ก.ล.ต. ลุยคุมเข้ม "สเตเบิลคอยน์" ปิดช่องฟอกเงิน-เลี่ยงกฎโอนเงินข้ามชาติ

  1. หน้าหลัก 
  2. หุ้น 
  3. Cryptocurrency 

ก.ล.ต. ลุยคุมเข้ม "สเตเบิลคอยน์" ปิดช่องฟอกเงิน-เลี่ยงกฎโอนเงินข้ามชาติ

เผยแพร่: 11 ก.ย. 2569 21:28   ปรับปรุง: 11 ก.ย. 2569 21:28   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นหลักการกำกับดูแลธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หลังบอร์ดไฟเขียวหลักการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ชงเพดานโอนเข้า-ออกไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อราย ห้ามโอนผ่านบัญชีบุคคลที่สาม บังคับใช้ Travel Rule เต็มรูปแบบ พร้อมสอยธุรกรรมนอกแพลตฟอร์มที่เคยเป็นจุดบอด และรื้อเครือข่าย Market Maker-Liquidity Provider ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยมานานว่าเป็นช่องทางให้เงินสกปรกไหลผ่านโดยไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริง เปิดรับฟังความเห็นถึง 25 กันยายนนี้ ก่อนเดินหน้าบังคับใช้จริง

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเติบโตเร็วเพียงใด ก็ยิ่งกลายเป็นเป้าหมายของขบวนการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเร็วเท่านั้น โดยเฉพาะ "สเตเบิลคอยน์" ที่ราคานิ่ง โอนไว และข้ามพรมแดนได้ในไม่กี่วินาที คุณสมบัติที่ทำให้มันน่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนทั่วไป ก็เป็นคุณสมบัติเดียวกับที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติใช้เป็นท่อส่งเงินผ่านระบบการเงินไทยมานานแล้ว

ล่าสุด คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติเห็นชอบหลักการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่ออุดช่องทางการฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการเลี่ยงกฎเกณฑ์การโอนเงินระหว่างประเทศ ก่อนเปิดรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องถึงวันที่ 25 กันยายน 2569 คำถามที่ตามมาคือ มาตรการชุดนี้จะทันเกมกับขบวนการที่วิ่งนำหน้ากฎหมายมาตลอดหรือไม่

เพดาน 5 ล้านบาทต่อวัน หมัดเด็ดที่มีรอยรั่ว

หัวใจของหลักการชุดนี้คือการบังคับให้การโอน stablecoin เข้าและออกจากบัญชีลูกค้าต้องเป็นการโอนระหว่างบัญชีหรือ wallet ที่เป็นของลูกค้าเท่านั้น ห้ามรับโอนจากบัญชีบุคคลอื่นและห้ามโอนออกไปยังบัญชีบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด พร้อมบังคับใช้ Travel Rule เต็มรูปแบบ ทั้งการจัดประเภทลูกค้า การคัดกรองไม่ให้เป็นบัญชีม้าหรือ wallet กลุ่มเสี่ยง และการใช้เครื่องมือติดตามเส้นทางสินทรัพย์เพื่อตรวจจับความเชื่อมโยงกับ wallet ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง

นอกจากนี้ ยังกำหนดเพดานมูลค่าการโอนเข้า-ออกไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย โดยต้องสอดคล้องกับรายได้และฐานะการเงินของลูกค้าด้วย ส่วนการโอนระหว่างบัญชีลูกค้าผ่านผู้ประกอบธุรกิจไทยด้วยกันที่ใช้ Travel Rule ทั้งคู่ ไม่ถูกจำกัดวงเงิน นี่คือหมัดที่ตรงเป้าที่สุดในการสกัดเงินก้อนใหญ่ที่เคยไหลออกนอกประเทศผ่านช่องทางที่ตรวจสอบยาก

แต่จุดที่ต้องจับตาคือข้อยกเว้น เพดาน 5 ล้านบาทนี้ไม่บังคับใช้กับลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจเอง ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยและได้รับอนุญาตให้ใช้ stablecoin ในรูปแบบที่กำหนดเป็นรายกรณี และลูกค้าที่ทำหน้าที่ผู้ดูแลสภาพคล่องคู่ stablecoin/เงินบาท ข้อยกเว้นเหล่านี้จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจปกติก็จริง แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นประตูที่เปิดทิ้งไว้ให้ผู้ที่รู้ช่องทางใช้สวมรอยเป็น "ผู้ประกอบธุรกิจ" หรือ MM ปลอมเพื่อเลี่ยงเพดานได้เช่นกัน หากการคัดกรองตัวตนไม่เข้มงวดพอ

ปิดดีลลับนอกแพลตฟอร์ม เกมที่เคยไร้ร่องรอย

อีกจุดบอดที่ ก.ล.ต. เพิ่งขยับมาแตะคือธุรกรรมนอกแพลตฟอร์มของนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งในอดีตแทบไม่มีการเปิดเผยราคาหรือมูลค่าธุรกรรมต่อสาธารณะเลย หลักการใหม่กำหนดมูลค่าธุรกรรมขั้นต่ำไว้ที่ 3 ล้านบาทขึ้นไป บังคับเปิดเผยราคาซื้อขายบนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ และที่สำคัญที่สุดคือห้ามนายหน้าซื้อขายจับคู่ธุรกรรมนอกแพลตฟอร์มระหว่างลูกค้ากับลูกค้าโดยตรงอีกต่อไป ทำได้เพียงพาลูกค้าไปจับคู่ผ่านศูนย์ซื้อขายที่อยู่ในสายตาผู้กำกับดูแลเท่านั้น

มาตรการนี้เท่ากับตัดช่องทาง "ดีลลับ" ที่เคยเกิดขึ้นนอกสายตา ก.ล.ต. มานาน แต่คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ ธุรกรรมที่ถูกออกแบบมาให้ "นอกระบบ" ตั้งแต่ต้น จะถูกตรวจจับได้จริงแค่ไหนเมื่อกลไกการบังคับใช้ยังต้องพึ่งการรายงานของผู้ประกอบธุรกิจเป็นหลัก

MM-LP เครือข่ายเงาที่ปล่อยผ่านมานาน

จุดที่เผ็ดร้อนที่สุดของหลักการชุดนี้อยู่ที่การรื้อระบบผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) และผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) ซึ่งเป็นกลไกเบื้องหลังราคาซื้อขายที่นักลงทุนรายย่อยแทบไม่เคยรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกบังคับให้เปิดเผยรายชื่อ MM และสินทรัพย์ที่ดูแลบนเว็บไซต์ พร้อมยกระดับการคัดกรอง ติดตาม และทบทวนพฤติกรรม เพื่อให้รู้ที่มาของสินทรัพย์และวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการทำธุรกรรม

ส่วนฝั่งนายหน้าซื้อขายนั้นแรงกว่านั้นอีกขั้น เพราะสั่งห้ามมี LP สำหรับคู่ stablecoin/เงินบาทโดยเด็ดขาด และกำหนดว่า LP ต้องไม่ตั้งอยู่ในประเทศหรือเขตที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน FATF ด้านการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และต้องเปิดเผยรายชื่อ LP รวมถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างนายหน้ากับ LP ให้ลูกค้ารับรู้

อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่หลังบรรทัดนี้ก็คือ ก.ล.ต. เพิ่งยอมรับกลาย ๆ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา สภาพคล่องหลังบ้านของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตไทยจำนวนไม่น้อยอาจมาจากผู้เล่นต่างชาติที่ไม่มีใครรู้ตัวตนแน่ชัด แม้แต่หน่วยงานกำกับดูแลเองก็ตาม การมาแก้ไขวันนี้จึงเป็นการไล่ตามหลังปัญหาที่สะสมมาหลายปี ไม่ใช่การป้องกันล่วงหน้า

Source Exchange ก็หนีไม่พ้นเรดาร์

ก.ล.ต. ยังขยายเกณฑ์ไปถึงศูนย์ซื้อขายต้นทาง (Source Exchange) ที่นายหน้าไทยนำราคาหรือสภาพคล่องมาใช้อ้างอิง โดยกำหนดว่าต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือด้านการฟอกเงินหรือการประกอบธุรกิจเช่นเดียวกับ LP และต้องถูกคัดกรองติดตามในมาตรฐานเดียวกัน เพื่อปิดช่องที่แพลตฟอร์มต่างชาติไม่มีการกำกับดูแลจะถูกใช้เป็นทางผ่านของเงินที่มีปัญหา

ไม้เด็ดสุดท้าย อำนาจสั่งแก้ทันทีที่ไม่เคยมีมาก่อน

นอกเหนือจากกฎเกณฑ์เชิงโครงสร้างแล้ว ก.ล.ต. ยังของอาวุธใหม่ให้ตัวเอง หากผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเก็บรวบรวมและเปิดเผยข้อมูล ก.ล.ต. มีอำนาจสั่งให้แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด และหากยังเพิกเฉย สามารถสั่งให้กระทำหรือไม่กระทำการใดเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องมาใช้กำกับดูแล เป็นการปิดจุดอ่อนที่ผ่านมาซึ่งผู้ประกอบธุรกิจบางรายเลือกที่จะเพิกเฉยต่อการรายงานข้อมูลโดยแทบไม่มีบทลงโทษที่จับต้องได้

อย่าเพิ่งดีใจ "เป็นเพียงแบบร่าง" ยังไม่ใช่ของจริง

ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในขั้นเปิดรับฟังความคิดเห็นเท่านั้น ก.ล.ต. เผยแพร่เอกสารไว้บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th โดยเปิดให้แสดงความเห็นทางเว็บไซต์หรืออีเมล [email protected] และ [email protected] จนถึงวันที่ 25 กันยายน 2569

ทั้งนี้หลักการดูเข้มข้นบนกระดาษ แต่ขบวนการฟอกเงินและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่เคยรอกฎหมายไทยมาก่อน คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ว่าเกณฑ์นี้ "เข้มพอหรือไม่" แต่คือ ก.ล.ต. จะแปลงหลักการชุดนี้เป็นบังคับใช้จริงได้เร็วแค่ไหน ก่อนที่ช่องโหว่ในข้อยกเว้นต่าง ๆ จะถูกขบวนการที่ฉลาดกว่ากฎหมายเสมอ หาทางเจาะเข้าไปใช้ก่อน