สัญญาจาก 'อนุทิน'

เพราะเมื่ออำนาจรัฐถูกใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ความเป็นนิติรัฐและหลักธรรมาภิบาลก็ถูกบั่นทอนไปด้วยความเชื่อมั่นของประเทศของเราเป็นเครดิตที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ แต่ต้องสร้างขึ้นจากการทำงาน ความประพฤติและการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดตรงไปตรงมา

วันนี้ผมทราบดีว่าในความเป็นหัวหน้ารัฐบาล มาเป็นนายกรัฐมนตรี มาพูดเรื่องคอร์รัปชันต่อหน้าพวกท่านทั้งหลาย ท่านก็จะต้องถามว่าแล้วรัฐบาลจะจัดการปัญหาในความรับผิดชอบของรัฐบาลได้แค่ไหน

เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นก็ยังเป็นข่าววนเวียนอยู่ในโซเชียลทุกวัน ผมจึงอยากใช้เรื่องนี้ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นี้เป็นกรณีศึกษาที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับท่าน..."

“...วันนี้ผมมาเป็นนายกฯ ก็ต้องยิ่งใช้สิ่งที่ผมมีอยู่ ขอบเขตอำนาจ ที่ผมถืออยู่กำจัดสิ่งที่คนไทยเกลียด

นอกจากท่านเกลียดแล้ว ผมก็เกลียดด้วย

ผมอาจจะหนักกว่าท่านหลายคนในที่นี้ เพราะเคยโดน เคยเป็นผู้ประสบเคราะห์กรรมมาด้วย

ถูกถึงขนาดนักเลงหัวไม้เกือบถูกอุ้ม ถูกขู่ อายุยังไม่ถึง ๓๐ ปี ไปไหนต้องมีคนดูแล ๓-๔ คน เพราะไปขัดใจคนที่สามารถจัดฮั้วได้ อยู่บ้านไม่ได้ นอนไม่ได้

ถามว่าวันนี้ ผมอยู่ตรงนี้ผมเช็กบิลแน่นอน ผมไม่มีทางปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะผมทราบว่าถ้าผมทำตรงนี้ได้ ผมไม่ต้องมีผลงานอื่น ทำให้ท่านเห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันมันลดน้อยหรือมันหาย

ผมไม่กล้าพูดว่าให้มันหายไปเลยซีโรคอร์รัปชัน เราต้องเริ่มให้มันลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญก่อน แล้วสังคมความกดดันระบบมันก็จะทำให้การคอร์รัปชัน มันหายไปจากสารบบของการทำงาน ของการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศไทย

เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอให้ทุกท่านได้มีความมั่นใจ  ผมมีบัญชีส่วนตัวอยู่ ผมพูดไปท่านอาจจะไม่เชื่อ มันเป็นไปได้ยังไง ท่านดูก็แล้วกันพูดไปก็หาว่าคุย แต่ว่าเรื่องนี้ผมทำด้วยความอัดอั้นตันใจมานาน และวันนี้มันก็ถึงตรงนี้แล้ว  ถ้าผมทำเรื่องนี้ได้ มันจะดีใจมากกว่าได้เป็นนายกฯ นานๆ

ทำเรื่องนี้ได้เสร็จ เผลอๆ แขวนนวม

พอแล้วคุ้มแล้ว ตอบโจทย์ตัวเองได้แล้ว ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้แล้วปีนี้ ผมมีเป้าหมายของผมและท่านก็มีความคาดหวัง แต่ผมก็จะทำในสิ่งที่ท่านคาดหวังให้มันเกิดขึ้น"

"...เราเชื่อว่าถ้าตรงไหนแสงสว่างเพียงพอ เป็นโจรจริง โจรต้องกลัว คือตรงที่มีแสงสว่างเพียงพอ แล้วเปิดทุกอย่างให้มีแสงสว่าง เป็นแสงที่ส่องการทุจริตและไม่มีแรงไหนเท่ากับหูตาของพี่น้องประชาชน

ท่านต้องเป็นแสงสว่างเหล่านั้น เพื่อทำให้ภาครัฐและพวกท่านภาคประชาชน ภาคสื่อมวลชนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ และนำมาตีแผ่

คนที่แจ้งเบาะแสก็ต้องได้รับความคุ้มครอง ให้มันรู้ไปว่าประเทศนี้อธรรมจะชนะธรรมะ พวกผมไม่มีกำแพงไหน มีความแข็งแกร่งเท่ากับประชาชนกับพวกท่าน

ถ้าท่านเห็นในสิ่งที่พวกผมทำอยู่เป็นสิ่งที่ชอบแล้ว ดีแล้ว ไม่เคยมีใครให้ความใส่ใจกับเรื่องปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ส่งเสริมให้ข้าราชการได้ดำเนินการอย่างเต็มที่  ท่านส่งสัญญาณมา ประชาชนเป็นกำแพงอยู่ข้างหลังเรา

ผมรับรองเห็นช้างตัวเท่าลูกน้ำ ไม่ใช่เห็นช้างตัวเท่ามด..."

