รวมคอมมูนิตี้น่าไป เปลี่ยนพื้นที่เก่า เป็นพื้นที่ชิคๆ ที่อยากชวนไปใช้ชีวิต นั่งชิล ทำงาน นัดเพื่อน ถ่ายรูปในที่เดียว - เส้นทางเศรษฐี

รวมคอมมูนิตี้น่าไป เปลี่ยนพื้นที่เก่า เป็นพื้นที่ชิคๆ ที่อยากชวนไปใช้ชีวิต นั่งชิล ทำงาน นัดเพื่อน ถ่ายรูปในที่เดียว

การไป “คอมมูนิตี้” กลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ สะท้อนจากการเกิดใหม่ของคอมมูนิตี้มากมาย ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวและเสน่ห์เฉพาะตัว 

ตั้งแต่การชุบชีวิตพื้นที่เก่าให้กลับมาคึกคักจนกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนของผู้คน ไปจนถึงคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของครอบครัวและกลุ่มคนที่มีแพสชันเหมือนกัน 

ชวนไปทำความรู้จัก 5 คอมมูนิตี้ ที่นอกจากจะมีร้านน่าสนใจให้แวะแล้ว ยังมีบรรยากาศและเรื่องราวที่ทำให้อยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง

The Lake Club – เมืองทองธานี

The Lake Club - เมืองทองธานี
The Lake Club – เมืองทองธานี

เสน่ห์ของคอมมูนิตี้แห่งนี้คือการปรับโฉมพื้นที่เดิมของโรงแรมอีสติน เลคไซด์ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน โดยยังคงสถาปัตยกรรมเดิมของโรงแรมเอาไว้ได้อย่างสวยงามท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลสาบเมืองทองธานี ในคอนเซ็ปต์ L.A.K.E. คือ L – Life, A – Art, K – Kitchen และ E – Experience

โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่ของคนทุกเจเนอเรชัน สามารถเข้ามาใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพราะมีทั้งร้านกาแฟ ที่เปิดบริการยามเช้า ร้านอาหาร คราฟต์เบียร์ ให้ได้ลิ้มลอง มีพื้นที่ให้นั่งชิล มุมถ่ายรูปมากมาย แถมยังเป็น Pet Friendly อีกด้วย 

อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมสร้างสีสันให้กับผู้คนที่มาเยือนอยู่เสมอ เช่น เต้น Zumba, เต้นแอโรบิกริมทะเลสาบ, Craft Market, เวิร์กช็อป, PETDERR CITY WALK เป็นต้น

พิกัด 

เมืองทองธานี

เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

White Cloud Ari – อารีย์

White Cloud Ari - อารีย์
White Cloud Ari – อารีย์

เสน่ห์ของคอมมูนิตี้แห่งนี้คือการเปลี่ยนบ้านหลังเก่าในซอยอารีย์ 3 ให้เป็นพื้นที่ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี มีความเรียบง่ายและร่วมสมัย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติในย่านนี้ ในคอนเซ็ปต์ Your Everyday Escape in Ari

โดยออกแบบพื้นที่ส่วนกลางบริเวณโถงบันไดใหญ่ให้เปิดรับแสงธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กลางแจ้ง แต่ในขณะเดียวกันก็ควบคุมอุณหภูมิให้เย็นสบายตลอดทั้งวัน สามารถมานั่งพักสายตา อ่านหนังสือ หรือพูดคุยกับเพื่อนได้นานเท่าที่ต้องการ

อีกทั้งยังรวมร้านอาหารและคาเฟ่ไว้ในที่เดียว และมีมุมถ่ายรูปอีกเพียบ โดยเฉพาะจุดไฮไลต์อย่าง บันไดวน เป็นมุมที่เล่นกับแสงเงาได้สวยที่สุดในทุกช่วงเวลา

พิกัด

ซอยอารีย์ 3 เข้าซอยประมาณ 400 เมตร โครงการอยู่ซ้ายมือ

เปิดทุกวัน 10.00-20.30 น.

Morning Cafe เริ่ม 07.00 น. และ Night Vibe ถึง 00.00 น.

SALAA Craftsman Yard – ปรีดี พนมยงค์ 15 

SALAA Craftsman Yard - ปรีดี พนมยงค์ 15 
SALAA Craftsman Yard – ปรีดี พนมยงค์ 15 

เสน่ห์ของคอมมูนิตี้แห่งนี้คือการปรับพื้นที่ซึ่งเคยเป็นร้านขายต้นไม้ให้เป็นคอมมูนิตี้ที่เกิดจากการรวมตัวกันของลูกหลานชาวเชียงรายที่เข้ากรุงมาปักหลักในย่านสุขุมวิท 

ทั้ง Mui Coffee Bar ร้านกาแฟ, My Mood Matcha ร้านมัทฉะ, Anne de Pridi ร้านซาวโดวจ์โฮมเมด และ Blackbean Architect & Construction ออฟฟิศสถาปนิกและก่อสร้าง

นอกจากให้บรรยากาศของความเป็นโรงเรือนแล้ว ยังได้สัมผัสรสชาติความอร่อยของร้านอันมีเอกลักษณ์ที่ได้คัดสรรมารวมไว้ในที่เดียว และยังมีมุมให้ถ่ายรูปทำคอนเทนต์ แม้จะเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ แต่รับรองว่าดีงามไม่แพ้ที่ไหนๆ 

พิกัด 

ปรีดี พนมยงค์ 15 

Anne de Pridi เปิดวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.30 น.

Mui Coffee Bar เปิดทุกวัน เวลา 07.30-16.30 น.

My Mood Matcha เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.30 น.

Destine – ลาดพร้าว

Destine - ลาดพร้าว
Destine – ลาดพร้าว

เสน่ห์ของคอมมูนิตี้แห่งนี้ เริ่มต้นจากความรักของครอบครัวที่อยากสร้างพื้นที่ดีๆ ไว้ใช้เวลาดูแลลูกชาย และทำด้วยความตั้งใจเพราะอยากให้คนลาดพร้าวได้มีพื้นที่สำหรับการนั่งพักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ และมีขนมปังอร่อยๆ อย่างซาวโดวจ์ที่หาทานได้ไม่ง่ายในย่านลาดพร้าว 

รวมถึงร้านทำเล็บ บริการนวดคลายเครียด และห้องประชุมสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ทำงาน สามารถนัดเพื่อน หรือมานั่งชิล เรียกว่าเป็นพื้นที่ให้ทุกคนสามารถมีความสุขร่วมกันได้ 

พิกัด 

เปิดทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น.

TUR GUB CHAN – สาทร

TUR GUB CHAN - สาทร
TUR GUB CHAN – สาทร

เสน่ห์ของคอมมูนิตี้แห่งนี้คือการรีโนเวทอาคารเก่าอายุราว 20 ปี ให้เป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ความสนุก เกิดขึ้นโดย TUR ร้านทำผมสายสไตล์ลิสต์ 

โดยมีทั้งร้านอาหาร เครื่องดื่ม และไวน์บาร์ เช่น Pak lonn, TALAYTIME และ RUDO เป็นต้น ร้านทำผม อย่าง TUR HAIR SALON SATHORN โซนแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เช่น VSTU และ NWL studio มุม Golf Simulator ให้ทำกิจกรรม และมีร้านตัดขนสุนัข Booms ให้บริการ 

ไม่เพียงเท่านี้ทุกมุมยังสามารถถ่ายรูปชิคๆ ได้ หลายคนบอกว่าให้บรรยากาศเหมือนอยู่เวียดนาม สามารถแวะมานั่งชิล จิบกาแฟ หรือช้อปปิ้งก็จบในที่เดียว 

พิกัด

เปิดเวลา 10.00-22.00 น. 

ปิดทุกวันอังคาร

ขอบคุณภาพและข้อมูล

White Cloud Ari, Salaa.bkk, Destine, BKK.LIVING, TUR GUB CHAN

Tags

Related Posts

รวมคอมมูนิตี้น่าไป เปลี่ยนพื้นที่เก่า เป็นพื้นที่ชิคๆ ที่อยากชวนไปใช้ชีวิต นั่งชิล ทำงาน นัดเพื่อน ถ่ายรูปในที่เดียว

การไป “คอมมูนิตี้” กลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ สะท้อนจากการเกิดใหม่ของคอมมูนิตี้มากมาย ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวและเสน่ห์เฉพาะตัว  ตั้งแต่การชุบชีวิตพื้นที่เก่าให้กลับมาคึกคักจนกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนของผู้คน ไปจนถึงคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของครอบครัวและกลุ่มคนที่มีแพสชันเหมือนกัน  ชวนไปทำความรู้จัก 5 คอมมูนิตี้ ที่นอกจากจะมีร้านน่าสนใจให้แวะแล้ว ยังมีบรรยากาศและเรื่องราวที่ทำให้อยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง The Lake Club – เมืองทองธานี เสน่ห์ของคอมมูนิตี้แห่งนี้คือการปรับโฉมพื้นที่เดิมของโรงแรมอีสติน เลคไซด์ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน โดยยังคงสถาปัตยกรรมเดิมของโรงแรมเอาไว้ได้อย่างสวยงามท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลสาบเมืองทองธานี ในคอนเซ็ปต์ L.A.K.E. คือ L – Life, A – Art, K – Kitchen และ E – Experience โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่ของคนทุกเจเนอเรชัน สามารถเข้ามาใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพราะมีทั้งร้านกาแฟ ที่เปิดบริการยามเช้า ร้านอาหาร คราฟต์เบียร์ ให้ได้ลิ้มลอง มีพื้นที่ให้นั่งชิล มุมถ่ายรูปมากมาย แถมยังเป็น Pet Friendly อีกด้วย  อีกทั้งยังมีการจัดกิจ

3 ตุลาคม 2569

เมื่อการย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่มาพร้อมกับ “ความเหงา” และความพยายามในการหาเพื่อนใหม่ หลายคนอาจเลือกไปงานสังสรรค์หรือดาวน์โหลดแอปต่างๆ แต่สำหรับ Owen Akhibi Herrera วัย 27 ปี เขาเลือกชวนคนแปลกหน้ามา “วิ่ง”  จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ เพื่อแก้เหงาในนิวยอร์ก สู่การเป็นคอมมูนิตี้ฟิตเนสสุดฮิตที่มีผู้เข้าร่วมหลักหมื่นคน และต่อยอดงานเสริมนี้ให้กลายเป็น ธุรกิจทำเงินสูงถึง 640,000 ดอลลาร์ (ราว 23 ล้านบาท) ต่อปี บทความนี้จะพาทุกคนไปถอดบทเรียนความสำเร็จของเขาว่า ทำไม “รันคลับ” ที่มีอยู่เกลื่อนเมือง ถึงทำเงินมหาศาลได้ขนาดนี้ จุดเริ่มต้นการสร้างรายได้จาก Run Club Owen Akhibi Herrera ผู้ก่อตั้ง Peak and Pace กลุ่มรันคลับในนิวยอร์กซิตี เล่าว่า เขาใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการวางแผนจัดงานวิ่ง 5 กิโลเมตรและงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้บนเกาะ Governor’s Island โดยตอนนั้นตนเองและทีมงานได้บรรจุสิ่งของลงในรถบรรทุกถึง 18 คัน และวางแผนจะนำขึ้นเรือข้ามฟาก แต่ทว่าในเช้าวันก่อนจัดงาน เขาได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าเรือเสีย ทำให้รถบรรทุกติดเคว้งอยู่ที่วอลล์สตรีท ย่านธุรกิจการเงินอันพลุกพล่านของเมือง “ตอนนั้นผมกังวลเรื่องการต้องคืนเงินให้คน 2,00

2 ตุลาคม 2569

กระแสความนิยมอาหารจีนยังมาแรงไม่หยุด ล่าสุด YONNY แบรนด์ร้านอาหารจีนในเครือ Yu Ni Zai Yi Qi เดินหน้าบุกตลาดไทย ด้วยการเปิด 6 สาขาใหม่พร้อมกันในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ หลังสาขาต้นแบบที่เซ็นทรัลเวสต์เกต ได้รับการตอบรับดีเกินคาด โดยมีสัดส่วนลูกค้าชาวไทยมากกว่า 80% มีอัตรากลับมาใช้บริการซ้ำมากกว่า 50% พร้อมร่วมกับ Thailand Franchise Center จัดสัมมนาการลงทุนและเปิดรับพันธมิตรแฟรนไชส์ในประเทศไทย เปิด 6 สาขาใหม่ รองรับทุกช่วงเวลาแห่งความอร่อยของคนไทยทุกกลุ่ม โดย คุณหม่า ไห่เทา กรรมการและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ YONNY (Ma Haitao, General Manager of YONNY’s Overseas Business Division.) กล่าวว่า สาขาใหม่ทั้ง 6 แห่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้าหลักของกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ โดยเป็นร้านขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป บางสาขามีหน้าร้านยาวกว่า 23 เมตร และใช้รูปแบบร้านเจเนอเรชัน 6.0 ซึ่งรวมเมนูซิกเนเจอร์ ซวนไฉ่อวี๋ (Suancai Fish) หรือที่รู้จักในต่างประเทศว่า Sauerkraut Fish ซึ่งก็คือ เมนูปลาต้มผักกาดดองอันเป็นเอกลักษณ์ ผนวกรวมเข้ากับเมนูมินิฮอตพอต หม้อไฟขนาดเล็กที่ลูกค้าสามารถเลือกวัต

