ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าด รับมือวิกฤตพลังงาน
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ระบุว่า รัฐบาลมะนิลาสั่งระงับภาษีสรรพสามิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ใช้ในการประกอบอาหารเป็นการชั่วคราว เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง
การระงับชั่วคราวนี้ครอบคลุมถึงก๊าซหุงต้ม (LPG) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการประกอบอาหารของผู้คนในฟิลิปปินส์ รวมถึงน้ำมันก๊าดด้วย ตามคำสั่งบริหารที่เผยแพร่ต่อสื่อมวลชน
แถลงการณ์ระบุว่า "ภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซ LPG ยกเว้นกรณีที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีหรือใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อน และน้ำมันก๊าดยกเว้นกรณีที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน จะถูกระงับอย่างสมบูรณ์"
การลดภาษีครั้งนี้คิดเป็นส่วนลดประมาณ 3 เปโซ (ประมาณ 1.60 บาท) ต่อกิโลกรัมของก๊าซ LPG
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้ประกอบการรถโดยสารขู่ว่าจะประท้วงหยุดงานทั่วประเทศเป็นเวลา 2 วันในสัปดาห์หน้า เพื่อกดดันรัฐบาลให้พวกเขาสามารถขึ้นค่าโดยสารได้ ซึ่งค่าโดยสารดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในฟิลิปปินส์ไม่มีการควบคุมซึ่งต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และไทย ทำให้บริษัทขนส่งในประเทศต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาด
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส กล่าวว่า ภาษีจะกลับมาเรียกเก็บโดยอัตโนมัติหลังผ่านไป 3 เดือน หรือหนึ่งสัปดาห์หลังจากราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยหนึ่งเดือนลดลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
เขากล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในช่วง 30 วันจนถึงวันที่ 11 กันยายน สูงแตะระดับ 99.41 ดอลลาร์สหรัฐ
ฟิลิปปินส์ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นอย่างมาก ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติในเดือนมีนาคม และถูกบังคับให้ต้องหาแหล่งเชื้อเพลิงจากมากขึ้น รวมถึงการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
สงครามในตะวันออกกลางและอัตราเงินเฟ้อสูง ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในช่วงครึ่งแรกของปีลดลงเหลือ 2.6% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลเป็นอย่างมาก.