เดนิส ขอปกป้องตัวเอง ลุยฟ้องคอมเมนต์กล่าวหาเป็นมือที่สาม ตอบเหตุผล ทำไมยังทำงานกับ พี่ตี๋

‘เดนิส’ ขอปกป้องตัวเอง ลุยฟ้องคอมเมนต์กล่าวหาเป็นมือที่สาม ตอบเหตุผล ทำไมยังทำงานกับ ‘พี่ตี๋’

จากกรณีที่นักแสดงสาว เดนิส เจลีลชา คัปปุน โดนโยงว่าเป็นมือที่สามที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคู่รักอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง พี่ตี๋-น้องบี๋ ที่คบหากันมานาน 10 ปี ต้องจบลง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวถึงประเด็นดราม่าดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้เป็นแฟนกันและไม่มีเรื่องชู้สาวกับ พี่ตี๋ อย่างที่ถูกกล่าวหา

ล่าสุด เดนิส มาร่วมงานบวงสรวงภาพยนตร์ “EXCHANGE เรียนแลกผี” ณ ลานกิจกรรม เมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน พร้อมเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง โดยเผยเหตุผลที่ช่วงที่ผ่านมาเลือกเงียบ เพราะมองว่าตัวเองได้ชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว และไม่อยากออกมาพูดซ้ำ ขณะเดียวกันคุณแม่ของเธอรู้สึกไม่สบายใจกับกระแสที่เกิดขึ้น จึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับคอมเมนต์ที่มีการกล่าวถึงเรื่องไม่จริง

“ที่เงียบไปไม่ได้ให้สัมภาษณ์ เพราะว่าเราชี้แจงไปแล้วด้วย แล้วก็คิดว่าชี้แจงจบไปแล้วในส่วนของเรา ที่เงียบไปไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไรหรือนิ่งเฉยนะคะ ไม่เลย ตัวเราเองส่วนหนึ่งก็รู้สึกอยู่แล้วกับกระแส แต่ว่าส่วนหนึ่งคุณแม่เองก็ไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เลยได้ดำเนินคดีตามกฎหมายไปเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ไม่ได้ชี้แจงให้ทุกคนรู้เพิ่มเติม ดำเนินคดีกับคอมเมนต์ที่มีการพูดถึงสิ่งที่ไม่ใช่ความจริง ที่เราทำ เราแค่อยากจะให้ชาวเน็ตคิดว่าบางทีเวลาไปคอมเมนต์ เราอาจจะตั้งสติกันนิดหนึ่ง เสพข่าวให้ดีกันนิดหนึ่ง เพราะมีพี่ดาราหลายๆ คนเขาก็โดนมาหลายเคสแล้ว เราต้องปกป้องสิทธิของเรา รวมถึงคุณแม่เองด้วย คุณแม่ก็บอกว่า ทำเลย ฟ้องเลย คือคอมเมนต์ที่ฟ้องก็คือคอมเมนต์ ออกมาพูดเรื่องที่ไม่จริง เหมือนพูดยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องจริง แต่จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องจริงค่ะ มีหลายคนเยอะมากๆ เพราะว่ามันก็เป็นกระแสช่วงหนึ่ง ก็เลยหลายคน แต่ว่าไม่บอกแล้วกันว่ากี่คน”

ครั้งแรกที่เห็นกระแสข่าว รู้สึกยังไง?
”ก็รู้สึกว่า “อีกแล้วเหรอ?” ก็ตกใจค่ะ ถามว่ารู้สึกแย่ไหม เราก็พยายามไม่ได้อ่านแล้วกัน เราไม่ได้อ่านเยอะขนาดนั้น แต่เป็นคุณแม่มากกว่า คุณแม่เครียดนะ มีคนมาด่าลูกขนาดนี้ เราก็เลยคิดว่าเราต้องเข้าใจ ก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ“

คุยกับพี่ตี๋ น้องบี๋ไหมหลังเกิดเรื่อง?
“จริงๆ หลังบ้านมันแยกออกเป็นคนละเรื่องเนาะ ความสัมพันธ์ของพี่เขา เราไม่ได้เกี่ยว ไม่ใช่เรื่องของเราแล้วกัน เราก็เลยมองว่าเรื่องมันไม่มีอะไร เรามาอธิบายส่วนเราก็น่าจะพอแล้ว”

แล้วคุยกับพี่ตี๋หรือเปล่าหลังจากที่เขาออกมาไลฟ์เราก็ไม่ได้เกี่ยว?
“ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้กันเลยค่ะ เราเป็นพี่น้องปกติ อย่างที่บอกว่าเราทำงานร่วมกันด้วย ก็มีความลำบากใจในหลายๆ เรื่อง แต่เรื่องนี้มันไม่มีอะไรเลย ก็เป็นในส่วนของมากกว่าที่ตีความไป”

แล้วเราทำงานร่วมกันได้ไหม?
“ก็มองว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ค่ะ เพราะว่าหลังบ้านเราไม่มีอะไร แต่ก็ไม่ทุกงานอยู่แล้ว เพราะหนูก็มีผู้จัดการส่วนตัวอยู่แล้ว แต่เขามาเป็นผู้ช่วยค่ะ”

แล้วหลังจากนี้ ถ้าชาวเน็ตเห็นเราไปไหนมาไหนด้วยกัน?
“หนูว่าก็อยู่ที่การตีความค่ะ ตีความตามสติปัญญา หนูว่าอาจจะต้องระวังในเรื่องของการติดตามข่าว คอมเมนต์แรงเกินไป บางทีบูลลี่กันรุนแรงเกินไป”

รู้สึกยังไงที่เราโดนอีกแล้วโดนมาตั้งแต่ตอนประเด็นณเดชน์ญาญ่า?
“มองว่ามันก็ไม่มีอะไรเหมือนกันทุกคนก็เห็นๆ กันอยู่แล้ว วอนชาวเน็ตใจเย็นๆ เพราะว่าช่วงนี้ก็เห็นข่าวเต็มไปหมดเลย ชาวเน็ตก็วิจารณ์กันสุดฤทธิ์เลยก็ขอความกรุณาคิดหน่อย เพราะคนที่โดนว่าก็รู้สึกไม่ดีคนรู้จักเราแค่ส่วนนึง จริงๆ มันน้อยมากกับชีวิตจริงของเรา“

โสดไหม?
“โสดมากค่ะ จีบได้ไหม อาจจะยัง เพราะว่าช่วงนี้กำลังเอาเวลามาทำงานอยู่ อยู่กับเพื่อนค่อนข้างเยอะ และมีหลายเรื่องให้จัดการตลอด อย่างที่บอกว่าคุณแม่ก็ป่วยด้วย ไม่มีเวลามาคิดเรื่องแบบนี้จริงๆ เรื่อง เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หนูไม่ได้มีเวลามาคิดเรื่องนี้เลยค่ะ”

แล้วหลังจากนี้ ถ้าเกิดมีคนเห็นเราไปไหนกันอีก อยากบอกไว้ก่อนไหม?
“บอกไว้เลยค่ะ หนูชี้แจงไปแล้วว่าเราทำงานร่วมกัน และถ้าเกิดหลังจากนี้เห็นเราไปไหนด้วยกัน บอกไว้เลยว่าหนูไม่มีอะไรเลย เขามาช่วยถ่ายคอนเทนต์ให้ คอนเทนต์มากมายที่ทุกคนเห็น คือเพราะพี่เขาเป็นคนช่วยทำ ช่วยตัดต่อ หนูก็จ้างเขาค่ะ”

แล้วทำไมเราไม่เปลี่ยนคน?
“คือหนูมีผู้จัดการอยู่แล้ว แต่เขามาในส่วนของผู้ช่วยหลังบ้าน ด้านคอนเทนต์มากกว่า เพราะว่าหนูมาสายนักแสดงเลย หนูไม่ถนัดเรื่องนี้ แล้วเขาก็ถนัดเรื่องนี้ค่ะ เขาไม่ได้ทำให้หนูคนเดียว เขาทำหลังบ้าน เขาทำให้อินฟลูคนอื่นด้วย แต่ไม่ได้เปิดเรื่องงานเหล่านั้นทั้งหมดค่ะ”

แล้วทำไมเราไม่ปรับ ตัดปัญหาด้วยการเปลี่ยน?
“เพราะว่าจริงๆ หลังบ้านเราสนิทกันด้วย เรารู้จักกันมากกว่านั้น แต่ว่าตอนนี้คุณแม่อาจจะยังไม่สบายใจมาก เราก็มีการคุยกันแล้ว ก็เอาที่ทุกคนสบายใจในการทำงานร่วมกันค่ะ ถ้าเกิดกลัวว่ามันจะมีปัญหา เราว่าจะลดบทบาทลง แต่เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมค่ะ”

ทำไงได้ ก็สวย?
“ใช่ มันก็ต้องมี (หัวเราะ) ไม่รู้ดีหรือไม่ดี แต่ว่าพี่ๆ ในวงการหลายๆ คนให้กำลังใจค่อนข้างเยอะ ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นนิดนึงค่ะ”