แอร์เอเชีย แจงฐานะการเงินยังแกร่ง เดินหน้ารับมือวิกฤตต้นทุนน้ำมัน
กลุ่มแอร์เอเชียชี้แจงยืนยันความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยเน้นการบริหารต้นทุนและกระแสเงินสด พร้อมเดินหน้ารับมือต้นทุนน้ำมันพุ่ง ด้านไทยแอร์เอเชีย ยันสภาพคล่องยังแกร่ง เตรียมรับไฮซีซั่น
วันที่ 18 กันยายน 2569 นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา แอร์เอเชียกรุ๊ป เบอร์ฮาด ผู้บริหารสายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) เปิดเผยว่า แอร์เอเชียยังคงมีสภาพคล่องและบริหารจัดการเงินสดได้ แม้ผลประกอบการได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
พร้อมกันนี้ยืนยันว่าแอร์เอเชียไม่ได้อยู่ระหว่างการหารือกับรัฐบาลมาเลเซียเกี่ยวกับแผนช่วยเหลือทางการเงิน โดยปัจจุบันบริษัทมีเงินสดในมือมากกว่า 1,000 ล้านริงกิต และมีแผนระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูง ซึ่งขณะนี้มีธนาคารหลายแห่งให้ความสนใจ คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงเดือนธ.ค. 2569 – ม.ค. 2570
พร้อมย้ำว่าสายการบินยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และมีแนวทางรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นผ่านการปรับค่าโดยสารให้สะท้อนต้นทุนจริง และ การปรับโครงสร้างเส้นทางบิน โดยยกเลิกเส้นทางที่ไม่ทำกำไร ตลอดจนการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยลดต้นทุน และ เพิ่มประสิทธิภาพการสร้างรายได้ เพื่อรักษาประสิทธิภาพของกระแสเงินสด และการบริหารเงินสดอย่างรัดกุม
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีผู้โดยสารสะสมแล้ว 43 ล้านคน และ ตั้งเป้าหมายตลอดทั้งปีไว้ที่มากกว่า 60 ล้านคน ขณะเดียวกันคาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาส 4 ของปีนี้จะโดดเด่น เนื่องจากการบินเริ่มกลับมาเต็มรูปแบบมากขึ้น โดยความต้องการเดินทางยังไม่มีสัญญาณชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ
อัตราบรรทุกผู้โดยสาร ในไตรมาส 3 อยู่ที่ประมาณ 80% ขณะที่ยอดจองล่วงหน้ายังคงแข็งแกร่ง สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงเดินทางแม้ค่าโดยสารและต้นทุนการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น
“ความต้องการเดินทางทางอากาศยังคงแข็งแกร่ง แม้อุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ธุรกิจยังคงดำเนินได้ตามปกติ และมีความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่ง ต่างจากช่วงโควิด-19 ที่ต้องหยุดบินโดย ส่งผลที่รุนแรงต่อธุรกิจการบิน”
นายโทนี่ กล่าวถึงตลาดไทย ว่า มีความแข็งแกร่ง ความต้องการเดินทางที่ยังแข็งแกร่งจะช่วยพยุงผลประกอบการ แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงและความผันผวนของค่าเงินยังเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น ส่วนตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและกำลังอยู่ในช่วงขยายตัว
ด้านนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร ของบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวว่า สถานะไทยแอร์เอเชียตอนนี้ยังเหมือนเดิม ไม่ได้กระทบใดๆ โดยยังมีกระแสเงินสด สภาพคล่องเพียงพอ จากการรับเงินค่าตั๋วล่วงหน้าในช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 และ ไตรมาส 1 ซึ่งขอยืนยันกับผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วไตรมาส 4 และ ไตรมาส 1 ได้เดินทางแน่นอน 100% ไม่มียกเลิกเที่ยวบิน
“ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 เชื่อว่าจะกลับมามีกำไร จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และเป็นช่วงไฮซีซั่น ซึ่งต้องดูสถานการณ์น้ำมันด้วย แต่อย่างไรก็ตามไม่สามารถไปหักล้างผลขาดทุนไตรมาส 2 และ 3 ที่ได้ ทำให้ปีนี้ไม่สามารถกลับมามีกำไรได้ เหมือนกับสายการบินอื่นๆ ที่มีภาระต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น”
นายธรรศพลฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยแอร์เอเชียเตรียมนำมีเครื่องบินรวม 63 ลำที่มีกลับมาบินให้ครบในเดือนพ.ย.นี้ จากปัจจุบันใช้งานอยู่ 55 ลำ เพื่อรองรับช่วงไฮซีซั่น