บิว-ภูริพล บุญสอน ปรากฏการณ์ที่ยกระดับกรีฑาไทยไปสู่ระดับโลก อะไรที่ไม่เคยกล้าฝัน วันนี้เราฝันได้แล้ว
บิว-ภูริพล บุญสอน ปรากฏการณ์ที่ยกระดับกรีฑาไทยไปสู่ระดับโลก อะไรที่ไม่เคยกล้าฝัน วันนี้เราฝันได้แล้ว
“รู้สึกดีใจมากครับที่คว้าเหรียญทองได้”
“ระหว่างที่รอแข่งรอบชิง ผมไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน ตอนวอร์มก็รู้สึกกดดันตัวเองมากๆ คุมตัวเองไม่อยู่”
“แต่โค้ชเขาดูเราออกว่าเป็นอะไร เดินมาคุยกับเรา แล้วบอกว่า คุณต้องเอาชนะให้ได้ ไม่มีใครอ่อนให้คุณหรอกนะ”
นี่คือความรู้สึกของ บิว-ภูริพล บุญสอน หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชาย เอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมสร้างสถิติใหม่อีกครั้ง
และบางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องหาคำอธิบายอะไรให้มากไปกว่านี้แล้ว เพราะตลอดหนึ่งวัน ภูริพลเพิ่งทำให้ตัวเลขที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงความฝันของวงการกรีฑาไทย กลายเป็นสิ่งที่เขาทำได้จริงถึงสองครั้ง
▪️รอบรองชนะเลิศ 9.91 วินาที
▪️รอบชิงชนะเลิศ 9.90 วินาที
นี่คือเวลาที่เร็วที่สุดในชีวิตของเขา เป็นสถิติประเทศไทย และเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์ที่สำคัญกว่านั้นคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภูริพลวิ่งในระดับ 9 วินาที
เขาวิ่ง 9.94 วินาทีที่ซีเกมส์ 2025
จากนั้นทำได้อีก 9.95 วินาที รอบคัดเลือก, 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศเอเชียนเกมส์ ก่อนจะลดลงมาเหลือ 9.90 วินาทีในรอบชิงชนะเลิศ
3 ครั้งในรอบ 3 วัน และ 2 ครั้งภายในวันเดียว
ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกเราว่า 9.94 วินาทีที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องฟลุกอีกต่อไป
มันคือสัญญาณของการก้าวขึ้นไปอีกระดับของนักวิ่งวัย 20 ปีคนนี้
“เกินฝันไปมากครับ ดีใจที่ทำลายทั้งสถิติตัวเองและสถิติเอเชียนเกมส์ได้ เมื่อกี้อาจมีหลุดสเตปไปบ้างเพราะตื่นเต้น แต่โดยรวมทำออกมาได้ดีมากครับ”
ภูริพลพูดประโยคนี้หลังผ่านรอบรองชนะเลิศ โดยที่ยังเหลือรอบชิงชนะเลิศให้ลงแข่งขัน
ฟังดูธรรมดา แต่ลองคิดดูอีกครั้ง 9.91 วินาทีคือสถิติเอเชียนเกมส์ และเขายังบอกว่า “อาจมีหลุดสเตปไปบ้าง”
ในรอบชิงชนะเลิศเอง เขาออกสตาร์ตได้ไม่ดีที่สุด แต่เมื่อจับจังหวะของตัวเองได้ ภูริพลก็กลับมาอยู่ในเกมอย่างรวดเร็ว ก่อนพุ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที
นั่นทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า หากวันนั้นเขาควบคุมความตื่นเต้นและออกตัวได้อย่างที่ต้องการ ตัวเลขจะไปได้ไกลกว่านี้อีกแค่ไหน
“ตอนแรกก็ตั้งเป้าไว้ที่ 9.8 วินาทีครับ แต่รอบชิงฯ ตื่นเต้นนิดหน่อยเลยออกรีแอ็กชันได้ช้า”
นี่คือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของภูริพลในวันนี้ เขาไม่ได้พูดถึง 9.90 วินาทีในฐานะปลายทาง แต่ยังมองเห็นตัวเลขที่ต่ำกว่านั้น และยังเชื่อว่าตัวเองไปถึงได้
“ตั้งแต่ซีเกมส์มาผมก็ตั้งใจซ้อมมาก ๆ เพื่อเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ และหวังว่าเราจะทำให้ได้ และดีใจมาก ๆ ที่ทำได้”
“ไม่คิดว่าเด็กคนนึงมีความฝันอยากติดทีมชาติ ไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ ภูมิใจและดีใจมาก ๆ”
บางทีประโยคนี้อาจอธิบายเรื่องราวของภูริพลได้ดีที่สุด เพราะเมื่อเรามองตัวเลข 9.90 วินาทีผ่านบริบทของการแข่งขันระดับโลก มันทำให้เห็นว่าระยะห่างระหว่างเขากับนักวิ่งระดับแนวหน้าของโลกไม่ได้ไกลจนเกินจินตนาการ
ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก 2025 โนอาห์ ไลล์ส เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2024 เข้าเส้นชัยอันดับ 3 ด้วยเวลา 9.89 วินาที
เร็วกว่าสถิติใหม่ของภูริพลเพียง 0.01 วินาที
แน่นอนว่าเวลาเพียงตัวเลขเดียวไม่สามารถบอกได้ว่านักกีฬาสองคนอยู่ในระดับเดียวกัน เพราะการแข่งขันแต่ละครั้งมีบริบทแตกต่างกัน
แต่การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เราเห็นภาพว่า 9.90 วินาทีของภูริพลมีความหมายมากแค่ไหน และที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ เขาเพิ่งอายุ 20 ปี นั่นหมายความว่าเรายังมีเวลาอีกมากที่จะได้เห็นว่า นักวิ่งคนนี้จะพัฒนาตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน
จากวันนี้ เราอาจไม่ได้มองภูริพลเพียงในฐานะนักวิ่งไทยที่ประสบความสำเร็จในเอเชียอีกแล้ว แต่เริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ของการมีนักวิ่งไทยเข้าไปยืนอยู่ในเวทีระดับโลก
เวทีที่ครั้งหนึ่งเราอาจเคยคิดว่าไกลเกินฝัน วันนี้มันอาจยังไม่ใช่ความจริง
แต่วันนี้เราเริ่มกล้าฝันถึงมันได้แล้ว และภูริพลเองก็พูดถึงเป้าหมายนั้นออกมาอย่างชัดเจน
“เป้าหมายต่อไปหลักคือโอลิมปิกและชิงแชมป์โลกที่จีน ถ้ามองเป็นไปได้ก็อยากไปให้ถึงโพเดียมให้ได้”
จากความฝันอยากติดทีมชาติ สู่การเป็นนักวิ่งที่เร็วที่สุดในเอเชีย และจากวันนี้ บางทีคำถามอาจไม่ใช่แล้วว่า ภูริพลจะไปได้ไกลแค่ไหน
แต่อาจเป็นว่า เขาจะพากรีฑาไทยไปไกลได้แค่ไหน
เอเชียนเกมส์ 2026 ยังไม่จบ ภูริพลยังมีอีก 2 อีเวนต์ ทั้งวิ่ง 200 เมตรชาย และผลัด 4×100 เมตรชาย เราคงต้องรอดูกันต่อว่า “บิว” จะสร้างตัวเลขใหม่อะไรให้กับวงการกรีฑาไทยอีก
แต่ไม่ว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร อย่างน้อยวันนี้ เขาได้ทำให้คนไทยเห็นแล้วว่า
บางความฝันไม่ได้ไกลเกินไป เพียงแค่วันหนึ่ง ต้องมีใครสักคนวิ่งไปให้ถึงก่อน และวันนี้ คนคนนั้นคือ บิว-ภูริพล บุญสอน