สารพันปัญหาเอเชี่ยนเกมส์ เมื่อญี่ปุ่นลดไซซ์เพื่อความยั่งยืน - มติชนสุดสัปดาห์

เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่

[email protected]

มหกรรมกีฬา เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการท่ามกลางความคาดหวังของชาติสมาชิกทั่วเอเชียว่า เจ้าภาพญี่ปุ่นจะสามารถนำเสนอการแข่งขันที่มีมาตรฐานสูง สมกับชื่อเสียงด้านความเป็นระเบียบ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ

แต่ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม ญี่ปุ่นกลับต้องเผชิญ “สารพันปัญหา” ตั้งแต่เรื่องที่พักนักกีฬา การเดินทาง ระบบลงทะเบียน ไปจนถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่า แม้ประเทศที่มีประสบการณ์จัดมหกรรมกีฬาระดับโลกมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่อาจหลีกหนีความซับซ้อนและรายละเอียดต่างๆ ที่เกิดข้อผิดพลาดได้

ประเด็นสำคัญที่สุดคือ การตัดสินใจไม่สร้าง หมู่บ้านนักกีฬาถาวร โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันเลือกใช้โรงแรม บ้านพักสำเร็จรูปในลักษณะตู้คอนเทนเนอร์และเรือสำราญ เป็นสถานที่พักสำหรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่กว่า 17,000 คน โดยมีเหตุผลด้านการลดต้นทุนและหลีกเลี่ยงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่อาจถูกทิ้งร้างหลังจบมหกรรม

ในมุมหนึ่ง นี่คือแนวคิดที่สอดคล้องกับกระแสการจัดมหกรรมกีฬาอย่างยั่งยืน เพราะการสร้างหมู่บ้านนักกีฬาขนาดใหญ่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล และอาจกลายเป็นภาระของเมืองเจ้าภาพในระยะยาว ซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่แนวคิดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำแนวคิดไปปฏิบัติให้สามารถรองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายงานข่าวระบุว่า มีกรณีการจัดสรรห้องพักผิดพลาด นักกีฬาและเจ้าหน้าที่บางรายต้องรอห้องพักเป็นเวลานาน ขณะที่บางกรณีมีการจัดห้องให้ผู้ชายและผู้หญิงอยู่ร่วมกัน เพราะการจัดสรรห้องพักที่พิจารณาจากจำนวนบุคคลมากกว่าความเหมาะสมในการใช้งานจริง

นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับขนาดเตียงและพื้นที่ภายในห้องพักแบบสำเร็จรูป

อีกหนึ่งปัญหาที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ ระบบขนส่ง ในการเดินทางระหว่างที่พัก สนามฝึกซ้อม และสนามแข่งขัน นักกีฬาบางชาติรายงานว่าต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเดินทางถึงที่พักหรือสนามแข่งขัน ขณะที่รถรับส่งบางเส้นทางล่าช้าและมีกรณีพานักกีฬาไปยังสถานที่ผิดแห่ง

ปัญหานี้สะท้อนความยากของการจัดการแข่งขันที่กระจายสนามออกไปในหลายพื้นที่ ทั้งในไอจิและเมืองอื่นๆ เมื่อไม่มีหมู่บ้านนักกีฬาขนาดใหญ่ที่รวมทุกคนไว้ในพื้นที่เดียว การบริหารเส้นทางเดินรถจึงต้องมีความแม่นยำมากกว่าเดิม ทั้งด้านเวลา จำนวนรถ จุดรับส่ง และการประสานงานกับเจ้าหน้าที่แต่ละสนาม

สำหรับการแข่งขันที่มีนักกีฬาจาก 45 ชาติและภูมิภาคเข้าร่วม ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อคนจำนวนมาก ยิ่งในกีฬาที่มีตารางแข่งขันต่อเนื่อง การเดินทางล่าช้าอาจทำให้ทีมต้องลดเวลาพักผ่อน หรือเดินทางถึงสนามในช่วงใกล้เริ่มการแข่งขัน

ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ที่ควรเกิดขึ้นกับมหกรรมกีฬาระดับทวีป

ในส่วนของ ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ก็เจอปัญหาตั้งแต่เดินทางมาถึงญี่ปุุ่น โดยทีมเซปักตะกร้อไทยต้องนอนกับพื้นเกือบ 24 ชั่วโมง เพื่อรอห้องพักบนเรือสำราญคอสตา เซเรน่า ท่าเรือนาโกยา ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่พบรายชื่อเป็นแขกเข้าพัก และสาเหตุมาจากลืมส่งเอกสารของนักกีฬาเข้าสู่ระบบที่พัก ก่อนจะเคลียร์ปัญหาลงตัวในภายหลัง

จากมาตรฐานเดิมที่เคยทำกันมาตลอด ซึ่งให้นักกีฬาอยู่ในหมู่บ้านนักกีฬา แต่ปีนี้เกิดความคิดใหม่ๆ ขึ้นมา และอาจด้วยเรื่องงบประมาณ และสภาพแวดล้อมต่างๆ จึงได้กระจายนักกีฬาออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ด้วยกัน โดยกลุ่มแรกพักตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท่าเรือ กลุ่มที่ 2 เช่าเหมาลำเรือเป็นที่พัก และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่กระจายอยู่ตามโรงแรมต่างๆ

ส่งผลให้มีความยุ่งยากมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา อย่างกลุ่มนักกีฬาที่อยู่ในโรงแรมมีการร้องเรียนเรื่องอาหาร เนื่องจากหลายโรงแรมที่ไปอยู่นั้นไม่ได้อยู่ในระบบ เพราะฉะนั้นก็ทำให้ทางโรงแรมจัดการดูแลไม่ถูกต้อง และพอกระจายนักกีฬาออกไป 3 สถานที่ มาตรฐานการอยู่ของนักกีฬาย่อมแตกต่างกัน ไม่สามารถอยู่ในมาตรฐานเดียวกันได้

ขณะเดียวกัน ระบบลงทะเบียนและบัตรประจำตัว ก็กลายเป็นอีกจุดที่เจ้าภาพต้องเร่งแก้ไข นักกีฬาและเจ้าหน้าที่บางส่วนต้องรอการยืนยันสิทธิ์และรับบัตรเป็นเวลานาน ส่งผลให้ขั้นตอนการเข้าที่พักและการเดินทางล่าช้า ปัญหานี้อาจดูเป็นเรื่องทางธุรการ

แต่ในความเป็นจริง ระบบรับรองบุคคลถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการแข่งขัน เพราะเชื่อมโยงกับการรักษาความปลอดภัย การเข้าพื้นที่แข่งขัน และการใช้บริการต่างๆ

นอกจากปัญหาด้านการจัดการแล้ว สภาพอากาศก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความกดดันให้เจ้าภาพ ก่อนพิธีเปิด นาโกยาเผชิญฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วม การเดินทางด้วยรถไฟหยุดชะงัก และมีรายงานว่านักกีฬาบางส่วนต้องอพยพออกจากที่พัก รวมถึงมีน้ำรั่วไหลในพื้นที่จัดการแข่งขันบางแห่ง แสดงให้เห็นว่า การจัดมหกรรมกีฬาในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือภัยธรรมชาติและสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างจริงจัง

อีกด้านหนึ่งคือ ประเด็นทางการทูตและพิธีการระหว่างประเทศ กรณีผู้แทนไต้หวันที่เผชิญข้อจำกัดในการเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับ

รวมถึงความผิดพลาดด้านเพลงชาติเกาหลีเหนือ ระหว่างการแข่งขันฮอกกี้ของทีมชาติเกาหลีใต้ กับบังกลาเทศ

สะท้อนว่าเอเชี่ยนเกมส์ไม่ใช่เพียงเวทีกีฬาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความละเอียดอ่อนทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างชาติสมาชิก

เจ้าภาพจึงต้องให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีของทุกคณะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศมหาอำนาจหรือชาติขนาดเล็ก เพราะความผิดพลาดด้านพิธีการอาจสร้างผลกระทบในระดับนานาชาติได้

แม้ผู้จัดการแข่งขันจะอธิบายว่าเกิดจากความเข้าใจผิดหรือปัญหาด้านการประสานงานก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง การแข่งขันยังมีเป้าหมายสำคัญในการนำเสนอรูปแบบการจัดมหกรรมกีฬาที่ลดการลงทุนด้านสิ่งก่อสร้างถาวร และพยายามใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ยังมองว่าแนวทางของญี่ปุ่นอาจเป็นตัวอย่างสำหรับเจ้าภาพในอนาคต หากสามารถควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม

บทเรียนจากนาโกยาจึงไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพที่ดีหรือไม่ดี แต่อยู่ที่ว่า มหกรรมกีฬายุคใหม่ควรให้ความสำคัญกับอะไร ระหว่างการลดต้นทุน ความยั่งยืน และคุณภาพการให้บริการแก่นักกีฬา การลดงบประมาณเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องไม่ลดทอนมาตรฐานพื้นฐานที่นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ควรได้รับ

สุดท้ายแล้ว เอเชี่ยนเกมส์ 2026 จะถูกจดจำไม่เพียงจากจำนวนเหรียญรางวัล หรือผลงานของนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีที่เจ้าภาพญี่ปุ่นรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย

หากสามารถแก้ไขความผิดพลาดอย่างรวดเร็ว เปิดรับคำวิจารณ์ และปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น การแข่งขันครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการจัดมหกรรมกีฬาในอนาคต

เพราะในโลกของกีฬา ความสำเร็จไม่ได้วัดกันเฉพาะวันที่พิธีเปิดยิ่งใหญ่ หรือวันที่เจ้าภาพได้รับเสียงชื่นชม

แต่ยังวัดกันที่ความสามารถในการจัดการกับปัญหาในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน