บี.กริม พลิกโฉมสู่เทคพลังงาน จัดทัพรับคลื่นยักษ์การลงทุนโลกอนาคต

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชันธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อก้าวสู่การเป็น “Energy Tech Company” เต็มรูปแบบ เชื่อมโยงพลังงาน ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับทิศทางร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2026)

การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้สอดรับกับคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะยาวของประเทศในกรณีสูง (High Case) ที่อาจพุ่งแตะ 77,374 เมกะวัตต์ภายในปี 2593 โดยเฉพาะกระแสการลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่เพียงเซกเตอร์เดียวอาจมีความต้องการไฟฟ้าสูงถึง 3,000–4,000 เมกะวัตต์ ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้ต้องการความมั่นใจด้านระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดยได้วาง 4 กลุ่มธุรกิจหลักเป็นหัวหอกสำคัญ ได้แก่ 1. บี.กริม บียอนด์บริดจ์ พัฒนาบริการ Digital Infrastructure-as-a-Service ต่อยอดระบบ Smart Micro Grid รวม 216.76 กิโลเมตร รองรับกลไก Third Party Access (TPA) และตลาดซื้อขายไฟฟ้ารูปแบบใหม่ 2. บี.กริม ไอเน็ต ร่วมทุนกับ INET ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่อัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) ด้วยโซลูชัน OT ผสาน IT 3. ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม ลุย Hyperscale Data Center ขนาด 96 เมกะวัตต์ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ที่ชลบุรี ปัจจุบันคืบหน้ากว่า 45% เตรียมเปิดเฟสแรกปลายปี 2569 ก่อนขยายสู่ 300 เมกะวัตต์ในปี 2573 4. พอร์ตพลังงานสะอาด GreenLeap มุ่งสู่เป้าหมายกำลังผลิต 10,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเกิน 50%

สำหรับจุดเด่นสำคัญของบี.กริม คือความพร้อมสร้างรายได้ทันที โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้าพร้อมเชื่อมต่อป้อนลูกค้าได้ทันที 250 เมกะวัตต์ในพื้นที่มาบตาพุดและอ่างทอง ซึ่งกำลังเจรจาดีลจำหน่ายไฟฟ้าและแพ็กเกจที่ดินพร้อมโครงสร้างพื้นฐานให้กับกลุ่มผู้พัฒนา Data Center โดยไม่ต้องรอระยะเวลาก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ นอกจากนี้ ยังมีโครงการพลังงานสะอาดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ต่อเนื่อง เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol 1 ในเกาหลีใต้ ขนาด 365 เมกะวัตต์ และโครงการในฟิลิปปินส์ ขณะที่แผนระยะยาวยังได้เตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานรองรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ร่วมกับพันธมิตรยุโรปและจีน เพื่อสร้างความมั่นคงและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าในอนาคต