“พาณิชย์” ไม่ทิ้งข้าวแกงราคาประหยัด ทบทวนโมเดล เล็งใช้ร้านธงฟ้าเป็นช่องทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ก.ค.69) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงแนวคิดข้าวแกงราคาประหยัดว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้หาแนวทางช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับลดลง แต่ราคาสินค้าบางรายการอาจยังไม่สามารถปรับลดลงได้ทันที
สำหรับแนวคิดข้าวแกงราคาประหยัด เป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชน แต่เมื่อยังมีความคิดเห็นที่หลากหลายและแนวคิดบางส่วนยังไม่ตรงกัน จึงนำกลับมาทบทวนอีกครั้ง
ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 กรมการค้าภายในจะเชิญสมาคมภัตตาคารไทย ซึ่งเป็นผู้เสนอแนวคิดดังกล่าว เข้าหารือถึงแนวทางดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด
ก่อนหน้านี้ กรมการค้าภายในได้หารือกับกลุ่มผู้ประกอบการตลาดสดที่มีร้านอาหารมากกว่า 50 ตลาด ถึงแนวทางเชื่อมโยงวัตถุดิบจากเกษตรกร ผ่านช่องทางตลาดสดไปยังร้านอาหารและร้านข้าวแกง
นายวิทยากร กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้หยุดดำเนินการช่วยเหลือประชาชน โดยยังอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบที่เหมาะสม รวมถึงการนำร้านธงฟ้าประมาณ 5,000 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด มาเป็นช่องทางจัดทำเมนูเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน
สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้า นายวิทยากร กล่าวว่า กรมการค้าภายในจะกำกับดูแลให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอ และมีโครงสร้างราคาสอดคล้องกับต้นทุน ผ่านกลไกคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. ซึ่งกำกับดูแลสินค้าและบริการรวม 66 รายการ
แม้สถานการณ์ด้านพลังงานจะเริ่มผ่อนคลาย แต่ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าในอนาคต กรมฯ จึงต้องติดตามต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารปรุงสำเร็จอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ราคาสินค้าสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง
นายวิทยากร กล่าวอีกว่า กรมการค้าภายในได้เชิญผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่กว่า 80 ราย มาติดตามสถานการณ์ต้นทุนอย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือไม่ให้ปรับขึ้นราคาสินค้าจำเป็นในช่วงที่ประชาชนยังเผชิญภาระค่าครองชีพสูง ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ โดยยังคงตรึงราคาสินค้าหลายรายการ แม้ว่าบางรายจะมีต้นทุนใกล้เคียงกับราคาจำหน่ายแล้วก็ตาม
ขณะเดียวกัน สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับราคาสูงเกินกรอบที่เคยได้รับ แม้จะมีผู้ประกอบการยื่นขอปรับราคาจำนวนมาก โดยกรมฯ จะใช้กลไกบริหารจัดการเพื่อดูแลผลกระทบต่อประชาชน
สำหรับน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ปัจจุบันราคาผลปาล์มทะลุ 8 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นราคาน้ำมันปาล์มดิบ หรือ CPO มากกว่า 42 บาท เมื่อรวมต้นทุนอีกประมาณ 12-15 บาท จะมีต้นทุนอยู่ที่ 55-56 บาทขึ้นไป แต่ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคมยังจำหน่ายอยู่ในกรอบประมาณ 52 บาท ขณะที่ก่อนเกิดสงคราม ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 46-48 บาท จากการจัดโปรโมชันแข่งขันกัน
ส่วนสินค้าที่มีแนวโน้มปรับราคาลดลง ได้แก่ สบู่ แชมพู และยาสีฟัน ซึ่งยังมีโอกาสปรับลดจากกรอบราคาเดิม
ด้านนายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ต้นทุนอาหารจานเดียวประกอบด้วยต้นทุนทางตรง ได้แก่ ค่าเช่าพื้นที่ ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าวัตถุดิบ และค่าแรง รวมถึงต้นทุนทางอ้อม เช่น ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา โดยกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ติดตามและกำกับดูแลราคาวัตถุดิบ เพื่อให้ราคาอาหารปรุงสำเร็จอยู่ในระดับที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค
ปัจจุบันวัตถุดิบสำคัญหลายรายการยังสามารถรักษาระดับราคาได้ และบางรายการมีแนวโน้มปรับลดลง อาทิ ข้าวสารเหนียว เกลือป่น ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ กุ้งขาว ถั่วฝักยาว ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักบุ้งจีน ผักชี พริกขี้หนูจินดา และมะนาว
ขณะที่วัตถุดิบซึ่งเป็นสินค้าควบคุม ได้แก่ น้ำตาลทรายขาว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และนมพร้อมดื่ม ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา ซึ่งช่วยชะลอแรงกดดันต่อต้นทุนของผู้ประกอบการร้านอาหารและราคาจำหน่ายอาหารจานเดียว
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามต้นทุนด้านก๊าซหุงต้มและค่าขนส่ง รวมถึงมาตรการเพิ่มเติมของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“ศุภจี” เบรกเสนอ ครม. “ข้าวแกงไทยช่วยไทย” 40 บาท รับฟังทุกเสียง
“ศุภจี” ดัน “ข้าวแกงไทยช่วยไทย” 40 บาท ชง ครม.อุดหนุน ลดค่าครองชีพ