ถือว่าเป็นครั้งแรกครับที่นายกฯ อนุทินพูดเรื่องคอร์รัปชันชัดเจนแบบนี้

แถมยังยกตัวอย่างว่าเคยเป็นเหยื่อของคนโกง

อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น นี่่ถือเป็นสัญญาประชาคม เป็นสัญญาจากนายกรัฐมนตรีถึงการประกาศสงครามกับคอร์รัปชัน!

คำพูดทั้งหมดของนายกฯ อนุทิน สามารถอนุมานได้ว่าท่านรู้ถึงปัญหาคอร์รัปชันอย่างลึกซึ้ง ทั้งในแง่ผลกระทบ และวิธีการจัดการ

ท่านยกให้ประชาชนมีส่วนสำคัญในการปราบคอร์รัปชัน เป็นกำแพงให้รัฐบาลที่้ปราบคอร์รัปชัน

ถ้าไปถามฝ่ายค้านตอนนี้ว่าเชื่อสิ่งที่นายกฯ พูดหรือเปล่า

ก็คงตอบแบบไม่ต้องคิด สร้างภาพ!

เพราะฝ่ายค้านลับมีดรอเชือดในเวทีซักฟอกรัฐบาลในเร็วๆ นี้อยู่แล้ว

แล้วประชาชนเชื่อหรือเปล่าว่า นายกฯ อนุทิน จะทำอย่างที่พูดจริง

คนที่เชื่อคงจะมีไม่เท่าไหร่

ที่ไม่เชื่อจะเยอะกว่า

บางส่วนก็ให้โอกาส อยากจะเห็นผลงานรัฐบาลปราบโกงได้จริง

ฉะนั้นเมื่อนายกฯ อนุทินพูดให้ความหวังแบบนี้ ก็ต้องทำให้ได้ด้วย

ประชาชนมีเหตุผลที่จะไม่เชื่อครับ เพราะการเมืองไทยไม่เคยปลอดคอร์รัปชัน

การโกงยังอยู่ในดีเอ็นเอของนักการเมือง

ต่อให้นายกฯ อนุทินไม่โกง แต่คนรอบข้าง ใครจะรับประกันได้

นายกฯ อนุทินยืนยันได้หรือไม่ว่าคนรอบข้างทุกคนล้วนซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ในอดีตไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้สำเร็จ

นายกรัฐมนตรีที่ได้ชื่อว่ามือสะอาด ไม่ว่าจะเป็น "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" หรือแม้กระทั่ง "ชวน หลีกภัย" ก็ไม่สามารถยกระดับประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันต่ำได้

เพราะปัญหาคอร์รัปชันมันกินลึกลงไปในสังคมไทย จนกลายเป็นเรื่องชาชิน

ประชาชนโกงก็มีให้เห็นเป็นการทั่วไป

การพูดถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชันจึงไม่อาจพูดโดยไม่มีแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมได้

ว่ากันตรงๆ ณ วันนี้ ก็ยังไม่เห็นแนวทางจากรัฐบาล ว่าจะแก้ปัญหาสำคัญนี้ให้ลุล่วงได้อย่างไร

ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index หรือ CPI) ของประเทศไทย ๕ ปีย้อนหลัง พ.ศ. ๒๕๖๕–๒๕๖๙ จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ยังโงหัวไม่ขึ้นเหมือนเดิม

มันดำดิ่งอันดับเกินร้อย

เป็นเรื่องน่าตกใจที่รัฐบาลทุกรัฐบาลล้วนมีนโยบายแก้ปัญหาคอร์รัปชันด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่มีรัฐบาลไหนแก้ปัญหาให้กระเตื้องขึ้นได้

มันแทบจะอยู่กับที่

คือโกงกันอย่างสม่ำเสมอ

ครับ...ปัญหาคอร์รัปชันคือปัญหาหลักที่ฉุดการพัฒนาประเทศ

ถ้านายกฯ อนุทินแก้ไขได้ อย่างน้อยๆ ทำให้อันดับคอร์รัปชันมาอยู่ที่ ๕๐-๖๐ ของโลก จีดีพีของประเทศจะพุ่งโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

จะเชียร์ให้แก้รัฐธรรมนูญให้ "อนุทิน" เป็นนายกฯ เกิน ๘ ปีเลยครับ.