โคราช สนทช.ระดมปรับปรุงแผนแม่บทฯ ลุ่มน้ำมูล เตรียมรับซูเปอร์เอลนีโญ

โคราช สนทช.ระดมสมองปรับปรุงแผนแม่บทฯ ลุ่มน้ำมูล เตรียมรับซูเปอร์เอลนีโญ
เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่โรงแรมฟอร์จูนโคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 การระดมความคิดเห็นต่อผลการดำเนินงานระยะกำหนดขอบเขตภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำมูล ปรับปรุงช่วงที่ 1 พ.ศ. 2566–2580
โดยมีนายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ภาค 3 พร้อมบุคลากรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร กรรมการลุ่มน้ำ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หน่วยงานรัฐและประชาชนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, ปราจีนบุรีและนครนายก 150 คน ร่วมกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ ปัญหา ข้อกังวลและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาประกอบการศึกษา วิเคราะห์และจัดทำร่างแผนแม่บทฯ
โดยให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทในการกำหนดอนาคตด้านทรัพยากรน้ำของพื้นที่ จากนั้น สทนช. จะนำหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวมหรือ IWRM (Integrated Water Resources Management) มาปรับใช้เป็นแนวทางสำคัญควบคู่กับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment) เพื่อพิจารณาทางเลือกการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ วิศวกรรม และความต้องการของประชาชน
นายธรรมพงศ์ ผอ.สนทช.ภาค 3 เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้ได้กำหนดเป้าหมายเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นต่อร่างวิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตัวชี้วัดรวมถึงร่างทางเลือกการพัฒนาเบื้องต้นและเกณฑ์การประเมินทางเลือก ข้อมูลทั้งหมดจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำมูลให้เหมาะสมกับบริบท ปัญหา และความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้แผนแม่บทสามารถเชื่อมโยงจากระดับลุ่มน้ำลงสู่ระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
“เมื่อศึกษาแล้วเสร็จ ผลลัพธ์ที่ได้คือแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำมูล ฉบับปรับปรุงฯ บูรณาการกับผลการศึกษา SEA ครอบคลุม 3 มิติ คือ มิติด้านเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี หน่วยงานรัฐและ อปท.สามารถนำไปดำเนินการได้ทันที เพื่อช่วยให้ลุ่มน้ำมูลมีความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง อนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำและส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สามารถรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและพร้อมรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะซูเปอร์เอลนีโญวิกฤตภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างหนัก” ผอ.สทนช.ภาค 3 กล่าว