รัฐจัดให้! สิงคโปร์เปิดแอปหาคู่ข้าราชการ ใช้อัลกอริทึมโนเบล แก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย

สิงคโปร์เปิดทดลองใช้ FirstDate แอปพลิเคชันหาคู่สำหรับข้าราชการโสดอายุ 21-35 ปี โดยใช้ระบบจับคู่ที่พัฒนาจากอัลกอริทึมจากผลงานรางวัลโนเบล ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาเด็กเกิดน้อย

เมื่อวันที่ 30 กันยายน สำนักงานเทคโนโลยีภาครัฐของสิงคโปร์ (GovTech) เปิดตัวโครงการนำร่อง FirstDate หรือแอปหาคู่ข้าราชการโสดในวัย 21-35 ปี โดยระบุว่า ที่มาที่ไปของโครงการมาจากคำถามที่ว่า การมีตัวเลือกมากขึ้นช่วยให้คนหาคู่ที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้นจริงหรือไม่

หลังจากนั้น รัฐบาลจึงพัฒนาแนวคิดดังกล่าวเป็นระบบการจับคู่จากค่านิยมและความชอบ โดยเปิดโอกาสผู้ใช้ทำความรู้จักกันครั้งละหนึ่งคน แทนการปัดเลือกโปรไฟล์จำนวนมากแบบแอปหาคู่ทั่วไป

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานต้องเข้าสู่ระบบผ่าน Singpass ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของสิงคโปร์ โดยต้องตอบคำถามเกี่ยวกับความสนใจ นิสัย และค่านิยม ก่อนที่ระบบจะเลือกคู่ให้ครั้งละหนึ่งคน โดยทั้งสองฝ่ายมีเวลา 72 ชั่วโมงในการตัดสินใจว่าจะทำความรู้จักกันต่อหรือไม่

FirstDate ใช้อัลกอริทึม Gale-Shapley ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยนักคณิตศาสตร์ เดวิด เกล (David Gale) และ ลอยด์ แชปลีย์ (Lloyd Shapley) ในปี 1962 เพื่อจับคู่คนสองกลุ่มตามลำดับความต้องการของแต่ละฝ่าย โดยแชปลีย์ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ร่วมในปี 2012 จากผลงานด้านทฤษฎีการจับคู่ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวถูกนำไปใช้ตั้งแต่การรับนักเรียนเข้าโรงเรียน การจัดสรรแพทย์ประจำบ้าน ไปจนถึงแอปหาคู่

อย่างไรก็ตาม โครงการได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงวิจารณ์ หลังการเปิดตัว โดยบางคนมองว่า การยืนยันตัวตนผ่านระบบของรัฐอาจช่วยลดความเสี่ยงจากบัญชีปลอมหรือมิจฉาชีพ ขณะที่บางส่วนมองว่า รัฐบาลกำลังเข้ามายุ่งกับเรื่องความรักของประชาชนมากเกินไป จนมีคนพูดหยอกล้อว่า เป็นการ ‘หาคู่โดยรัฐ’

นอกจากนี้ ยังมีเสียงตั้งคำถามว่า เหตุใดโครงการจึงจำกัดอายุไว้ที่ 35 ปี โดยบางคนมองว่า นี่คือเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ปัญหาอัตราเกิดต่ำ มากกว่าการช่วยคนโสดทุกวัยหาคู่

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้น หลังในปี 2025 สิงคโปร์มีเด็กเกิดใหม่ไม่ถึง 3 หมื่นคน เป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ขณะที่อัตราเจริญพันธุ์ลดลงเหลือเพียง 0.87 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน ทำให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือครอบครัวและส่งเสริมการมีลูก

อย่างไรก็ดี สิงคโปร์ไม่ใช่ที่แรกในเอเชียที่รัฐบาลเข้ามาช่วยหาคู่ โดยก่อนหน้านี้ กรุงโตเกียวเปิดตัวแอปหาคู่ที่ใช้ AI ส่วนกรุงโซลมีโครงการจับคู่คนโสดเช่นกัน นับเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า หลายเมืองในเอเชียกำลังลองใช้สารพัดวิธีเพื่อรับมือกับปัญหาแต่งงานช้าและเด็กเกิดน้อย

อ้างอิง:

ภาพ: Text สั้น


ABOUT THE AUTHOR

อัยย์ลดา แซ่โค้ว

Content Creator กองบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ THE STANDARD