ศาลอาญา พิพากษาประหารชีวิต ‘โกทร’ พร้อมพวก ฐานฆ่าผู้อื่น คดียิง สจ.โต้ง ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต - The Reporters

ศาลอาญา พิพากษาประหารชีวิต ‘โกทร’ พร้อมพวก 3 ราย ฐานฆ่าผู้อื่น คดียิง สจ.โต้ง ก่อนลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกตลอดชีวิต จ่ายค่าสินไหมทดแทนจำนวน 801,400 บาท

วันนี้ (24 ก.ย. 69) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีร่วมกันฆ่า นายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ อดีต สจ.โต้ง หมายเลขดำ อ.629/2568 ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายธนศรัณย์กรณ์ เตชะธนัตถ์โชติ จำเลยที่ 1 นายศักดิ์สิทธิ์ หรือตูน ชินวงษ์ จำเลยที่ 2 นายธนภัทร หรือแนว ส่งแสง จำเลยที่ 3 นายอภิสิทธิ์ หรือบาส สดชื่น จำเลยที่ 4 นายสิทธิชัย หรือจิ้ม ศรีภักดี จำเลยที่ 5 นายภัทรนนท์ หรืออ๊อฟ บุญชู จำเลยที่ 6 นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ โกทร อดีตนายก อบจ. ปราจีนบุรี และอดีต รมช.สาธารณสุข ที่ 7 และ น.ส.มินช์ญารัศน์ หรือเมย์ พชระมารกุล จำเลยที่ 8 ตามลำดับในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืน

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า อดีต สจ.โต้ง ผู้ตาย ไปที่บ้านของนายสุนทร จำเลยที่ 1 พร้อมพวก 10 คน เพื่อไปพูดคุยขอให้สนับสนุนภรรยาของ อดีต สจ.โต้ง ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น แต่ตกลงกันไม่ได้ หลังพูดคุยกันจบ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็แยกย้ายกัน นายสุนทรเดินกลับเข้าบ้าน

ส่วน อดีต สจ.โต้ง ก็กำลังจะเดินทางกลับ แต่ระหว่างรอประตูรั้วเปิดได้เปลี่ยนใจ กลับเข้าไปในบ้าน ซึ่งศาลมองว่า เหตุยิงที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะหน้า แม้ก่อนหน้านี้นายสุนทรจะเคยบอกจำเลยที่ 4 ว่าหาก อดีต สจ.โต้ง มาที่บ้าน “ให้ฟาดมันเลย” แต่คำกล่าวดังกล่าวเป็นเพียงการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตโดยกว้าง ไม่ได้ระบุวันเวลาหรือนัดหมาย

ทั้งนี้ เมื่อประกอบกับผลการตรวจคราบเขม่าดินปืนพบความเข้มข้นของสารประกอบเขม่าดินปืนบนมือของจำเลยที่ 1, 2 และนายสุนทร จำเลยที่ 7 ในระดับเป็นผู้ยิงปืนเอง ทำให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และ 2 ได้ใช้อาวุธปืนยิง อดีต สจ.โต้ง ก่อน จากนั้นนายสุนทร ที่ยืนอยู่ด้านหลังจำเลยที่ 2 ก็ได้นำอาวุธปืนลูกซองยาวของจำเลยที่ 2 มายิง อดีต สจ.โต้ง ต่ออีก 3 นัด โดยมีจำเลยที่ 4 อยู่ในบริเวณที่ก่อเหตุยิง และรู้ถึงความประสงค์ของนายสุนทร มีเจตนาเข้าร่วมและพร้อมสนับสนุน

ศาลจึงพิพากษาให้ประหารชีวิตนายสุนทร จำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 1, 2 และ 4 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น แต่ไม่ใช่การฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน แต่มีเหตุให้ลดโทษ เหลือจำคุกตลอดชีวิต และร่วมชดใช้ค่าสินไหมให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตกว่า 8 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันก่อเหตุ

ส่วนจำเลยที่ 3 และ 5 มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ให้จำคุกจำเลยที่ 3 เป็นเวลา 8 เดือน ปรับ 7,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 5 เป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท และยกฟ้องจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 8 ส่วนข้อหาสมคบกันซ่องโจรและข้อหาอื่น ๆ ให้ยกฟ้อง

แนะแนวเรื่อง