ราคาทองปรับตัวแคบ แต่มีแนวโน้มร่วงลงสัปดาห์นี้

ราคาทองคำปรับตัวแคบในวันนี้ แต่มีแนวโน้มร่วงลงในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อในระดับสูง และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งการที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด

ณ เวลา 21.32 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต [GOLD.X] บวก 0.68 ดอลลาร์ หรือ 0.01% สู่ระดับ 4,263.77 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 3.90 ดอลลาร์ หรือ 0.10% สู่ระดับ 4,301.90 ดอลลาร์/ออนซ์

ทั้งนี้ การดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นอกจากนี้ นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มทำสงครามกับอิหร่าน ราคาพลังงานที่สูงขึ้นได้ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคา

ที่ผ่านมา ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้ลดความน่าดึงดูดของทองคำ และทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ที่ให้ผลตอบแทน

ขณะนี้ ราคาทองคำร่วงลงราว 19% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์

นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ หลังการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดกล่าวสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 66.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 55.4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 50.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 41.7% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