้ว อาจจะอยู่ที่ฝ่ายการเมืองด้วยซ้ำ
เมื่อถามว่า ข้อมูลในชั้น กมธ.ขณะนี้สามารถชี้ชัดไปถึงฝ่ายการเมืองได้แล้วหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า มีข้อมูลหลายอย่าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากข้อมูลเป็นความลับ ซึ่งได้มาจากผู้มาชี้แจงในชั้น กมธ. ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายการเมืองเท่านั้น ยังมีข้าราชการที่เป็นคนของนักการเมือง ซึ่งหากยึดถือข้อมูลของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พบว่าหลายคนถูกชี้มูล พร้อมทั้งส่งเรื่องให้กับนายกรัฐมนตรี ตนก็มีคำถามว่า นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้
บี้หนูปล่อยเกียร์ว่าง
"1.ข้าราชการ ที่พบความพยายามในการตัดตอนให้เหลือแค่บางคน ซึ่งในความเป็นจริงมีเยอะกว่านั้นมาก เช่น นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งการสอบสวนของชุดนายปกรณ์ มีการชี้มูลนายนฤชา และส่งข้อมูลให้กับนายกฯ แล้ว ถ้าหากนายกฯ ไม่ทำอะไรเมื่อพบเหตุการทุจริต ก็หมายความว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2.เป็นฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง โดยย้อนกลับไปในช่วงที่มหาวิทยาลัยบูรพาได้งานก็มีการทุจริตเกิดขึ้นเรื่อยมา จนนำไปสู่การเขี่ย ม.บูรพาออก แล้วทำทีโออาร์ขึ้นมาใหม่ โดยมีคนที่เป็นหน้าห้องของนายอนุทินเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในจังหวะที่มีการเขี่ยมหาวิทยาลัยบูรพาออก นายอนุทินเป็นคนที่ถูกอ้างถึงในการยกเลิกสัญญากับ ม.บูรพา ดังนั้นมันเป็นกระบวนการที่ทำกันมา ลักษณะคล้ายองค์กรอาชญากรรม ปล้นประเทศชาติอย่างเป็นระบบ" นายรังสิมันต์ระบุ
ส่วนกรณี ม.บูรพาทำหนังสือถึงคณะกรรมาธิการฯ เพื่อขอความคุ้มครองในการเข้าให้ข้อมูลนั้น มีประเด็นอะไรที่สื่อถึงความไม่ปลอดภัยหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ด้วยการเมืองวันนี้ เรามีเรื่องทุจริตเยอะ จึงขอถามว่า สิ่งที่รัฐบาลทำคือการปราบทุจริตหรือปราบคนแฉทุจริต
“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะทำให้ทุกคนที่ให้ข้อมูลเขาไม่กล้าที่จะให้ข้อมูลต่อ นั่นคือจุดประสงค์ของเขาที่ข่มขู่ เพราะหากเขายังให้ข้อมูลอยู่ ก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าองค์กรอาชญากรรมนี้ ถึงที่สุดแล้วจะสามารถใช้อำนาจ ใช้เส้นสายในการรังแกคนทั่วๆ ไปได้ขนาดไหน ผมอยากเรียกว่านี่คือองค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงิน ที่พวกเราคงต้องต่อสู้กับเรื่องนี้ต่อไป" นายรังสิมันต์กล่าว
เมื่อถามว่า ทาง กมธ.มีข้อมูลและหลักฐานชัดเจนหรือไม่ที่จะโยงไปถึงฝ่ายนักการเมือง นายรังสิมันต์กล่าวว่า “มี แต่ขอไม่ยกตัวอย่าง ไม่เช่นนั้นก็ตื่นกันหมด”
ขณะที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ กรณีร้องเรียนการทุจริตสอบนายอำเภอปี 2568
