เปิดรายได้ "วัดพุทไธศวรรย์" วัตถุมงคล-ความเชื่อ
เรื่องสะเทือนวงการสงฆ์ เมื่อตำรวจเข้าจับกุม "หลวงพ่อโชติ" หรือพระวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีพฤติกรรมพระไม่เหมาะสม เบียดบังเงินวัด กว่า 92 ล้านบาท และมีความสัมพันธ์กับสีกาคนหนึ่ง
ข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอกเงินของวัด 92 ล้าน ชวนสงสัยว่า วัดมีรายได้ มีเส้นเงินจากทางไหนบ้าง และรายได้ หรือเงินทำบุญของวัด ผ่านมือใครบ้าง
ป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้เช่าวัตถุมงคล "ท้าวเวสสุวรรณ เหนือดวง พลิกดวง" ภายในวัดพุทไธศวรรย์ เป็นภาพชินตาของผู้เข้ามาทำบุญภายในวัดแห่งนี้
จากข้อมูลของลูกศิษย์ ระบุว่า รายได้ส่วนหนึ่งของวัดพุทไธศวรรย์ มาจากการสร้างและให้เช่าวัตถุมงคล รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ภายในวัด ที่เปิดให้ผู้ศรัทธา เข้ามาขอพร เสริมดวง และประกอบพิธีตามความเชื่อ
เมื่อลองค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของวัด พบให้เช่าวัตถุมงคลหลายรายการ เช่น เหรียญเหนือดวง หรือ เหรียญยกฐานะ ที่ระบุว่า อดีตพระโชติ เป็นผู้จัดสร้าง เมื่อลองค้นหาข้อมูลในโซเชียลมีเดียเพิ่มเติม พบว่า วัตถุมงคลที่ใช้ชื่อว่า เหรียญเหนือดวง มีหลายราคา ขึ้นอยู่กับเนื้อวัตถุ เช่น ทองแดง ตะกั่ว เงิน และทองคำ ราคาตั้งแต่ 19,000-240,000 บาทขึ้นไป หรืออาจจะมากกว่านั้น หากเป็นรุ่นหายาก หรือ ปีจัดสร้างที่เก่าแก่
นอกจากนี้ ยังมี "องค์พ่อจตุคามรามเทพ วัดพุทไธศวรรย์" ที่เป็นที่รู้จักกัน ในกลุ่มนักสะสมวัตถุมงคล
ลูกศิษย์ให้ข้อมูลว่า วัดจะนำรายได้บางส่วนจากกิจกรรมเหล่านี้ ไปมอบเป็นทุนการศึกษา และช่วยเหลือโรงพยาบาล และหากนับรวมเวลา ที่ลูกศิษย์เห็นกิจกรรมลักษณะนี้ ประเมินว่า เงินที่นำไปช่วยเหลือสังคม อาจมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท
แฟนพันธุ์แท้จตุคามฯ หวังแยกแยะความผิดเฉพาะบุคคล
นายธนัท ชัยวชิระศักดิ์ หรือ นัท แฟนพันธุ์แท้ องค์พ่อจตุคามรามเทพ เปิดเผยว่า อดีตพระโชติ เริ่มสร้างวัตถุมงคลตั้งแต่ปี 2546 รุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดพระเครื่อง คือ คือ รุ่นเหนือดวง
วัตถุมงคลที่ราคาสูงที่สุด มูลค่าหลัก 10 ล้านบาท คือ วัตถุมงคลรุ่นเหนือดวงเหรียญทองคำ ที่ผลิตมาแค่ 16 เหรียญ และเหนือดวงรุ่นปกติ ราคาประมาณ 3 ล้านบาท ผลิตมาประมาณ 160 เหรียญ
นายธนัท บอกว่า การจับกุมอดีตพระโชติ อาจทำให้วัตถุมงคลราคาตก แต่ยังเชื่อว่า น่าจะมีคนช้อนซื้อ หวังราคาขึ้นในอนาคต และบอกว่า ตกใจกับพฤติกรรมของอดีตพระโชติ ที่รู้จักกันมากว่า 20 ปี แต่ยังเชื่อว่า เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ชาวพุทธแยกแยะได้
ขณะที่ นายไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ แพรี่ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสถานีประชาชน ไทยพีบีเอส เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ระบุว่า สาเหตุที่เกิดปัญหาลักษณะนี้ซ้ำซาก เพราะพระมีโอกาสใกล้ชิดกับเงินจำนวนมาก เป็นช่องโหว่ให้พระประพฤติมิชอบในด้านอื่น ๆ ด้วย
ขยายผลช่องโหว่ "ใบอนุโมทนาบัตร"
อีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบ คือใบอนุโมทนาบัตร เนื่องจากในอดีต หลายวัดพบปัญหาการออกใบอนุโมทนาบัตร ไม่ตรงกับจำนวนเงินที่เข้าบัญชี และเงินไม่เข้าบัญชีวัด รวมทั้ง การออกใบอนุโมทนาบัตรเปล่า ซึ่งอาจนำไปสู่การระบุตัวเลขบริจาคเกินจริง เพื่อใช้ลดหย่อนภาษี
นายอุทิส ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ตั้งข้อสังเกตว่า ใบอนุโมทนาบัตร 20 ใบ ของวัดพุทไธศวรรย์ ที่เชื่อมโยงเงิน 92 ล้านบาท อาจเป็นเอกสารที่จัดทำขึ้น ก่อนการบังคับใช้ระบบ e-Donation จึงต้องตรวจสอบช่วงเวลา และรายละเอียดของเอกสารแต่ละรายการให้ชัดเจนโดยมองว่า ปัญหาการทุจริตเงินวัด อาจเกิดขึ้นได้ เมื่ออำนาจการบริหารจัดการ อยู่ที่เจ้าอาวาส และบุคคลใกล้ชิดเพียงไม่กี่คน
ขณะที่ ระบบตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายไม่ชัดเจน โดยเฉพาะรายได้จากการให้เช่าวัตถุมงคล ซึ่งมีเงินหมุนเวียนและธุรกรรมจำนวนมาก
รายงานจากกรมสรรพากร ระบุว่า วัดพุทไธศวรรย์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยรับบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Donation เพื่อให้เงินบริจาคเข้าบัญชีวัดโดยตรง และเจ้าหน้าที่สรรพากร สามารถตรวจสอบยอดเงินบริจาค กับผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ จึงไม่จำเป็นต้องออกใบอนุโมทนาบัตร แบบกระดาษ
โดยกรมสรรพากรออกประกาศยกเลิกการใช้ใบอนุโมทนาบัตร แบบกระดาษ 100% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 เป็นต้นมา
อ่านข่าว :
จับสึก "เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์" ตร.คุมตัวสอบยักยอกเงินวัด
คุมตัวหญิงคนสนิทอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ สอบปากคำที่กองปราบฯ
สรรพากรแนะชาวพุทธ บริจาคเงินผ่าน QR Code ชื่อบัญชีวัด