ถาม-ตอบกับ กกต. สหราชอาณาจักร ว่าด้วยเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มีรหัส

ไชยันต์ ไชยพร

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยต่อคดีบัตรเลือกตั้งที่มีรหัส สังคมไทยก็เริ่มรู้จักว่า บัตรเลือกตั้งมีสองแบบ คือ แบบลับสัมบูรณ์ (absolute secret) กับ แบบลับแบบมีเงื่อนไข (qualified secret) ลับแบบสัมบูรณ์  คือ ระบบเลือกตั้งที่บัตรทุกใบเหมือนกันหมด เช่น บัตรเลือกตั้งแบบกากบาทดั้งเดิมที่ไม่มีรหัสใด ๆบนบัตรเลือกตั้ง เมื่อบัตรเลือกตั้งถูกหย่อนลงไปอยู่ในหีบเลือกตั้ง จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครเลือกใคร แม้จะเปิดหีบออกมาดู  ดังนั้น ในระบบการเลือกตั้งทั่วโลก คำว่า “ลับแบบสัมบูรณ์”  หมายถึงระบบที่ตัวบัตรเลือกตั้งเอง ไม่มีรหัส เครื่องหมาย หรือเลขซีเรียลใดๆ ที่จะใช้สืบย้อนกลับไปหาต้นขั้วหรือตัวบุคคลได้เลย แม้แต่โดยอำนาจศาลก็ตาม

ลับแบบมีเงื่อนไข คือ ระบบเลือกตั้งที่บัตรเลือกตั้งยังคงรักษาความลับของผู้เลือกตั้งในกระบวนการเลือกตั้งตามปกติ แต่ตัวบัตรเลือกตั้งมีรหัส หมายเลขลำดับประจำบัตร (serial number) บาร์โค้ด (barcode) คิวอาร์โค้ด (QR code) หรือเครื่องหมายเฉพาะอื่นใดที่ถูกจัดเก็บไว้ในระบบการบริหารจัดการการเลือกตั้ง เพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของบัตรแต่ละใบ การป้องกันการปลอมแปลง หรือการตรวจสอบความสุจริตของกระบวนการเลือกตั้ง ภายใต้ระบบดังกล่าวนี้ เมื่อบัตรเลือกตั้งถูกหย่อนลงในหีบเลือกตั้งแล้ว บุคคลทั่วไป เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือแม้แต่ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง จะไม่สามารถทราบได้ว่าบัตรใบใดเป็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนใด และไม่สามารถทราบได้ว่าบุคคลนั้นลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด         

อย่างไรก็ตาม ความลับดังกล่าวมิใช่ความลับโดยสัมบูรณ์ เนื่องจากยังคงมีข้อมูลหรือกลไกบางประการที่อาจเชื่อมโยงบัตรเลือกตั้งกลับไปยังต้นขั้วบัตร ฐานข้อมูลการเลือกตั้ง หรือข้อมูลการแจกจ่ายบัตรได้ หากมีการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น ในระบบการเลือกตั้งทั่วโลก คำว่า “ความลับแบบมีเงื่อนไข” จึงเป็นระบบที่ถือว่าการลงคะแนนเสียงยังคงเป็นความลับสำหรับสาธารณชนและการดำเนินการเลือกตั้งตามปกติ แต่เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบย้อนกลับได้ภายใต้เงื่อนไขพิเศษบางประการ เช่น การสืบสวนการทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบความถูกต้องของบัตรเลือกตั้ง หรือการดำเนินการตามคำสั่งขององค์กรที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ทั้งนี้ ระดับของการตรวจสอบย้อนกลับได้จะแตกต่างกันไปตามการออกแบบของระบบเลือกตั้งและกฎหมายของแต่ละประเทศ

ระบบการเลือกตั้งภายใต้หลักการเลือกตั้งลับแบบสัมบูรณ์ และ ระบบการเลือกตั้งภายใต้หลักการเลือกตั้งลับแบบมีเงื่อนไข ต่างมีข้อดีและข้อด้อยในตัวเอง และ ณ ขณะนี้ ยังไม่มีการคิดค้นระบบการเลือกตั้งที่ประสานข้อดีของทั้งสองแบบเข้าด้วยกันได้ การเลือกใช้หลักการลับแบบใดจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความเหมาะสมของแต่ละประเทศ

สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้บัตรเลือกตั้งลับแบบมีเงื่อนไข ผู้เขียนจึงอยากจะสอบถามกับคณะกรรมการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในประเทศของเรา จึงได้ขอให้บุตรชาย (ชยันต์ ไชยพร) ซึ่งขณะนั้นกำลังเรียนปริญญาโทกฎหมายด้านอนุญาโตตุลาการอยู่ที่ Queen Mary มหาวิทยาลัยลอนดอน ให้ติดต่อไปยัง กกต. ของอังกฤษ และได้รับความกรุณาจากคุณ Mark Nyack, Public Information ของคณะกรรมการการเลือกตั้งสหราชอาณาจักรในการตอบข้อสงสัยต่างๆ

คำถามข้อที่ 1

ในระบบของสหราชอาณาจักร บัตรลงคะแนนอาจมีหมายเลขลำดับและ/หรือเครื่องหมายระบุตัวตน และต้นขั้วบัตรอาจบันทึกข้อมูลที่เชื่อมโยงกับการออกบัตรลงคะแนน การรักษาความลับของบัตรลงคะแนนในสหราชอาณาจักรสามารถอธิบายได้หรือไม่ว่าเป็น "ความลับแบบมีเงื่อนไข" หรือ "ความลับแบบมีข้อจำกัด" ในแง่ที่ว่าระบบนี้รักษาความลับได้ในสถานการณ์ปกติ แต่อนุญาตให้มีการตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างจำกัดภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายที่เข้มงวด ?

คำตอบข้อที่ 1 ในสหราชอาณาจักร บัตรลงคะแนนจะถูกกำหนดหมายเลขตามลำดับ และหมายเลขบัตรเหล่านี้จะถูกบันทึกตามบัญชีลำดับหมายเลขที่สอดคล้องกัน เมื่อบัตรลงคะแนนถูกแจกให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หมายเลขทะเบียนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะถูกเขียนไว้ข้างหมายเลขบัตรลงคะแนนบนบัญชีลำดับหมายเลจดังกล่าว เมื่อปิดการลงคะแนน บัตรลงคะแนนและบัญชีลำดับหมายเลขจะถูกบรรจุและปิดผนึกในซอง

ศาลมีอำนาจสั่งให้ตรวจสอบหรือเปิดเผยซองที่ปิดผนึกซึ่งบรรจุบัตรลงคะแนนและบัญชีลำดับหมายเลข หากศาลพิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็นเพื่อริเริ่มคดีหรือดำเนินคดีในความผิดที่เกี่ยวข้องกับบัตรลงคะแนน หรือเพื่อยื่นคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ศาลคดีเลือกตั้งที่พิจารณาความถูกต้องและความชอบด้วยกฎหมายของการเลือกตั้งก็มีอำนาจทั่วไปในการสั่งให้ตรวจสอบซองที่ปิดผนึกด้วยเช่นกัน

ระบบนี้ถูกอ้างถึงโดยคณะกรรมาธิการกฎหมายว่าเป็น "ความลับแบบมีเงื่อนไข"

คำถามข้อที่ 2

ประชาชนทั่วไป ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตัวแทนพรรค ผู้สังเกตการณ์ หรือเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง/นับคะแนน สามารถสแกน บันทึก ถ่ายภาพ หรือระบุหมายเลขประจำบัตรลงคะแนนหรือเครื่องหมายระบุตัวตนในลักษณะที่อาจเชื่อมโยงผู้ลงคะแนนกับบัตรที่ทำเครื่องหมายแล้วได้หรือไม่ ?

คำตอบข้อที่ 2 มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติการเป็นตัวแทนประชาชน ค.ศ. 1983 บัญญัติข้อกำหนด เกี่ยวกับความลับและกำหนดหน้าที่แก่บุคคลต่าง ๆ ในกระบวนการเลือกตั้ง โดยสรุปดังนี้

บทบัญญัติระบุว่าเจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง ผู้สมัครและตัวแทน รวมถึงผู้สังเกตการณ์ ต้องปกป้องความลับของการลงคะแนน

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องไม่รบกวนผู้ลงคะแนนรายอื่น ชักจูงให้แสดงบัตรลงคะแนนที่กรอกแล้ว หรือพยายามล่วงรู้      

ว่าพวกเขาลงคะแนนให้ใคร และหากมีข้อมูลดังกล่าว ก็ต้องไม่เปิดเผยต่อผู้อื่น

ผู้ที่เข้าร่วมการนับคะแนนต้องไม่พยายามไประบุชี้ชัดหมายเลขบัตรลงคะแนน (ซึ่งพิมพ์ไว้ที่ด้านหลังของบัตร)      

หรือเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับระหว่างการนับคะแนนเกี่ยวกับผู้สมัครที่ได้รับคะแนนจากบัตรใดบัตรหนึ่ง

แม้ว่ากฎหมายการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักรจะไม่ได้ห้ามการถ่ายภาพในหน่วยเลือกตั้งอย่างชัดเจน แต่คณะกรรมาธิการแนะนำว่าเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งและผู้ช่วยควรไม่อนุญาตให้กระทำเช่นนั้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการได้รับข้อมูลในหน่วยเลือกตั้งและการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีความซับซ้อน และมีความเสี่ยงที่บุคคลที่ถ่ายภาพภายในหน่วยเลือกตั้งอาจกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม

คำถามข้อที่ 3 และ 4

มาตรการป้องกันเชิงปฏิบัติและทางกฎหมายใดบ้างที่ป้องกันมิให้บุคคลใดสามารถเชื่อมโยงผู้ลงคะแนนกับบัตรลงคะแนนที่ทำเครื่องหมายแล้ว ตัวอย่างเช่น มีกฎเกี่ยวกับการจัดการต้นขั้วบัตร บัญชีบัตรลงคะแนน ซองที่ปิดผนึก คำสั่งศาล ข้อจำกัดการเข้าถึง ระยะเวลาการเก็บรักษา และบทลงโทษทางอาญาหรือไม่ ? และในสถานการณ์ใดบ้าง หากมี ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าบัตรลงคะแนนใบใดถูกออกให้แก่ผู้ลงคะแนน        คนใด และสิ่งนี้สามารถทำได้เฉพาะโดยคำสั่งของศาลหรือศาลคดีเลือกตั้งเท่านั้น และเฉพาะในคดีที่        เกี่ยวข้องกับการทุจริตการเลือกตั้งหรือคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งเท่านั้นใช่หรือไม่ ?

คำตอบข้อที่ 3 และ 4

มีมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้หมายเลขบัตรลงคะแนนในบัญชีลำดับหมายเลขถูกนำไปเชื่อมโยงกับบัตร   ลงคะแนนที่ทำเครื่องหมายแล้ว เมื่อปิดการลงคะแนน บัญชีลำดับหมายเลขจะถูกบรรจุในซองที่ปิดผนึก     โดยประธานเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง จากนั้นซองที่ปิดผนึกจะถูกนำส่งไปยังเจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง   การเปิดซองที่ปิดผนึกจะกระทำได้เฉพาะตามคำสั่งของผู้พิพากษา อันเป็นผลจากคำร้องเกี่ยวกับการ     เลือกตั้งหรือเพื่อการสืบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งเท่านั้น แม้กระนั้นก็ตาม      การตรวจสอบเอกสารก็เกิดขึ้นได้ยากมาก ยกเว้นในคดีที่มีการสืบสวนเรื่องการทุจริตหรือการสวมสิทธิ์          (กล่าวคือ บุคคลที่ลงคะแนนอย่างผิดกฎหมายโดยแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น)

และด้วยมาตรการป้องกันเหล่านี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลใดจะสามารถเชื่อมโยงผู้มีสิทธิเลือกตั้งกับบัตรลงคะแนนใบใดใบหนึ่งได้ ดังนั้นผู้ลงคะแนนเสียงจึงมั่นใจได้ว่าการลงคะแนนจะคงไว้ซึ่งความเป็น   ความลับ

คำถามข้อที่ 5

คณะกรรมาธิการการเลือกตั้ง รัฐสภา ศาล ภาคประชาสังคม หรือประชาชนทั่วไป เคยแสดงความกังวลว่า หมายเลขประจำบัตร ต้นขั้วบัตร หรือเครื่องหมายระบุตัวตนอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่หน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง หรือบุคคลอื่นอาจค้นพบว่าบุคคลใดลงคะแนนให้ใครหรือไม่ ?

 คำตอบข้อที่ 5

เราทราบดีว่าในอดีตประเด็นนี้เคยถูกถกเถียงเป็นครั้งคราว เช่น โดยคณะกรรมาธิการกิจการ  ภายในประเทศในปี ค.ศ. 1998 อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้รับรายงานว่ามีข้อกังวลใด ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นาน       มานี้ นี้เกี่ยวกับประเด็นนี้

คำถามข้อที่ 6

ในกรณีที่มีผู้แสดงข้อกังวลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ระบบของสหราชอาณาจักรจะแก้ไขปัญหาเหล่านั้น  อย่างไร โดยที่ยังคงรักษาทั้งความลับของบัตรลงคะแนนและความสามารถในการสืบสวนการทุจริตการ    เลือกตั้งไว้พร้อมกัน ?

คำตอบข้อที่ 6

ดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว เราไม่ได้รับรายงานถึงข้อกังวลใด ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติว่าด้วยความลับของบัตรลงคะแนนในพระราชบัญญัติการเป็นตัวแทน ประชาชน ค.ศ. 1983 ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพภายใต้พระราชบัญญัติความลับของบัตรลงคะแนน ค.ศ.          2023 พระราชบัญญัติใหม่นี้ได้บัญญัติความผิดใหม่ขึ้น เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าผู้ลงคะแนนควรเข้าไปในคูหา    ลงคะแนนเพียงลำพังขณะกรอกบัตรลงคะแนน และต้องไม่มีบุคคลอื่นร่วมด้วย เว้นแต่ที่กำหนดไว้ภายใต้      กฎหมายที่มีอยู่เดิม ได้แก่ ผู้ช่วยเหลือผู้ลงคะแนนที่มีความพิการซึ่งได้ยื่นหนังสือแถลงไว้ตามที่กฎหมาย  กำหนด เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ช่วยเหลือผู้ลงคะแนนที่มีความพิการ หรือเด็กที่อยู่ในความดูแล     ของผู้ลงคะแนน

(การถาม-ตอบนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 และ 5  มิถุนายน พ.ศ. 2569)