สื่อใหญ่บอยคอตต์ "ทรัมป์" ไม่รายงานข่าวผู้นำสหรัฐฯ ตอบโต้แบนนักข่าว
วันนี้ (22 ก.ย.2569) สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ จับมือกันบอยคอตต์โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สั่งห้ามสื่อ 3 สำนักเข้าทำเนียบขาว เพราะไม่พอใจการรายงานข่าว ขณะที่ซุ้มของสำนักข่าว CNN ที่ตั้งอยู่ในสนามทางทิศเหนือของทำเนียบขาว ซึ่งใช้สำหรับรายงานสด กลับว่างเปล่า เหลือแต่อุปกรณ์ จากเดิมที่มีทีมข่าวอยู่ประจำซุ้ม
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์สั่งห้ามไม่ให้ทีมข่าว 3 สำนักเข้าพื้นที่ทำเนียบขาว ได้แก่ CNN, MS NOW และ Politico เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ 2-3 วันที่ผ่านมา ทีมข่าวเหล่านี้ต้องอาศัยพื้นที่ทางเท้าใกล้ทำเนียบขาว ปักหลักรายงานสถานการณ์แทน
คำสั่งของทรัมป์ทำให้ 3 สื่อที่โดนแบนจับมือกันดำเนินคดีเพื่อปกป้องสิทธิ ตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ 1 หรือ First Amendment ซึ่งตัวบทมีความยาวเพียง 45 คำ แต่สาระสำคัญครอบคลุมการคุ้มครองเสรีภาพในแสดงความคิดเห็นโดยไม่ถูกรัฐลงโทษ รวมถึงเสรีภาพสื่อที่รองรับการตรวจสอบ วิจารณ์และรายงานสิ่งที่รัฐบาลทำได้ โดยไม่ต้องเกรงกลัวการปิดกั้นหรือการตอบโต้ ซึ่งดูเหมือนคำสั่งแบนของทรัมป์จะละเมิดโดยตรง
สื่อใหญ่บอยคอตต์ "ทรัมป์" ตอบโต้แบนนักข่าวเข้าทำเนียบขาว
3 สื่อยื่นเรื่องทวงคืนสิทธิการเข้าพื้นที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 21 ก.ย. โดยมีสถานะเป็นคำร้องฉุกเฉิน ซึ่งคาดว่าศาลแขวงวอชิงตัน ดีซี จะไต่สวนภายในสัปดาห์นี้
คำร้องดังกล่าว นอกจากระบุว่า คำสั่งของทรัมป์ละเมิดบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ 1 ยังเป็นการปกป้องหลักการที่ว่า รัฐบาลไม่มีสิทธิตัดสินใจว่าสื่อจะรายงานหรือนำเสนออะไร ซึ่งการกระทำนี้เป็นการคุกคามสิทธิของสาธารณชนที่จะได้รับทราบข้อมูล โดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐบาล
ขณะที่คำสั่งของทรัมป์ยังรวมถึงการถอด CNN ออกจากระบบพูล ซึ่งเป็นระบบที่แบ่งหน้าที่ของสำนักข่าวในการติดตามประธานาธิบดี โดยจะส่งสำนักข่าวเดียวไปบันทึกภาพและทำข่าวเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ก่อนแจกจ่ายแบ่งปันข้อมูล ภาพ หรือเสียงให้แก่สำนักข่าวอื่นๆ ใช้ร่วมกัน
ระบบพูล เป็นการลดความวุ่นวายในการทำข่าวและลดค่าใช้จ่ายของสำนักข่าว ซึ่งปรากฏว่าเมื่อวันที่ 21 ก.ย. การเดินทางของทรัมป์ไปนิวยอร์กและพบกับนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ไม่มีสื่อไปทำหน้าที่พูล เพราะในวันดังกล่าวเป็นเวรของ CNN ซึ่งถูกแบน
สื่อใหญ่บอยคอตต์ "ทรัมป์" ตอบโต้แบนนักข่าวเข้าทำเนียบขาว
สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้คือ สื่อ 5 สำนักใหญ่ที่ผลัดกันทำหน้าที่พูลรายงานข่าวออกอากาศไปทั่วสหรัฐฯ และภาพบางส่วนยังเผยแพร่ไปทั่วโลก ประกาศไม่ติดตามทำข่าวทรัมป์ เพื่อเป็นการประท้วงและแสดงพลังเป็นหนึ่งเดียวกับ CNN, MS Now และ Politico โดยสำนักข่าว ABC, CBS, CNN, Fox News and NBC ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักและสร้างความประหลาดใจ เพราะแม้แต่ Fox News ที่เป็นสื่อเอียงขวาและดูเหมือนมีความใกล้ชิดกับทรัมป์ ยังร่วมขบวนด้วย
นอกจากสื่อโทรทัศน์ สื่อแขนงอื่นๆ ทั้ง Washington Post, New York Times และ Associated Press ยังเข้าร่วมด้วยการประกาศไม่เผยแพร่ภาพถ่ายจากพูลทำเนียบขาว เพื่อร่วมแสดงจุดยืน ซึ่งตามรายงานคือหลายสื่อยังถ่ายภาพทรัมป์ แต่ไม่ตีพิมพ์
ศึกระหว่างสื่ออเมริกันกับผู้นำสหรัฐฯ เกิดขึ้นในสัปดาห์ของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นิวยอร์ก และทรัมป์มีกำหนดพบปะผู้นำคนสำคัญหลายคน แต่จนถึงขณะนี้ ทำเนียบขาวยังไม่ยี่หระและใช้จังหวะประชาสัมพันธ์ Trump TV เป็นช่องทางเผยแพร่วิดีโอของทำเนียบขาว ที่โฆษณาว่าเป็นข่าวสารโดยตรงจากรัฐบาลทรัมป์ ไม่ต้องผ่านสื่อใด
ทั้งนี้ ในมุมมองของสื่อที่ถูกแบน ความสำคัญของการได้เข้าทำเนียบขาวไม่ใช่แค่การไปยืนรายงานข่าว แต่คือการได้มีโอกาสถามคำถามผู้นำและนำเสนอข้อมูลอย่างอิสระ ไม่ใช่การรอรับข้อมูลเฉพาะสิ่งที่ทำเนียบขาวต้องการนำเสนอ
อ่านข่าว :
"ทรัมป์" สั่งห้าม 3 สื่อใหญ่เข้าทำเนียบขาว อ้างรายงานข่าวปลอม
"นักข่าว" รายงานข่าวริมถนน หลัง "ทรัมป์" สั่งห้าม 3 สื่อใหญ่เข้าทำเนียบขาว
3 สื่อใหญ่สหรัฐฯ ฟ้อง "รัฐบาลทรัมป์" ขอศาลคืนสิทธิ์เข้าทำเนียบขาว