ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์แข็งค่าหลังบอนด์ยีลด์พุ่ง

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (30 ก.ย.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ลดช่วงบวก หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ ซึ่งอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนต.ค.

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.08% แตะที่ 101.451

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.34 เยน จากระดับ 157.22 เยนในวันอังคาร (29 ก.ย.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8354 ฟรังก์ จากระดับ 0.8336 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4229 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4178 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1332 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1341 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3262 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3229 ดอลลาร์

ในช่วงแรก สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมาก หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดยังคงส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่ลดลง

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ลดช่วงบวก หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.7% จากระดับ 3.4% ในเดือนก.ค.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.3% จากระดับ 3.0% ในเดือนก.ค.

หลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 37% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค. ซึ่งลดลงจาก 51% ในวันอังคาร และลดลงจาก 71% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 2.2% สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ซึ่งต่างก็อยู่ที่ระดับ 1.5% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง และการพุ่งขึ้นของการลงทุนในภาคเอกชน

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (2 ต.ค.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 4.1%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช