รมว.ทส. แจงสภาฯ เดินหน้าแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งสมุทรปราการต่อเนื่อง พร้อมเร่งวางแผนระยะยาว รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันนี้ (8 ตุลาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ 133 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ และการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยยืนยันว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง มุ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและการมีส่วนร่วมของประชาชน

สำหรับจังหวัดสมุทรปราการ มีแนวชายฝั่งประมาณ 57.4 กิโลเมตร พบพื้นที่กัดเซาะประมาณ 53.34 กิโลเมตร และดำเนินการแก้ไขแล้วประมาณ 52.31 กิโลเมตร หรือร้อยละ 98.06 ของแนวชายฝั่งที่มีการกัดเซาะ โดยใช้มาตรการที่เหมาะสมกับพื้นที่ อาทิ การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น และมาตรการป้องกันชายฝั่งรูปแบบต่าง ๆ

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นในจังหวัดสมุทรปราการ รวม 14.52 ล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ บริเวณตำบลนาเกลือและตำบลแหลมฟ้าผ่า ระยะทาง 1,430 เมตร งบประมาณ 5.72 ล้านบาท และพื้นที่อำเภอบางบ่อ ตำบลคลองด่าน ระยะทาง 2,200 เมตร งบประมาณ 8.8 ล้านบาท

สำหรับพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดำเนินโครงการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 เพื่อช่วยลดพลังงานของคลื่น ดักตะกอน และฟื้นฟูเสถียรภาพชายฝั่ง รวมระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีแผนดำเนินการเพิ่มเติมในพื้นที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า ตำบลนาเกลือ และบริเวณวัดขุนสมุทรจีน ระยะทาง 1,430 เมตร ใช้งบประมาณ 5.72 ล้านบาท คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในประมาณ 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมีนาคม 2570

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งและจัดทำฐานข้อมูลสำหรับสนับสนุนการวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมและเป็นปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ มีแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยเตรียมจัดทำแผนแม่บทการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ครอบคลุม 8 จังหวัด รวมถึงจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเป็นกรอบการวางแผนลงทุนและจัดสรรงบประมาณ โดยพิจารณาทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวิศวกรรม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม

สำหรับบริเวณวัดขุนสมุทรจีน มีแนวทางพัฒนาโครงการ “Green Belt” ซึ่งผสมผสานมาตรการทางวิศวกรรมกับการฟื้นฟูธรรมชาติ โดยใช้แนวป้องกันเพื่อลดพลังงานคลื่น ควบคู่กับการฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อดักตะกอนและเสริมความมั่นคงของชายฝั่ง

นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญทั้งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่และการวางแผนระยะยาว โดยบูรณาการข้อมูลทางวิชาการ เทคโนโลยี งบประมาณ และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อดูแลพื้นที่ชายฝั่ง ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและพื้นที่สำคัญในจังหวัดสมุทรปราการให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน