ค้ายา ฟอกเงิน ประมงเถื่อน สำรวจการเติบโตของขบวนการ ‘จีนเทา’ ในลาตินอเมริกา
ในวันที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญปัญหา ‘สแกมเมอร์’ หนึ่งในอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยขบวนการดังกล่าวมักมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรชาวจีนที่เข้ามาทำธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย
ห่างออกไปอีกซีกโลก ในพื้นที่ลาตินอเมริกาก็กำลังเผชิญปัญหา ‘ยาเสพติด’ และอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ ที่ร้ายแรงไม่แพ้กัน แต่ที่น่าสนใจคือ หลายคดีที่ถูกเปิดเผยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมามักพบว่า เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ล้วนมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรชาวจีนที่ทะลักเข้าไปสู่ภูมิภาคดังกล่าวเช่นกัน ทั้งในฐานะตัวกลางหรือผู้ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติ
หนึ่งในนั้นคือ จาง จื่อต้ง (Zhang Zhidong) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ราชาแห่งเฟนทานิล’ ผู้โด่งดังของเม็กซิโก บัณฑิตที่จบการศึกษาจาก Peking University มหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศของจีน ก่อนจะผันตัวมาเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีอิทธิพลทั่วตลาดมืดของลาตินอเมริกา อีกทั้งยังส่งออกยาเสพติดไปยังสหรัฐอเมริกา แคนาดา รวมถึงภูมิภาคยุโรป ก่อนที่จะถูกจับกุมในที่สุด
ชาวจีนจำนวนมากเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติและกลายเป็นผู้มีอิทธิพลในลาตินอเมริกาได้อย่างไร The Momentum ชวนหาคำตอบในประเด็นนี้
ชาวจีนกับขบวนการยาเสพติดในลาตินอเมริกา
เป็นที่ทราบกันดีว่า หลายประเทศในลาตินอเมริกาเป็นฐานที่มั่นสำคัญของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มีการพัฒนาจนกลายเป็นระบบอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดน และดำเนินการอย่างเป็นระบบมายาวนาน เช่น เปรูและโคลอมเบีย เป็นแหล่งผลิตโคเคนรายใหญ่ของโลก ขณะที่เอกวาดอร์ถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดสำหรับส่งออกไปยังพื้นที่ต่างๆ
เช่นเดียวกันกับเวเนซุเอลา ที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเผชิญข้อกล่าวหาว่า เป็นหนึ่งในแหล่งขบวนการค้ายาเสพติดที่สำคัญของโลก อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการดังกล่าว จน โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้ข้ออ้างดังกล่าวเพื่อเปิดปฏิบัติการทางทหารและบุกจับตัว นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ในข้อหาค้ายาเสพติดเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา
ขณะที่หากเขยิบขึ้นไปยังเม็กซิโกจะพบว่า พื้นที่ของประเทศนี้เป็นฐานอำนาจของกลุ่มค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ (Cartels) หลายกลุ่ม ซึ่งมีอิทธิพลครอบคลุมทั้งการผลิต การลำเลียง การฟอกเงิน และการกระจายยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐฯ
เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ยังเพียบพร้อมด้วยศักยภาพ ทรัพยากร และอำนาจมากพอ ให้สามารถส่งออกและกระจายยาเสพติดออกไปยังสหรัฐฯ แคนาดา รวมถึงในภูมิภาคยุโรป อีกทั้งยังท้าทายความมั่นคงของรัฐบาลในหลายประเทศ จนอาจกลายเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงในวงกว้างต่อไป
ภาพของขบวนการค้ายาเสพติดในลาตินอเมริกาไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่เป็นสิ่งที่มีมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น (Cold War) อย่างไรก็ตาม ภาพของขบวนการนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ภายหลังที่รัฐบาลจีนเริ่มต้นกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการลงทุนกับประเทศต่างๆ มากขึ้น ประกอบกับการขยายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) สิ่งนี้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เอื้อให้กลุ่มอาชญากรชาวจีนใช้เป็นช่องโหว่เพื่อแทรกซึมเข้าไปมีบทบาทในขบวนการดังกล่าวของภูมิภาคนี้มากขึ้น
ทั้งนี้ บทบาทของชาวจีนภายในภูมิภาคอาจจะยังไม่ได้อยู่ในฐานะหัวหน้าขบวนการ ดังเช่นกรณีขบวนการสแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มี เฉิน จื้อ (Chen Zhi) เป็นหนึ่งใน ‘เจ้าของอาณาจักร’ สแกมเมอร์ในภูมิภาคนี้ ที่เพิ่งถูกส่งตัวจากกัมพูชาไปรับโทษที่จีนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ในทางกลับกัน กลุ่มคนเหล่านี้เข้ามามีบทบาทในฐานะ ‘คนกลาง’ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญที่หล่อเลี้ยงตลาดยาเสพติดในลาตินอเมริกาให้ดำรงต่อไปได้ ในอีกด้านหนึ่ง การเข้ามาของผู้เล่นกลุ่มนี้ยังทำให้เกิดการกระจายยาเสพติดไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเพิ่มมากขึ้นด้วย
กรณีของจาง เป็นภาพตัวอย่างสะท้อนบทบาทของชาวจีนในขบวนการค้ายาเสพติดได้อย่างชัดเจน โดยเขาเริ่มต้นเดินทางมายังเม็กซิโกในฐานะพนักงานของโรงงานเหมืองแร่เหล็กจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศเมื่อปี 2011 แต่หลังจากที่บริษัทเหมืองแร่เหล็กจีนล้มละลายในปี 2013 จางได้ผันตัวมาเป็นคนกลางในการจัดหา ‘สารตั้งต้น’ เพื่อผลิตเฟนทานิลจากประเทศจีนให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติดใหญ่ในเม็กซิโกอย่าง Sinaloa Cartel และ Jalisco New Generation Cartel ก่อนที่สารเคมีเหล่านี้จะถูกนำไปผลิตเป็นเฟนทานิลและส่งออกไปยังสหรัฐฯ
ข้อมูลจากสำนักข่าว BBC เปิดเผยว่า จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกสารเคมีตั้งต้นสำหรับผลิตยาเสพติดรายใหญ่ของโลก โดยในจีนมีโรงงานส่งออกสารเคมีตั้งต้นเหล่านี้มากกว่า 1.6 แสนแห่ง แม้ว่ารัฐบาลจีนจะพยายามเดินหน้าปราบปรามมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม
อนึ่ง ข้อมูลที่แสดงว่าทั้งจีนและเม็กซิโกมีส่วนเชื่อมโยงกันในเรื่องของยาเสพติด ยังเป็นหนึ่งในข้ออ้างที่ทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทั้ง 2 ประเทศในอัตราที่สูงอีกด้วย
ไม่เพียงแค่นั้น ขบวนการของจางยังรวมไปถึงการลักลอบขนส่งยาเสพติดไปยังจีนและญี่ปุ่น และขบวนการฟอกเงินในสหรัฐฯ โดยใช้บริษัทหลายแห่งภายในประเทศเป็นสถาบันบังหน้า
และแม้ว่าจางจะถูกจับกุมตัวในเม็กซิโกเมื่อปี 2024 และถูกส่งตัวให้ทางการสหรัฐฯ นำตัวไปดำเนินคดีต่อ อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการจับกุมและต่อสู้กับอิทธิพลของเครือข่ายยาเสพติดไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
โดยก่อนหน้าที่จางจะถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ เขาเคยพยายามหลบหนีจากเม็กซิโกไปยังคิวบา และเดินทางต่อไปยังรัสเซีย ซึ่งการเดินทางเหล่านี้ล้วนได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายยาเสพติดที่แทรกซึมอยู่ในแต่ละประเทศทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการหลบหนีของจางล้มเหลว เขาถูกทางการรัสเซียจับตัวได้และส่งกลับคิวบา ก่อนที่คิวบาจะส่งตัวให้เม็กซิโกในที่สุด
ทั้งนี้ การจับกุมบุคคลเพียงคนเดียวไม่ได้ทำให้ห่วงโซ่อุปทานนี้หยุดชะงักลงแต่อย่างใด
ในทางกลับกัน สำนักข่าว BBC ชี้ว่า ห่วงโซ่ดังกล่าวมีความเข้มแข็งมากกว่าที่คิด ทำให้การจัดหาสารตั้งต้นจากจีนมายังภูมิภาคนี้ยังคงดำเนินต่อไปได้ โดยมีเครือข่ายของจางอีกหลายคนที่พร้อมขึ้นมาทำหน้าที่เป็นตัวกลางแทนเขาที่ถูกจับกุมตัวไป
ปัจจัยที่ทำให้จีนเทาเติบโตในลาตินอเมริกา
เมื่อหันมาพิจารณาปัจจัยที่ทำให้อาชญากรจีนเข้ามาเติบโตและมีบทบาทในธุรกิจผิดกฎหมายของลาตินอเมริกา อาจต้องเริ่มพิจารณาจากปัจจัยของภูมิภาคนี้ก่อน
อนึ่ง ภูมิภาคลาตินอเมริกามีสภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศที่เอื้อให้ปลูกต้นโคคาได้ ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตโคเคน ส่งผลให้หลายประเทศในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคลอมเบีย เปรู หรือแม้กระทั่งโบลิเวีย กลายเป็นแหล่งผลิตโคเคนที่สำคัญของโลกมาเป็นเวลานานแล้ว
ปัจจุบันลาตินอเมริกายังพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งของยาเสพติดชนิดสังเคราะห์อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น เฟนทานิล และทำให้กลุ่มอาชญากรจีนเข้ามาเป็นตัวละครใหม่ ในฐานะผู้จัดหาสารตั้งต้นจากจีนเข้าสู่ห้องแล็บในหลายประเทศทั่วภูมิภาคนี้
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ความไร้เสถียรภาพของสถาบันการเมืองในหลายประเทศของภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นความไม่ต่อเนื่องและความไม่มั่นคงของรัฐบาล การทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนการรัฐประหารในบางประเทศ ซึ่งล้วนส่งผลให้การกำกับดูแลประเทศของรัฐบาลอ่อนแอ กระทั่งเปิดช่องให้เครือข่ายอาชญากรรมทั้งในและนอกประเทศเข้ามาดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็งพอ ยังเปิดช่องให้กลุ่มอาชญากรชาวจีนเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากข้อจำกัดเหล่านี้ โดยอาศัยการสร้างเครือข่ายกับผู้มีอิทธิพล นักธุรกิจ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้การดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงการตรวจสอบของภาครัฐ นอกจากนี้ อาชญากรจีนยังให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่ม Cartels ในพื้นที่ เพื่อดำเนินขบวนการฟอกเงินในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ และจีนอีกด้วย
สำหรับปัจจัยภายนอกภูมิภาค การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศในลาตินอเมริกา รวมถึงการเข้ามาทำการค้า การลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในภูมิภาคนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของรัฐบาลจีน ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้า เงินทุน และทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น ซึ่งเครือข่ายอาชญากรจีนใช้ช่องทางเหล่านี้เพื่อดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายภายในลาตินอเมริกา ตั้งแต่ขบวนการค้ายาเสพติด การหลอกลวงและการค้ามนุษย์ การทำเหมืองแร่และตัดไม้เถื่อน ไปจนถึงขบวนการฟอกเงิน ซึ่งอาจยิ่งซ้ำเติมความเปราะบางทางการเมือง และบั่นทอนเสถียรภาพของประเทศที่มีความไม่มั่นคงอยู่แล้วให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
จีนเทากับกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ
นอกเหนือจากการเข้าไปมีส่วนร่วม และทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดในภูมิภาคนี้ดำรงอยู่และเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว กลุ่มอาชญากรชาวจีนยังรุกคืบเข้าไปยึดโยงกับขบวนการผิดกฎหมายอีกหลายรูปแบบ จนแทบจะกลืนกินกิจกรรมผิดกฎหมายอย่างครบวงจรเลยก็ว่าได้ โดยกิจกรรมผิดกฎหมายที่กลุ่มชาวจีนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องมีดังนี้
– การทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing)
การทำประมงผิดกฎหมายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในลาตินอเมริกา และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาคมากถึงปีละ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 7.73 หมื่นล้านบาท) โดยหนึ่งในกลุ่มที่มีบทบาทในการดำเนินกิจกรรม IUU Fishing มากที่สุดก็คือ เรือประมงสัญชาติจีน ซึ่งเข้ามาจับปลาเกินกว่าขนาดที่กฎหมายกำหนดไว้ และยังใช้วิธีการจับปลาอย่างผิดกฎหมาย เช่น การใช้แหอวนลาก
ปัจจุบันกิจกรรม IUU Fishing ที่เกิดจากเรือประมงสัญชาติจีนกำลังสร้างผลกระทบและความเสียหายอย่างหนักให้กับชายฝั่งลาตินอเมริกาซึ่งพึ่งพารายได้จากการประมงเป็นหลัก
– การทำเหมืองแร่ ค้าไม้ และสัตว์ป่าเถื่อน
ชาวจีนบางส่วนเข้ามาทำธุรกิจเหมืองแร่และค้าไม้เถื่อน จนกระทั่งนำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าในหลายประเทศทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ การถางพื้นที่ป่ายังถูกใช้เป็นเส้นทางของการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายได้อีกด้วย
ธุรกิจค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กลุ่มเหล่านี้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีชาวจีนจำนวนมากต้องการนำเข้าสินค้าบางประการเข้าสู่จีน เช่น หนังสัตว์เลื้อยคลาน ครีบฉลาม หนังเสือจากัวร์และเสือพูมา ผีเสื้อ ถุงลมปลา และม้าน้ำ อย่างไรก็ดี เป็นที่รู้กันดีว่า การล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย เป็นกิจกรรมที่ทำลายสมดุลของป่า และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าทั่วภูมิภาคลาตินอเมริกาอีกด้วย
– ขบวนการฟอกเงิน
อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับคนจีนคือการฟอกเงิน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยให้ขบวนการค้ายาเสพติดดำเนินต่อไปได้ โดยในปี 2024 กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กลุ่มอาชญากรชาวจีนถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทอย่างมากในขบวนการฟอกเงินให้กับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกับกลุ่ม Cartels
โดยรูปแบบของการดำเนินงานโดยทั่วไปคือ กลุ่ม Cartels ของเม็กซิโกจะส่งมอบเงินสดที่ได้จากการค้ายาเสพติดในสหรัฐฯ ให้แก่เครือข่ายฟอกเงินของจีน จากนั้นเครือข่ายดังกล่าวจะอาศัยบริษัทหรือธุรกิจที่ถูกกฎหมายบังหน้า เพื่อเปลี่ยนเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ให้กลายเป็นเงินที่หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้โดยปราศจากข้อสงสัย
ด้วยการดำเนินงานที่อาศัยเครือข่ายข้ามพรมแดน รวมถึงมีการใช้หลายบริษัทเป็นหน้าม้า เพื่อสร้างช่องโหว่ในการเคลื่อนย้ายเงินผ่านหลายประเทศ ทำให้การติดตามเส้นทางการเงินและการดำเนินคดีต่อเครือข่ายเหล่านี้เป็นความท้าทายสำคัญของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ
เหตุผลที่เครือข่ายการฟอกเงินระดับโลกมักมีความเชื่อมโยงกับชาวจีน เนื่องจากเครือข่ายดังกล่าวสามารถเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งกลุ่มคนเหล่านี้ยังมีเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง รวมถึงมีระบบโอนเงินภายนอกธนาคาร (Underground Banking) เพื่อปกปิดเส้นทางการเดินเงินของกลุ่ม Cartels ได้อย่างแนบเนียน
อนึ่ง หนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเครือข่ายค้ายาเสพติดในลาตินอเมริกาโดยตรงคือสหรัฐฯ ซึ่งต้องเผชิญกับการทะลักเข้ามาของยาเสพติด โดยเฉพาะเฟนทานิล ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การปราบปรามองค์กรค้ายาเสพติดจึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของนโยบายด้านความมั่นคง และถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นนโยบายหาเสียงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐฯ จะทุ่มเททรัพยากรจำนวนมหาศาลในการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติด แต่ความเข้มแข็งและความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานยาเสพติดในลาตินอเมริกา ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่ผู้ผลิต กลุ่ม Cartels ผู้จัดหาสารตั้งต้นชาวจีน เครือข่ายฟอกเงิน ผู้ลักลอบขนส่งจากหลายประเทศ ไปจนถึงแหล่งตลาดรับซื้อ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขบวนการเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ต่อไป
ที่มา:
– https://www.bbc.com/news/articles/c39ymggglxeo
– https://www.brookings.edu/articles/tackling-chinese-criminal-networks-in-latin-america/
– https://en.majalla.com/node/328568/politics/evolution-latin-america%E2%80%99s-drug-cartels
– https://storymaps.arcgis.com/stories/589e4db641804893b7ee362aa1bbd6de
– https://smallwarsjournal.com/2026/01/30/chinese-organized-crime-latin-america-risks-impact/
– https://www.theguardian.com/world/2025/nov/20/zhi-dong-zhang-mexico-drugs-china
Tags: ลาตินอเมริกา, ยาเสพติด, อาชญากรรมข้ามชาติ, Latin America, ขบวนการฟอกเงิน, ภัยคุกคามความมั่นคง, China, จีน