เมืองแสนสุข Smart City ชลบุรีต้นแบบเมืองอัจฉริยะใช้เทคโนโลยี

เป็นพื้นที่ราว 20.3 ตารางกิโลเมตรในอำเภอเมืองชลบุรี ครอบคลุมชายหาดบางแสนและเขาสามมุข เดิมคนรู้จักในฐานะเมืองตากอากาศของนักท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยบูรพา ปัจจุบันเทศบาลแห่งนี้ถูกพูดถึงอีกแบบ เพราะนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาของผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรม และมีการเรียกว่าเป็น Smart City แห่งแรกของไทยที่ท้องถิ่นลงมือทำเอง

จุดเริ่มต้นจากปัญหาผู้สูงอายุอยู่ลำพัง

คุณณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรี ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “นายกตุ้ย” เล่าว่าเมื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ เขาพบว่าคนในพื้นที่จำนวนมากเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง แพทย์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาชี้ว่าสาเหตุหนึ่งมาจากสารพิษในภาชนะโฟม เทศบาลจึงออกมาตรการยกเลิกภาชนะโฟมในพื้นที่

จากนั้นเมื่อลงพื้นที่กับอาสาสมัครสาธารณสุข เขาเห็นว่าผู้ป่วยติดเตียงส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ข้อมูลในบทความระบุว่าเขตเทศบาลมีประชากร 46,320 คน เป็นผู้สูงอายุ 7,138 คน หรือราวร้อยละ 15 และหลายคนต้องอยู่คนเดียว เพราะลูกหลานต้องทำมาหากินหรือดูแลครอบครัวตัวเอง

เริ่มจากรีโมตคอนโทรลธรรมดา
เจ้าหน้าที่สาธิตอุปกรณ์ปุ่มฉุกเฉินและสายรัดแจ้งเตือนสำหรับผู้สูงอายุในโครงการเมืองแสนสุข สมาร์ทซิตี้

เมืองแสนสุข เริ่มแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีง่ายๆ คือรีโมตคอนโทรลที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบ้าน ใช้เปิดปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า และมีปุ่มฉุกเฉินเชื่อมกับไซเรนหน้าบ้านเพื่อให้เพื่อนบ้านเข้ามาช่วยได้ทัน อุปกรณ์นี้พัฒนาร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยเริ่มใช้กับ 46 ครอบครัว นายกตุ้ยยอมรับว่าผลลัพธ์ยังไม่สมบูรณ์ แต่ดีกว่าไม่ทำอะไร

โครงการแสนสุข สมาร์ทซิตี้ เริ่มปี 2559
ผู้บริหารเทศบาลเมืองแสนสุขถ่ายภาพร่วมพันธมิตรโครงการใต้แบนเนอร์ Saensuk Smart City

ปี 2559 เทศบาลตั้งโครงการแสนสุข สมาร์ทซิตี้ ขึ้นมา โดยกำหนดขอบเขตเป็น 4 ด้าน ได้แก่ Smart Living, Smart Health Care, Smart Security และ Smart Tourism นายกตุ้ยอธิบายว่าประเทศไทยวางองค์ประกอบเมืองอัจฉริยะไว้ 7 ด้าน แต่เทศบาลเลือกทำเท่าที่ทำได้ก่อน เพราะท้องถิ่นยังติดข้อจำกัดด้านระเบียบราชการและอำนาจบริหาร

โครงการแรกคือการดูแลความปลอดภัยของผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยี IoT ได้รับความร่วมมือจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, Dell, Intel รวมถึงทุนจากบริษัทในเครือ SE-ED เริ่มติดตั้งในบ้านผู้สูงอายุที่อาสาสมัครสาธารณสุขคัดเลือก 30 หลังคาเรือน แล้วขยายเป็น 50 หลัง

ระบบแจ้งเตือนทำงานอย่างไร

อุปกรณ์ในแต่ละบ้านประกอบด้วยสายรัดข้อมือหรือสร้อยคอส่งสัญญาณ ตัวส่งสัญญาณติดผนัง (เช่นในห้องน้ำ) กล่องควบคุมที่ทำหน้าที่เซนเซอร์จับแก๊สรั่วด้วย และโปรแกรมแจ้งเหตุบนมือถือของญาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อผู้สูงอายุล้มหรือกดปุ่มฉุกเฉิน สัญญาณจะส่งไปยังเทศบาล ลูกหลาน และหน่วยงานเฝ้าระวังพร้อมกัน หน้าจอเจ้าหน้าที่แสดงข้อมูลเจ้าของเครื่อง ที่อยู่ และ QR Code นำทางผ่าน Google Map ไปยังบ้านนั้น

ผลลัพธ์ที่เปิดเผยออกมาคือระบบมีสัญญาณเตือนผิดพลาดสูงถึงร้อยละ 80 ถึง 90 เมื่อสัญญาณเข้า 100 ครั้ง จะมีเหตุจริงเพียง 1 ถึง 2 ครั้ง แต่ในกรณีจริง 2 ครั้ง ผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะและผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ ถูกนำส่งโรงพยาบาลได้ทันและรอดชีวิต นายกตุ้ยมองว่านี่คือการป้องกัน เพราะผู้ป่วยติดเตียงอาจทำให้เศรษฐกิจครอบครัวพัง ต้องมีคนลาออกมาเฝ้าและเสียรายได้

ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ
อาคารศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองแสนสุข อาคารอเนกประสงค์ 3 ชั้นสำหรับกิจกรรมผู้สูงวัย

อีกโครงการคือศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ อาคารอเนกประสงค์ 3 ชั้นที่ตั้งเป้าเปิดภายในปลายปี 2562 จัดกิจกรรมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม เช่น ดูภาพยนตร์ เต้นลีลาศ ร้องเพลง ทำอาหาร ทำสมาธิ และมีศูนย์ฟื้นฟูทางกายภาพพร้อมนักกายภาพบำบัด เทศบาลทำงานร่วมกับ JICA, เทศบาลเมืองซากุ จังหวัดนากาโนะ, มหาวิทยาลัยซากุ, มหาวิทยาลัยบูรพา, โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี และโรงพยาบาลศูนย์ชลบุรี

แผนอนาคตและข้อจำกัด

ในอนาคตเทศบาลสนใจเสาไฟอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ที่ชายหาด ร่วมกับ Banpu Infinergy แอปพลิเคชันท่องเที่ยวบางแสน และการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) เช่น ทางลาดรถเข็นและห้องน้ำที่เอื้อต่อผู้พิการ

อุปสรรคสำคัญคือระเบียบราชการ เทศบาลเคยติดตั้ง Wi-Fi ฟรี แต่ สตง. ชี้ว่าไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรท้องถิ่น และโครงการแจ้งเตือนขยายเพิ่มไม่ได้ราว 2 ปี เพราะขอรับงบต่อเนื่องหลังโครงการนำร่องไม่ได้ เทศบาลจึงตั้งงบเชิงวิจัยแทนเพื่อเดินหน้าต่อ