ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน น้ำมันชะลอตัว-หุ้นเทคฯ พุ่งพยุงตลาด : อินโฟเควสท์

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (21 ต.ค.) โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และราคาน้ำมันที่ชะลอตัวลง

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดเอเชียดีดตัวขึ้น โดยหุ้น SK hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 4.25% ขณะที่หุ้น Samsung Electronics พุ่งขึ้น 5.08%

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้น Advantest ผู้ผลิตเครื่องมือทดสอบชิป ดีดตัวขึ้น 1.24% ขณะที่หุ้น Tokyo Electron เพิ่มขึ้น 1.14% และหุ้น SoftBank Group ยักษ์ใหญ่การลงทุนด้านเทคโนโลยี พุ่งขึ้น 1.67%

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวลดลง 0.75% ขณะที่หุ้น CATL ร่วงลงถึง 10% หลังบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลกรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 เติบโตขึ้น 14.54% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่อัตรากำไรขั้นต้นรวมรายไตรมาสลดลงสู่ระดับ 20.69% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สอง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัททั้งในตลาด A-share และตลาดฮ่องกงร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ โดยราคาหุ้นในตลาด A-share แตะระดับต่ำสุดระดับใหม่นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568

ขณะเดียวกัน บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียโดยรวมยังได้ปัจจัยบวกจากการชะลอตัวลงของราคาน้ำมัน โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.8% ปิดที่ 101.79 ดอลลาร์/บาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 0.69% ปิดที่ 108.79 ดอลลาร์/บาร์เรล ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันอังคาร (20 ต.ค.)

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้ามูลค่า 5.365 แสนล้านเยน (3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการขาดดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5

รายงานเบื้องต้นของกระทรวงฯ ระบุว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 16.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 18.9%

ทั้งนี้ ยอดการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 44.8% สู่ระดับ 1.57 ล้านล้านเยน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนก.ย. โดยได้รับแรงผลักดันหลักมาจากการนำเข้าน้ำมันดิบ

นักลงทุนรอดูรายงานผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่ในวันนี้ ซึ่งรวมถึง Tesla, IBM และ Southwest Airlines

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท