น้ำท่วมบางคล้า มวลน้ำล้อม ‘วัดปากน้ำโจ้โล้’ เร่งระบายลงบางปะกง
วันนี้ (8 ตุลาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณ วัดปากน้ำโจ้โล้ ถนนวนะภูติ ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา พบว่ามวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนเอ่อเข้าท่วมชุมชนและเส้นทางสัญจรโดยรอบวัด ส่งผลให้ประชาชนต้องปรับรูปแบบการเดินทาง ขณะที่ร้านค้าและสถานประกอบการในพื้นที่บางส่วนยังคงเปิดให้บริการท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม บริเวณ วัดปากน้ำโจ้โล้ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของอำเภอบางคล้า มีน้ำล้อมรอบพื้นที่ศาสนสถาน ขณะที่ระดับน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่โดยรอบและเส้นทางเข้าสู่วัด
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเร่งบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานภาครัฐ โดย ชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 7 ร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ฝน น้ำท่วม และแนวโน้มการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญ โดยเฉพาะลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำสะสมในขณะนี้
ชยันต์ระบุว่า ปัจจุบันพื้นที่ ปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีมวลน้ำค้างทุ่งสะสมประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้พื้นที่อำเภอบ้านสร้างและอำเภอบางแตนมีระดับน้ำท่วมสูง รัฐบาลจึงสั่งการเร่งติดตั้งเครื่องมือและเรือผลักดันน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
สำหรับพื้นที่บางคล้า กรมชลประทานได้นำ เครื่องผลักดันน้ำประมาณ 40 เครื่อง เข้าติดตั้งบริเวณอำเภอบางคล้าและสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ขณะที่กองทัพเรือได้ติดตั้งอุปกรณ์ผลักดันน้ำเบื้องต้น 10 เครื่อง บริเวณจุดตัดมอเตอร์เวย์กับแม่น้ำบางปะกง และเตรียมเสริมเพิ่มอีก 16 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงยังมีข้อจำกัดจาก ภาวะน้ำทะเลหนุนสูงและลักษณะภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างช้า โดย สทนช. คาดการณ์ว่าสถานการณ์ในพื้นที่ฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีจะทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วง ต้นเดือนพฤศจิกายน หากไม่มีปัจจัยฝนตกหนักเพิ่มเติมเข้ามาซ้ำเติม
ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านน้ำยังเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกหนักช่วง 9-13 ตุลาคม ส่วนเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณ 724 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 102% ของความจุ จึงมีการจำลองสถานการณ์กรณีเลวร้ายที่สุด เพื่อควบคุมการระบายน้ำผ่านตัวเมืองเพชรบุรีไม่ให้เกิน 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
สำหรับกรุงเทพมหานคร ชยันต์ระบุว่า สถานการณ์น้ำได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มลดลง โดยปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำประมาณ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังมีพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำได้อีกมาก พร้อมให้กรมชลประทานเตรียมพื้นที่แก้มลิงรองรับสถานการณ์ และหากไม่มีฝนตกเพิ่มในช่วงปลายฤดูฝน จะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เพื่อให้ประชาชนกลับมาเพาะปลูกและดำเนินชีวิตตามปกติโดยเร็ว












ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ฐานิส สุดโต
บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD