ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน นลท.หวังเฟดขึ้นดอกเบี้ยช่วยสกัดเงินเฟ้อ-ลดการเทขายบอนด์

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (17 ก.ย.) โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะช่วยสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อได้ในที่สุด ซึ่งจะช่วยบรรเทากระแสการเทขายพันธบัตรทั่วโลก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเทขายพันธบัตรออกมาอย่างหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% โดยอยู่ที่ 4.9917%

ตลาดยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง หลังจากมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเสนอที่จะจัดส่งน้ำมันดิบเพิ่มเติมผ่านทางโอมาน ซึ่งช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงันในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ลดลง 3.21% ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ลดลง 2.69% ปิดที่ 105.83 ดอลลาร์/บาร์เรลในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันพุธ (16 ก.ย.)

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2566

ส่วนรายงาน Dot Plot ซึ่งแสดงการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่า เจ้าหน้าที่ 16 จากทั้งหมด 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้

แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยการดำเนินนโยบายในการประชุมครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ของคณะกรรมการได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน คณะกรรมการจะยังคงรักษาเสถียรภาพด้านราคา

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช