แม่ทา ชุมชนแข็งแรง ต้นแบบเกษตรอินทรีย์เชียงใหม่
แม่ทา ชุมชนแข็งแรง เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านที่นี่ทำเกษตรอินทรีย์มานานกว่า 30 ปี และปัจจุบันมีเซ็นทรัล ทำ (Central Tham) โครงการเพื่อสังคมของกลุ่มเซ็นทรัล เข้ามาสนับสนุนในจุดที่ชุมชนยังขาด
แม่ทา ชุมชนแข็งแรง จากชุมชนตกสำรวจสู่สหกรณ์ที่พึ่งตัวเอง

ในอดีต แม่ทาเคยถูกจัดเป็นชุมชนตกสำรวจ ดินเสื่อมสภาพ มีสารเคมีจากยาฆ่าแมลง และเกษตรกรได้รายได้จากผลผลิตไม่เป็นธรรม ชาวบ้านจึงจัดตั้ง “สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด” โดยยึดหลักพึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืน
เซ็นทรัล ทำ ทำงานภายใต้แนวทาง 6 ด้าน ได้แก่ ลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาศักยภาพคน บริหารจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดการสูญเสียอาหาร และฟื้นฟูสภาพอากาศพร้อมใช้พลังงานหมุนเวียน ที่แม่ทาโครงการเลือกสนับสนุน 3 จุด คือศูนย์เรียนรู้และการท่องเที่ยวชุมชน ศูนย์เพาะเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ และการตลาดผ่านสหกรณ์
ต้นน้ำ: เรียนรู้ระยะยาวที่พื้นที่ข่วงชีวิต

อภิศักดิ์ กำเพ็ญ หรืออั๋น ผู้ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์กรีนเนท ดูแลศูนย์เรียนรู้ เขาไม่เปิดคอร์สสั้นๆ เพราะเห็นว่าความรู้ที่ได้ในไม่กี่วันมักหายไปเมื่อกลับบ้าน ผู้เรียนจึงลงพื้นที่จริง เช่น ไปหยิบดินขึ้นมาดูและวิเคราะห์ว่าต้องปรับปรุงอย่างไร แล้วกลับไปทดลองในแปลงของตัวเอง และกลับมาปรึกษากันได้ตลอด
เขาเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจลักษณะพื้นที่ของตัวเองก่อนตัดสินใจปลูก เพราะแต่ละภาคและแต่ละพื้นที่ต่างกัน และมองว่าความยั่งยืนคือการส่งต่อสิ่งดีให้คนรุ่นหลัง ด้านหลังพื้นที่สอนมีที่ว่างให้เด็กวิ่งเล่น วาดรูป เลี้ยงไก่ เพื่อให้พ่อแม่พาลูกมาเรียนด้วยกันได้
กลางน้ำ: ศูนย์เพาะเมล็ดพันธุ์อินทรีย์กรีนเนท
มัทนา อภัยมูล หรือปุ้ย ผู้จัดการศูนย์ ทำเกษตรอินทรีย์มาราว 18-19 ปี พ่อของเธอเป็นผู้นำชุมชนที่ก่อตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ยุคแรก ศูนย์เริ่มจากสำรวจและรวบรวมเมล็ดพันธุ์ในชุมชน คัดพันธุ์ ทดลองปลูก แล้วขยายพันธุ์ให้เกษตรกร เมล็ดทั้งหมดเป็นพันธุ์ที่ไม่เปลี่ยนพันธุกรรมเดิม คัดเลือกให้แข็งแรงและเข้ากับสภาพอากาศท้องถิ่น ต่อมาประมาณ 2 ปีหลังเริ่มทำเมล็ดพันธุ์ ศูนย์ก็เริ่มผลิตต้นกล้าจำหน่ายด้วย เพราะมีความต้องการจากทั้งในและนอกชุมชน
เซ็นทรัล ทำ ช่วยสร้างโรงเรือนป้องกันพืชเสียหายจากฟ้าฝน รวมถึงโรงแพ็กและเครื่องเป่าทำความสะอาด เพื่อให้การผลิตเมล็ดพันธุ์เป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมาย ปุ้ยเล่าว่าเมื่อชาวบ้านเห็นว่าทำแล้วอยู่ได้ ก็มีคนทยอยเข้าร่วมมากขึ้น และเริ่มมีคนรุ่นใหม่ ทั้งนักศึกษาไทยและต่างชาติ มาขอฝึกงานที่นี่
ปลายน้ำ: การตลาดที่สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา
สราวุธ วงศ์กาวิน หรือโด้ เจ้าหน้าที่การตลาดของสหกรณ์ จบการศึกษาด้านอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เคยมีพื้นฐานด้านการตลาดมาก่อน เขาเริ่มจากผลิตไว้กินเอง แล้วนำส่วนที่เหลือไปขาย ต่อมาชุมชนนั่งสรุปบทเรียนร่วมกันว่า ทำมาเกือบ 30 ปีแล้วทำไมยังขยายผลได้ไม่มาก คำตอบคือต้องวางแผนการผลิตตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปลูกก่อนแล้วหวังว่าจะขายได้ เพราะภาระความเสียหายจะตกอยู่กับเกษตรกร
สหกรณ์จึงขยับไปหาช่องทางโมเดิร์นเทรด จังหวะเดียวกับที่กลุ่มเซ็นทรัลเข้ามา โด้มองว่านี่คือคอขวดด้านการตลาดและการสนับสนุนที่แม่ทาขาดอยู่ เซ็นทรัล ทำ ช่วยติดแอร์ในห้องคัดแยกและแพ็กผัก ทำให้ผักอยู่ได้นานขึ้นจาก 3 วันเป็น 6 วัน และสนับสนุนรถห้องเย็นแทนการขนด้วยซาเล้ง เพื่อให้ผักคงคุณภาพถึงปลายทางและเสียหายน้อยลง เมื่อสินค้าได้วางขายที่ท็อปส์ ผู้บริโภครู้จักมากขึ้น และมีครอบครัวเข้าร่วมทำเพิ่ม
โด้ยังย้ำว่าไม่มีผลผลิตใดมั่นคงตลอดไป เขาปลูกมันหวานญี่ปุ่นอยู่ในช่วงนี้ และพร้อมปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เป้าหมายของทีมคือทำให้สิ่งที่ปลูกขายออกได้อย่างมีคุณภาพ
แผนต่อไป: ฟาร์มสเตย์และท่องเที่ยววิถีชุมชน
สิ่งที่ชุมชนกำลังคิดและเริ่มลงมือคือการพัฒนาแม่ทาเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนที่ครบทั้งอาหาร กิจกรรม และที่พัก โดยมีแผนสร้างฟาร์มสเตย์บนพื้นที่ที่เห็นทิวเขาด้านหลัง เป้าหมายคือให้คนเมืองได้มาเรียนรู้และเดินป่า พร้อมสร้างอาชีพให้คนกลับมาอยู่บ้านได้
เรื่องของแม่ทาไม่ได้เริ่มจากเงินทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มจากการเรียนรู้พื้นที่ของตัวเอง พัฒนาเมล็ดพันธุ์เอง และรวมกลุ่มผ่านสหกรณ์ จากนั้นจึงมีหน่วยสนับสนุนมาเติมโรงเรือน โรงแพ็ก และห้องเย็นในจุดที่ขาด ผลที่เห็นคืออายุผักที่ยืดนานขึ้น ช่องทางขายที่กว้างขึ้น และคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมเรียนรู้