กชกร วรอาคม ผู้เปลี่ยนสวนสาธารณะเป็นโครงสร้างพื้นฐานรับมือวิกฤตโลก

ในโลกที่พูดถึงการแก้ปัญหาสภาพอากาศผ่านเทคโนโลยีและนโยบายรัฐเป็นหลัก มีคนหนึ่งที่เดินหน้าพิสูจน์ว่าคำตอบอาจอยู่ในดิน น้ำ และต้นไม้ — กชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิกผู้ก่อตั้งบริษัท LANDPROCESS ชาวไทยที่ติดอันดับ TIME 100 Next 2019 สาขา Innovators และ 1 ใน 15 Women Leading the Fight Against Climate Change ผู้ที่พิสูจน์ว่าสวนสาธารณะไม่ใช่แค่ที่พักผ่อน แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยชีวิตคนเมืองได้จริงๆ

จากฮาร์วาร์ดสู่กรุงเทพฯ : เลือกกลับมาแก้ปัญหาที่บ้านตัวเอง

กชกร วรอาคม จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะได้รับทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ Harvard Graduate School of Design หนึ่งในสถาบันการออกแบบที่ดีที่สุดในโลก

แต่แทนที่จะสร้างอาชีพในต่างประเทศ เธอเลือกกลับมาก่อตั้ง LANDPROCESS ในกรุงเทพฯ เพราะเธอมองเห็นว่าเมืองที่ตัวเองเติบโตมามีปัญหาเรื่องพื้นที่สีเขียวและการรับมือน้ำท่วมที่รอคนมาแก้อย่างจริงจัง และนั่นคือที่ที่ฝีมือของเธอจะมีความหมายมากที่สุด

อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ : สวนเก็บน้ำที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะ

กชกร วรอาคม1

ผลงานที่ทำให้ชื่อ กชกร วรอาคม เป็นที่รู้จักในระดับสากลคือ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chulalongkorn University Centenary Park พื้นที่สีเขียวขนาด 11 ไร่ กลางใจเมืองกรุงเทพฯ ที่ออกแบบให้สามารถรองรับน้ำฝนได้มากถึง 1 ล้านลิตร

สวนนี้ไม่ได้แค่สวยงาม แต่ทำหน้าที่เป็น bioswale ขนาดใหญ่ที่ชะลอน้ำฝนให้ซึมลงดินแทนที่จะไหลท่วมถนน ลาดเอียงเป็นขั้นบันไดลงสู่แอ่งกลาง มีระบบกรองน้ำธรรมชาติ และปลูกพืชพื้นถิ่นที่อยู่รอดในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยได้โดยไม่ต้องดูแลมาก ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมดีเด่นปี 2561 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี : Green Roof ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

กชกร วรอาคม2

หลังจากสวนจุฬาฯ LANDPROCESS ก้าวต่อไปสู่ อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งมีหลังคาสีเขียวหรือ Green Roof Urban Farm ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและอันดับสองของโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4.5 ไร่บนหลังคาอาคาร

แนวคิดของโปรเจกต์นี้ต่อยอดจากสิ่งที่เธอเชื่อมาตลอดว่าพื้นที่สีเขียวไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ที่ดินราบ แต่สามารถขึ้นไปอยู่บนหลังคา บนสะพาน และบนทุกพื้นผิวที่รับแสงแดดได้ และระบบการเก็บน้ำฝนที่ออกแบบไว้ทำให้อาคารทั้งหลังไม่ต้องพึ่งน้ำประปาสำหรับรดต้นไม้แม้แต่หยดเดียว

เจ้าพระยา สกายปาร์ค : สวนบนสะพานร้างข้ามแม่น้ำ

หนึ่งในโปรเจกต์ที่ท้าทายที่สุดของ กชกร วรอาคม คือการแปลง เจ้าพระยา สกายปาร์ค จากโครงสร้างสะพานรถไฟร้างข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ให้กลายเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าที่ยาวที่สุดข้ามแม่น้ำในไทย โดยร่วมกับกรุงเทพมหานคร กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า และศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC)

โครงการนี้พิสูจน์ว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ “ตาย” แล้วสามารถได้รับชีวิตใหม่ที่มีคุณค่ากว่าเดิม ถ้ามีคนมองเห็นศักยภาพในมุมที่ต่างออกไป

TIME และ UN : เมื่อโลกมองเห็นในสิ่งที่ไทยยังมองไม่ชัด

ปี 2562 คือปีที่ กชกร วรอาคม ติดอันดับของ TIME ถึงสองรายการพร้อมกัน ทั้ง 15 Women Leading the Fight Against Climate Change และ TIME 100 Next 2019 สาขา Innovators ตามมาด้วยรางวัล 2020 UN Global Climate Action Awards สาขา Women for Results จากสหประชาชาติ รวมถึงการเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เป็นสมาชิก TED Fellows

รางวัลและการยอมรับเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่เธอทำ แต่ช่วยขยายเสียงของเธอออกไปให้คนฟังมากขึ้น

Porous City Network : เมืองฟองน้ำในฐานะวิสัยทัศน์

นอกจาก LANDPROCESS กชกร ยังก่อตั้ง Porous City Network เครือข่ายที่ผลักดันแนวคิด “Sponge City” หรือเมืองฟองน้ำ — วิธีคิดเกี่ยวกับเมืองที่ดูดซับและจัดการน้ำฝนแทนที่จะปล่อยให้ไหลท่วม แนวคิดนี้กำลังถูกนำไปใช้ในการออกแบบเมืองทั่วโลก และเธอคือหนึ่งในผู้นำความคิดที่สำคัญในเอเชีย

เธอยังเป็นอาจารย์พิเศษในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่จุฬาฯ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดวิธีคิดที่ว่า ภูมิสถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่การตกแต่งภูมิทัศน์ แต่คือการออกแบบระบบนิเวศเพื่ออนาคต

การงอกงามต้องใช้เวลา : ปรัชญาของคนที่ปลูกสวน

กชกร วรอาคม เคยพูดไว้อย่างตรงใจว่า “สิ่งที่มันจะงอกเงยหรือประสบความสำเร็จต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าทำปีนี้ได้ปีหน้า หรือทำวันนี้ได้พรุ่งนี้ คุณต้องฝึกฝนมัน”

ปรัชญานั้นไม่ใช่แค่คำพูดสวยงาม แต่มาจากประสบการณ์ของคนที่ปลูกต้นไม้และรอให้มันโตจริงๆ ผลงานของเธอส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายปีจึงจะเห็นว่าระบบที่ออกแบบไว้ทำงานได้อย่างที่วางแผน และนั่นต้องการทั้งความอดทนและความเชื่อในสิ่งที่ทำอย่างแท้จริง

ในโลกที่ทุกอย่างรีบเร่ง กชกร วรอาคม คือคนที่พิสูจน์ให้เห็นว่าบางอย่างที่ดีที่สุดต้องใช้เวลาเหมือนการเติบโตของต้นไม้ — และมันคุ้มค่าทุกนาทีที่รอ