ดูเหมือนว่า "สิ่งแรก" ที่ทหารสหรัฐฯ เลือกทำในพัทยา "ไม่ใช่การเข้าบาร์"
วันนี้ (3 ก.ย.2569) BBC โดย โจนาทาน เฮด รายงานบรรยากาศ การแวะพักผ่อนของกำลังพลทหารเรือสหรัฐอเมริกาเกือบ 5,000 นาย ของเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ณ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
พบว่าในช่วงชั่วโมงแรก ๆ ของการขึ้นฝั่ง กำลังพลส่วนใหญ่ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังสถานบันเทิงยามราตรีในทันที แต่กลับเลือกที่จะเดินทางไปพักผ่อนและซื้อของตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ในพื้นที่ แล้วก็กลับมายังโรงแรมที่พัก
ภาพของเหล่าทหารเรือในเครื่องแบบหรือเสื้อยืดกองทัพเรือ รวมถึงทรงผมทหาร ถือสินค้าที่เพิ่งซื้อหา กลายเป็นภาพที่โดดเด่นและแตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไปในพัทยา ซึ่งการได้กลับมาสัมผัสวิถีชีวิตปกติ หลังจากต้องอุดอู้อยู่ภายในเรือรบเหล็กสีเทา นานเป็นประวัติการณ์ถึง 280 วัน ถือเป็นสิ่งที่กำลังพลเหล่านี้ต้องการมากที่สุด
ส่วนยามค่ำคืนของเมืองพัทยา ยังคงเปิดเมืองต้อนรับด้วยแสงไฟนีออนและเสียงดนตรี โดยเฉพาะบริเวณถนนวอล์กกิ้งสตรีต ซึ่งมีการติดตั้งป้ายไฟขนาดใหญ่ ต้อนรับลูกเรืออย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของพัทยาได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการล่าสุดของเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากชะลอการเดินทาง
ผู้ประกอบการท้องถิ่นต่างหวังว่า กำลังพลสหรัฐฯ ซึ่งมีเงินสะสมจากการปฏิบัติหน้าที่กลางทะเลนานเกือบ 9 เดือน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง กล่าวว่า การมาถึงของทหารเรือสหรัฐฯ ช่วยสร้างบรรยากาศความคึกคักให้กับเมือง และพนักงานในร้าน หลังจากที่ซบเซามานาน
อย่างไรก็ตาม เจ้าของบาร์ในพื้นที่ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า กำลังพลส่วนใหญ่เน้นการเดินเที่ยวชมเมือง มากกว่าการเข้าไปดื่มกินในร้าน และไม่ได้จับจ่ายใช้สอยมากเท่ากับช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ดูเหมือนว่า "สิ่งแรก" ที่ทหารสหรัฐฯ เลือกทำในพัทยาจะ "ไม่ใช่การเข้าบาร์"
กำลังใจคือสิ่งสำคัญหลังภารกิจยาวนาน
ปฏิบัติการอันยาวนานกลางทะเล ส่งผลต่อสภาพจิตใจของกำลังพลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลูกเรือคนหนึ่งเปิดเผยว่า การลอยลำอยู่ในทะเลนานถึง 9 เดือน ทำให้เขาเริ่มลืมวันเวลา และแม้เรือบรรทุกเครื่องบินจะมีขนาดใหญ่ แต่เมื่อต้องอาศัยอยู่ร่วมกับคนหลายพันคน ก็ยังรู้สึกคับแคบและน่าเบื่อหน่าย
ขณะเดียวกัน ชาเคียรา แฟร์แฟกซ์ แม่ของ เจดา แฟร์แฟกซ์ ทหารเรือหญิงวัย 25 ปี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ในช่วงที่เกิดเหตุปะทะในตะวันออกกลาง ถือเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งทำให้ขวัญกำลังใจของลูกเรือลดต่ำลงอย่างมาก
คุมเข้มวินัยทหาร สั่งห้ามแตะต้องธุรกิจค้าประเวณีเด็ดขาด
ในการแวะพักครั้งนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ เน้นย้ำเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยเฉพาะการห้ามยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจค้าประเวณี ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม บรรยากาศตามสถานบันเทิง ยังคงมีทหารเรือบางส่วน เข้าไปท่องเที่ยวและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพเรือสหรัฐฯ จัดตั้งกลุ่มประสานงานชายฝั่ง หรือ SLG (Shore Liaison Group) สวมเสื้อยืดสัญลักษณ์ชัดเจน คอยตรวจตราดูแลพฤติกรรมของกำลังพล โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนทหารที่ยังขาดประสบการณ์ พร้อมทั้งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอย่างใกล้ชิด
ด้าน น.ท.คริสโตเฟอร์ โรบินสัน ผู้ช่วยทูตทหารเรือสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพพยายามเปิดโอกาสให้กำลังพลได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยทุกคนต้องปฏิบัติตนตามกฎหมายของสหรัฐฯ กฎระเบียบของกองทัพเรือ และกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด
พร้อมทั้งมีคำสั่งห้ามลูกเรือให้สัมภาษณ์ หรือเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ และการปฏิบัติการรบบนเรือรบ ระหว่างภารกิจตอบโต้อิหร่านแก่สื่อมวลชน
ดูเหมือนว่า "สิ่งแรก" ที่ทหารสหรัฐฯ เลือกทำในพัทยาจะ "ไม่ใช่การเข้าบาร์"
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติตามปกติ ในฐานะพันธมิตรตามสนธิสัญญาที่มีความสัมพันธ์อันยาวนาน และยังเป็นจุดพักกึ่งกลาง บนเส้นทางเดินเรือจากอ่าวเปอร์เซียกลับสู่ท่าเรือหลักในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย
ซึ่งการแวะพักที่พัทยา ไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกเรือได้คลายความเหนื่อยล้าจากภารกิจอันยาวนาน แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญในการฟื้นฟูสภาพจิตใจ และขวัญกำลังใจของกำลังพลหลังจากต้องเผชิญกับแรงกดดัน และความตึงเครียดในสมรภูมิตะวันออกกลาง ก่อนที่จะเดินทางกลับไปพบกับครอบครัวที่รอคอยอยู่ที่สหรัฐฯ
อ่านข่าว :
ทหารเรือสหรัฐฯ ปักหลักพัทยาวันที่ 2 ปลุกท่องเที่ยวคึกคักช่วงโลว์ซีซัน
"เรือท่องเที่ยว" ชน "เรือสินค้า" ท่าเรือกวนเล่ย สะพัดจีนสั่งระงับเดินเรือ
นายกฯ นิวยอร์กกร้าว "AI ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับเด็ก" เดินหน้าแบนในโรงเรียน