2 ตุลาคม 2569

กล้วยทอด เป็นเมนูที่หาทานง่าย ราคาจับต้องได้ และมีขายแทบทุกตลาด แต่ กล้วยทอดเจ๊เอม กำลังทำให้ของกินธรรมดา กลายเป็นเมนูที่คนอยากตามไปลอง เบื้องหลังไม่ได้มีแค่เรื่องสูตร แต่เป็นการวางเกมตั้งแต่ พื้นที่ คน สินค้า ไปจนถึงวิธีขาย ในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นเลือกทุ่มงบหลักแสนถึงหลักล้านเพื่อแย่งชิงพื้นที่ทำเลทองในงานวัดไร่ขิง เจ๊เอมกลับเลือกแนวทางที่ชาญฉลาดกว่าด้วยการบริหารต้นทุนโดยเลือกพื้นที่ราคาหลักหมื่น แล้วใช้กลยุทธ์ดึงดูดผู้คน ด้วยการดึงศิลปินและคนดังอย่าง ต้าอู๋ห์ และโฟกัส มาร่วมสร้างสีสันในบริเวณเดียวกัน พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ในชื่อ “ซอยดารา” การทำเช่นนี้ทำให้เกิดแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มแฟนคลับดารา คนตามกระแสโซเชียล และสายกิน แทนที่จะพึ่งพาทำเลแพงๆ เจ๊เอมเลือกที่จะสร้างจุดศูนย์กลางแรงดึงดูดขึ้นมาด้วยตนเอง ก่อนเปิดขายจริงในวันที่ 1 ตุลาคม เจ๊เอมสร้างกระแสความสนใจด้วยกิมมิคป้ายหน้าบูธที่เขียนว่า “ขายหมดแล้วจ้า” แม้ร้านจะยังไม่เปิด พร้อมโลโก้ลิงถือกล้วยอันเป็นเอกลักษณ์ มุกตลกนี้ทำหน้าที่เป็น Hook ชั้นดีที่กระตุ้นความสงสัย สร้างคำถามในใจผู้บริโภคว่า “ร้านอะไร?” และ “

2 ตุลาคม 2569

วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ จากเด็กวัยรุ่นหนีออกจากบ้าน ทำงานแลกข้าว ขัดรองเท้า ขายดอกไม้ ซ่อมรถ ขายนาฬิกา เป็นบาร์เทนเดอร์ ไต่เต้าเป็นผู้จัดการแผนก เก็บเงินสร้างธุรกิจของตัวเอง จนเป็น “ศรีฟ้าเบเกอรี่” อาณาจักรเบเกอรี่พันล้าน ล้มร้อยครั้ง แปลว่าลุกขึ้นมาได้เกินร้อยครั้งแล้ว ดูคลิปเต็มได้แล้ว | จุดเริ่มเจ็บ

2 ตุลาคม 2569

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20-30 ปีก่อน ในยุคที่เด็กทุกคนโตมากับการดูช่อง 9 การ์ตูน พร้อมกับซื้อขนมแถมของเล่นซองละ 5 บาท.แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน “ต้นทุนพุ่งสูงขึ้น” การขาย 5 บาทจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป.วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณหมิว-ปวิตรา ทัศวิชัย ซีอีโอและทายาท Big One Group เกี่ยวกับเรื่องราวการเปลี่ยนเกม หันมาทำสินค้าลิขสิทธิ์คุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็น Monchhichi, Care Bears และ Powerpuff Girls เป็นต้น.จากบริษัทที่ไม่รู้ว่าจะผ่านวิกฤตไปได้ไหม วันนี้ Big One เติบโตสร้างรายได้ทะลุ 1,300 ล้านบาท พร้อมพาแบรนด์ลิขสิทธิ์ระดับโลกอย่าง Monchhichi, Care Bears และ Powerpuff Girls เข้ามาครองใจแฟนๆ ทั่วประเทศ

2 ตุลาคม 2569