"ธีรยุทธ" ชี้การเมืองไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เตือนรัฐบาลเข้มแข็งเกินไป
วันนี้ (5 ต.ค.2569) นายธีรยุทธ บุญมี นักวิพากษ์วิจารณ์การเมือง บรรยายพิเศษ ในโอกาส 30 ปีไทยโพสต์ เรื่อง "เหลียวหลังแลหน้า ถามหาประเทศไทย" โดยมองการเมืองประเทศไทยเปรียบเทียบ 3 ยุค ว่า ในช่วงนี้คือช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมุ่งหวังที่จะคลี่คลายจากรัฐธรรมนูญในยุค 2540 ไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และรัฐบาลเข้มแข็งขึ้นจริง แต่มากเกินไป เพราะคุมได้ทั้งหมดซึ่งเป็นการควบคุมด้วยเงิน ทุนการเมือง และยังมีการควบคุมองค์กรอิสระในบางส่วน
นายธีรยุทธ มองว่า เป็นการเมืองแบบประชานิยม มีฐานเสียงเป็นคนจนในชนบท และเกิดสงครามเสื้อสีอย่างเช่นการเมืองในยุคนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยเป็นฝ่ายตรงข้ามเห็นต่างกัน ซึ่งพรรคการเมืองในยุคหลังแตกต่างจากการเมืองในช่วง 14 ตุลา สาเหตุที่ประสบความสำเร็จทางการเมือง นอกจากเรื่องนโยบายแล้ว คือ “ความอยุติธรรมในสังคม“ เรื่องการกระจายรายได้ระหว่างเมืองกับชนบท เป็นปัจจัยพื้นฐานรองรับที่สะสมมาโดยตลอด ไม่เช่นนั้นความสำเร็จอย่างกว้างขวางในช่วงยุคนายทักษิณ ก็ไม่สามารถเกิดได้ โดยนโยบายประชานิยมที่ประสบความสำเร็จคือ 30 บาทรักษาทุกโรค
ส่วนการเมืองในยุคปัจจุบัน เปรียบเป็นกลุ่มแนวคิดประชานิยมและการเปลี่ยนแปลง ที่มากับคนรุ่นใหม่เจน Y เจน Z และมีความรู้สึกว่าชนชั้นนำเป็นตัวขัดขวางการเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดการปะทะทางความคิด
นายธีรยุทธยังฝากถึงพรรคการเมืองรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ว่าการถกเถียงให้ลึกขึ้น มีความจำเป็นมากขึ้น พร้อมชี้ให้เห็นพลังทางการเมืองมี 3 ส่วน
- กลุ่มเยาวชนต้องการความเปลี่ยนแปลง
- กลุ่มประชานิยมบ้านใหญ่ พรรคเพื่อไทยกระแสนิยมตกลงไปและพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมา
- กลุ่มอนุรักษ์นิยมเป็นพวกโลว์โหวตไฮท์โปรไฟล์ ซึ่งเป็นภาพการเมืองในปัจจุบันนี้
พร้อมยกตัวอย่างเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยว่า ประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมของตัวเอง หรืออาจมี 1 อย่าง “วิทยุธานินทร์” ซึ่งเป็นวิทยุไทย ไทยไม่ได้เน้นประสิทธิภาพในการผลิตหรือปรับตัว แต่มีวงจรอุบาทว์ที่ทำลายประสิทธิภาพในประเทศ ซึ่งโต้โผใหญ่คือรัฐบาล-นักการเมือง-ข้าราชการ ที่ดำเนินนโยบาย ไปเอื้อต่อกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะเมกะโปรเจกต์ต่างๆ
อ่านข่าว :
นายกฯ กำชับการบินไทย - AOT พร้อมรับประชุม IMF-World bank อย่าให้ซ้ำรอยช่วงน้ำท่วม
การบินไทยเผยเที่ยวบินฟื้นปกติ 100% เหลือสัมภาระที่ต้องจัดการ 412 ใบ
ยื่นขอเยียวยาน้ำท่วมผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" พุ่ง 1 ล้านครัวเรือน