นายภัทรพงศ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2568 ประชาชนมาร้องเรียนว่า กระบวนการจัดสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอหรือสอบนายอำเภอ พบการทุจริตโดยการเรียกรับเงินหัวละ 3 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย จึงทำให้ไปยื่นเรื่องที่ ป.ป.ช.ในวันเดียวกัน เพื่อขอให้ชะลอการจัดสอบ แต่ว่ากรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยดึงเรื่องดังกล่าวไปอีก 2-3 สัปดาห์ ซึ่งสอบเสร็จแล้วก็ได้มีการขออย่าให้มีการประกาศผลสอบ เนื่องจากพบว่าระหว่างนั้นมีการจ่ายเงิน จึงทำให้เลื่อนไปอีก 1 เดือนจึงค่อยประกาศผล
โดยนายภัทรพงศ์ระบุว่า การที่ตนกลับมาในวันนี้ เพราะปรากฏว่ามีพระเอกของเรื่องมีความเกี่ยวข้องกับการโกงสอบทุจริตท้องถิ่นในครั้งนี้ ซึ่งเป็นคนเดียวกัน จึงนำประมวลภาพหลักฐานทั้งหมดมาเปิดเผย หลังจากไปร้องที่ ป.ป.ช. ก็มีประชาชนส่งข้อมูลมาให้ โดยมีข้อมูลชัดถึงขนาดระบุว่า ให้ไปตรวจสอบนายอำเภอที่สอบได้ที่ จ.บุรีรัมย์ อย่างน้อย 10 คน พร้อมส่งชื่อ นามสกุล และเลขรหัสสอบมาให้ จึงนำเรื่องมาหารือกับกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ โดยหวังว่าจะใช้วิธีนี้และกรอบอำนาจตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า กมธ.จะติดตามเรื่องนี้อย่างไร น.ส.ภคมนกล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้เรียกขอข้อมูลจากกรมการปกครองแล้ว และตนได้เห็นข้อมูลรายชื่อที่ไม่ได้เซ็นเซอร์แล้ว หลังจากนี้จะเชิญบุคคลที่อยู่ในรายชื่อตามที่ ป.ป.ช.ยื่นขอข้อมูลไปยังกรมการปกครองเข้ามาชี้แจง รวมถึงจะเชิญอธิบดีกรมการปกครองมาด้วย พร้อมยืนยันว่าจะไม่ลดความพยายามที่จะเชิญอธิบดีกรมการปกครอง
ไฟเขียวฟันเด็กกล้าธรรม
วันเดียวกัน พล.ต.ท.รุทธพลให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ตร่วมกับชาวต่างชาติว่า ล่าสุดได้นัดหมายให้มาพบดีเอสไอวันที่ 7 ก.ย. ส่วนนายสมชาติจะเดินทางมาพบในวันดังกล่าวหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เพราะที่ตรวจสอบไปทราบแค่ว่า ได้รับหมายแล้ว
รมว.ยุติธรรมยังได้ระบุถึงความคืบหน้าคดี Forex-3D ที่พบเส้นเงินเชื่อมโยงไปถึงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ว่า ดีเอสไอกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ ส่วนจะสรุปสำนวนส่งอัยการได้หรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการรายงานมา เท่าที่คุยกับพนักงานสอบสวน ไม่เกินเดือน ก.ย.นี้จะส่งสำนวนได้
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ สส.พรรค ปชน.ทุกคนเมื่อถูกตั้งคำถาม มี 2 เรื่องที่ต้องทำคือ หมั่นสื่อสารชี้แจงกับสังคมให้สิ้นข้อสงสัย และให้ความร่วมมือทุกประการกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ หลักการพรรคประชาชนยังคงเหมือนเดิม เราต้องการเห็นการเมืองที่โปร่งใส
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 54 เพื่อมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ (ผู้ถูกร้อง) อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม เนื่องจากผู้ถูกร้องสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แล้วปกปิดหรือไม่แจ้งข้อความจริงว่าผู้ถูกร้องเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคหนึ่ง (1)
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 54 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (13) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 54.