มาเลเซียสกัดรถยนต์ไฟฟ้าจีน โดยใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น ทั้งการนำเข้าและการตั้งโรงงาน - HeadLight Magazine
11 กรกฎาคม 2026 เวลา 01:30 น. | หมวดหมู่ NEWS, World's News | โดย AE110 | อ่านไปแล้ว: 275 ครั้ง
ข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์พลังงานใหม่ในมาเลเซีย ประจำปี 2025 ระบุว่า 60% ของรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศเป็นรถยนต์แบรนด์จีน โดยตัวเลขนี้ยังไม่รวม Geely ซึ่งเป็นเจ้าของ Proton ซึ่งข้อมูลนี้บ่งชี้ว่ารถยนต์จีนกำลังคืบคลานมาเจาะตลาดมาเลเซีย และย่อมเป็นภัยต่อรถยนต์ประจำชาติอย่าง Proton และ Perodua แต่สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนไป เพราะภาครัฐของมาเลเซียได้เริ่มบังคับใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อสกัดการรุกรานของรถยนต์ต่างชาติ

กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ประกาศว่านับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศใดก็ตาม ที่สามารถนำเข้ามาจำหน่ายในมาเลเซียได้ จะต้องมีพละกำลังไม่ต่ำกว่า 241 แรงม้า และ ต้องมีต้นทุนรถยนต์รวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย ไม่ต่ำกว่า 200,000 ริงกิต (ราว 1,634,000 บาท) ซึ่งแม้เกณฑ์ดังกล่าวจะระบุว่า ‘รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศใดก็ตาม’ ไม่ได้ระบุเจาะจงสัญชาติ แต่ดูเหมือนว่าผลิตภัณฑ์จีนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
สาเหตุคือรถยนต์ไฟฟ้าจีนส่วนใหญ่ที่เข้ามาเจาะตลาดมาเลเซีย ล้วนเจาะกลุ่มราคาเข้าถึงได้ ส่วนแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบก่อนใครเห็นจะเป็น BYD ซึ่งจำหน่ายรถยนต์อยู่ 7 รุ่นในมาเลเซีย และทั้งหมดมีค่าตัวต่ำกว่า 200,000 ริงกิต (ราว 1,634,000 บาท) ส่วนรถยนต์จากค่ายอื่นซึ่งเป็นที่นิยมในมาเลเซียอย่าง Zeekr 7X และ Chery Omoda E5 ล้วนไม่ผ่านเกณฑ์นำเข้าใหม่นี้เช่นกัน ซึ่งแปลความได้ว่าภาครัฐของมาเลเซียต้องการป้องกันการเจาะตลาดรถยนต์ราคาถูก ของรถยนต์นำเข้านั่นเอง แต่ถ้ารถยนต์นำเข้าราคาแพง ยังให้ทำได้

ครั้นจะให้บริษัทเหล่านี้ หนีไปตั้งโรงงาน ‘ประกอบ’ รถยนต์ในมาเลเซียก็ไม่ง่าย เพราะภาครัฐสกัดเอาไว้แล้ว แถมยังมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2025 ซึ่งกำหนดว่าการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ จะต้องใช้ในการผลิตรถยนต์ที่มีราคาสูงกว่า 100,000 ริงกิต (ราว 817,000 บาท), 80% ของรถยนต์ที่ผลิตได้ต้องส่งออก โดยจำกัดให้จำหน่ายภายในประเทศเพียง 20% และ จะต้องมีกระบวนการผลิตภายในประเทศเป็นหลัก ทั้งงานเชื่อม, งานพ่นสี และ งานประกอบ
แผนที่ BYD คิดจะตั้งโรงงานเพื่อนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบรถยนต์ในมาเลเซียที่เมือง Tanjung Malim จึงมีข่าวว่าถูกชะลอไปก่อน ทางรอดเดียวที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนจะอยู่รอดในมาเลเซียได้คือ การจับมือกับบริษัทคู่ค้าท้องถิ่นที่มีโรงงานผลิตรถยนต์อยู่แล้ว ซึ่งจะมีข้อบังคับที่ผ่อนปรนมากกว่า โดยไม่บังคับให้ 80% รถยนต์ที่ผลิตขึ้นต้องส่งออก และมีหลายค่ายที่ใช้วิธีนี้แล้วอย่าง Leapmotor จับมือ Stellantis ซึ่งมีโรงงานผลิตรถยนต์ในมาเลเซียให้ผลิต C10 ส่วนอีกเจ้าคือ Xpeng ที่จับมือ EPMB บริษัทท้องถิ่นให้ผลิต G6 พวงมาลัยขวา

ที่มา: carnewschina