รังสิมันต์ลุยบี้ ‘สุชาดา-สามี’ แจง‘กมธ.กม.’

เอสไอไล่แกะหุ้น-เส้นเงิน “สมชาติ” หลังเข้าแจงฐานะพยาน ส่องบริษัทกฎหมายโยงถือครองอสังหาฯ-นอมินีต่างชาติ ขยายตรวจภาพรวมภูเก็ต "โรม" จ่อเรียก "ไอเดียร์-สามี" เข้าแจง กมธ.กฎหมายฯ 7 ต.ค.นี้ แย้มเกี่ยวข้องฉ้อโกงคริปโตฯ ด้าน "ศิริโชค" เปิดลายแทงสะกิด "รังสิมันต์" เจาะเงินกู้ 1,440 ล้าน "สามี สส.ไอเดียร์" โยงบริษัทคริปโตฯ ล้มละลาย

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง กล่าวถึงกรณีการเข้าให้ปากคำชี้แจงในฐานะพยานของนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 28  ก.ย.69 ที่ผ่านมาว่า คณะพนักงานสืบสวนได้ใช้เวลาพอสมควรในการสอบถามข้อมูลจากนายสมชาติ ซึ่งนายสมชาติได้นำเอาพยานเอกสารที่เกี่ยวกับบริษัทสำนักกฎหมายที่ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจงด้วย โดยยอมรับว่าตนเองเป็นเจ้าของสำนักงานกฎหมายแห่งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบทบาทหน้าที่ของบริษัท จะรับเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายเป็นหลัก นายสมชาติได้ให้ความร่วมมือให้ข้อมูล ทั้งในเรื่องของงบบัญชีของบริษัท แหล่งที่มาของเงินทุนที่ใช้ประกอบธุรกิจว่ามีที่มาอย่างไรบ้าง ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้เป็นเรื่องภายในสำนวนของคณะพนักงานสืบสวนที่จะต้องใช้พิจารณาประกอบกับคำให้การของพยานปากอื่นและเอกสารหลักฐานต่างๆ จึงไม่สามารถเปิดเผยได้

ทั้งนี้ ตามฐานข้อมูลการสืบสวนสอบสวนจะพบว่าบริษัทเหล่านั้นมักประกอบธุรกิจประเภทอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และการบริการอื่นๆ  และส่วนใหญ่มีการถือครองอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าสูงหลายสิบล้านบาท อนึ่ง ตามหลักกฎหมายแล้ว ในการทำธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนผู้ถือหุ้นที่มิได้มีโอนขายเปลี่ยนแปลงทางสำนักงานที่ดิน ทำให้รัฐอาจสูญเสียภาษีและค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมเหล่านี้ จึงทำให้ดีเอสไอยังคงเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการที่คนไทยได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดร่วมกับชาวต่างชาติ

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา มีการพาดพิง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายซาง ไทหยาง สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลีย ของ น.ส.สุชาดา ที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ว่า วันที่ 7 ต.ค.นี้ ตนจะออกหนังสือเชิญ น.ส.สุชาดาและนายไทหยาง รวมถึงผู้แทนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาด้วย เพราะขณะนี้ข้อมูลที่ปรากฏเกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี และเกี่ยวข้องกับการลงทุน

               "น่ากังวลว่าจะมีการฉ้อโกงกันครั้งใหญ่ แต่ผมยังไม่ขอสรุปฟันธง เพราะต้องถือหลักว่าจะต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน แต่จะต้องตรวจสอบและไล่เส้นเงินทั้งหมด รวมถึงแหล่งที่มารายได้ทั้งหมด และดำเนินการต่อ เอาผิดทางกฎหมาย และทางการเมือง"

เมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้เปิดเผยหลักฐาน  นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนยังขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากยังไม่สามารถพูดทั้งหมดได้ เพราะจะต้องใช้ในวาระอื่น แต่ยืนยันว่า ไม่ช้าทุกคนจะได้รับรู้และรับทราบกัน ทั้งนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกตทรัพย์สินของนายไทหยางที่มีราว 1.9 พันล้าน และปล่อยกู้ให้กับบริษัทหรือกองทุนแห่งหนึ่งถึง 80% ต่อมา บริษัทหรือกองทุนดังกล่าวล้มละลาย จนนำไปสู่แรงสั่นสะเทือนในโลกคริปโตเคอร์เรนซี บุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคนถูกจับ และถูกดำเนินคดี ทั้งที่สิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา  ซึ่งหลายคนให้การเชื่อมโยงมาถึงนายไทหยาง

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เหตุใดนายไทหยางที่มาพำนักในไทย และยังมีทรัพย์สินจำนวนมาก รวมถึงยังมีการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทหรือกองทุนที่ล้มละลายไปแล้ว แต่ในบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดา กลับยังระบุถึงผลต่างของตัวเลขเงินที่แตกต่างไป ดังนั้น ข้อมูลเหล่านี้จึงทำให้เกิดสมมติฐานบางว่า และต้องตรวจสอบว่า เส้นทางทางการเงินที่เชื่อมโยงจะถูกนำไปใช้เพื่อเอาผิดได้มากน้อยเพียงใด

นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวพาดพิงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าสามีของ สส.หญิงใน จ.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติและสแกมเมอร์ ต่อมาเกิดกระแสสังคมเข้าไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์  สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งพบว่าสามีของ น.ส.สุชาดาคือ นายไทหยาง ซาง (Taiyang Zhang) มีเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท ทรี แอโรลส์ แคปิตอล จำกัด (Three Arrows Capital Ltd.) จำนวน 1,440,469,809.26 บาท

เขาระบุว่า สิ่งที่ขุดเจอ ทำให้เข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้จึงควรตรวจสอบต่อ เริ่มจากบัญชีทรัพย์สินที่ภรรยาของเขายื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ครอบครัวมีทรัพย์สินรวมเกือบ 1,975 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นของสามีมากกว่า 1,840 ล้านบาท แต่สิ่งที่ทำให้ผมหยุดดู ไม่ใช่ว่าเขารวย หากเป็นทรัพย์สินก้อนใหญ่ที่สุดของเขาว่าคืออะไร ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่ที่ดิน ไม่ใช่หุ้น และไม่ใช่เงินสด แต่เป็น “เงินให้กู้ยืม” ที่ปรากฏตัวเลข 1,440,469,809.26 บาท ผู้กู้คือ บริษัท Three Arrows Capital Ltd. หรือ 3AC กองทุนคริปโตชื่อดังที่ภายหลังล้มในปี 2022 และเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี เงินกู้ลงวันที่ 4 มี.ค.2564 แต่พอเปิดไปดูรายละเอียด กลับปรากฏยอดคงเหลือ 1,343,127,369.60 บาท ซึ่งสองตัวเลขนี้ต่างกัน 97,342,439.66 บาท หรือเกือบ 100 ล้านบาท ตรงนี้ตนยังไม่เรียกว่าผิดปกติ เพราะอาจมีคำอธิบายธรรมดามาก เงินต้นอาจถูกชำระคืนบางส่วน อาจเป็นคนละวันอ้างอิง หรือเป็นการลงตัวเลขคนละฐาน

นายศิริโชคระบุว่า ได้ไล่ย้อนประวัติของนายไทหยาง ซาง และพบว่าเขาไม่ใช่โนเนมในโลกคริปโต แต่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Republic Protocol ซึ่งต่อมากลายเป็น Ren Protocol และมีประวัติเชื่อมโยงกับธุรกิจคริปโตอีกหลายแห่ง และตนเจอเอกสารในคดีล้มละลาย FTX ซึ่งทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นมาอีกระดับ เพราะเอกสารระบุว่าบริษัทที่อยู่เบื้องหลัง Ren จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ Dappbase Pty Ltd, MPC Technologies Pte Ltd และ Dappbase Ventures Ltd ถูก Maclaurin Investments ซึ่งเดิมคือ Alameda Ventures เข้าซื้อในเดือน ม.ค.2564 โดย Alameda ซื้อบริษัท Ren เดือน ม.ค.2564 ต่อมา นายไทหยาง ซาง ให้ 3AC กู้ประมาณ 47 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2564 ห่างกันประมาณเดือนกว่าๆ ตนจึงพยายามไล่ต่อว่า Alameda ซื้อบริษัท Ren เท่าไหร่ และนายไทหยาง ซาง ได้รับเงินจากดีลนี้เท่าไหร่ เพราะถ้าได้ตัวเลขนี้ หลายอย่างอาจต่อกันได้ทันที แต่ตรงนี้ต้องแฟร์กับนายซาง ตนยังไม่มีหลักฐานว่าเงินที่ให้ 3AC กู้มาจากการขาย Ren ให้ Alameda เงิน 2 ก้อนอาจเกี่ยวกัน หรืออาจไม่เกี่ยวกันก็ได้ แต่ช่วงเวลาที่ใกล้กันมาก ทำให้สัญญาซื้อกิจการฉบับจริง กลายเป็นเอกสารสำคัญที่ควรตามต่อ

นายศิริโชคระบุอีกว่า ตนดูในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ ของ ป.ป.ช.อีกรอบ พบชื่อบุคคลหนึ่ง คือ “Wilson Pao” ปรากฏอยู่ตรงรายการเงินกู้ 1,440 ล้านบาทของ Three Arrows Capital ซึ่งจากการไล่ดูไปในเอกสารคดีของ 3AC ที่สหรัฐอเมริกา กลับพบชื่อ Cheuk Yao Pau ซึ่งถูกผู้ชำระบัญชีของ 3AC ระบุเป็นหนึ่งใน Discovery Targets ที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับกิจการของ 3AC และในฐานข้อมูลคดีต่างประเทศยังปรากฏชื่อเต็มว่า Wilson Cheuk Yao Pau และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น มีรายงานที่เกี่ยวกับคดีระบุ Cheuk Yao Pau ว่าเป็น director ของ 3AC ซึ่งเอกสารศาลที่ตนตรวจได้ยืนยันชัดว่า Pau เป็น Discovery Target ส่วนตำแหน่ง director ปรากฏในรายงานข่าวเกี่ยวกับคดี ดังนั้นตนยังไม่ฟันธงเรื่องตำแหน่งจนกว่าจะเห็นเอกสารบริษัทโดยตรง.