แร็คหลังคา ตัวการลับที่ทำให้รถคุณกินน้ำมัน - AutoStation

ภาษีเชื้อเพลิงที่มองไม่เห็น ในยุคที่ราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อกระเป๋าสตางค์ การหาวิธีประหยัดเชื้อเพลิงจึงเป็นเรื่องสำคัญ แม้การเช็กลมยางหรือการขับขี่ให้นุ่มนวลจะช่วยได้มาก แต่ผู้ขับขี่หลายคนกลับมองข้ามตัวการสำคัญที่อยู่บนหลังคารถ ค่ายรถยนต์ลงทุนมหาศาลเพื่อออกแบบอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ในอุโมงค์ลมให้รถลู่ลมที่สุด แต่การติดตั้งแร็คหลังคาหรือกล่องสัมภาระทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน จะไปทำลายการไหลเวียนของอากาศ สร้างความปั่นป่วน (Turbulence) และกลายเป็นภาษีล่องหนที่ทำให้คุณต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้นทุกวันโดยไม่รู้ตัวตัวเลขความสิ้นเปลืองจากการทดสอบจริง ปัญหาหลักของอุปกรณ์บนหลังคาคือแรงต้านอากาศที่จะเพิ่มทวีคูณเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วบนทางหลวง จากการทดสอบใช้งานจริงของนิตยสาร Car and Driver พบว่า เพียงแค่ถอดคานขวาง (Crossbars) ที่ติดตั้งมาจากโรงงานของ Kia Carnival ออก อัตราประหยัดน้ำมันก็เพิ่มขึ้นจาก 10.6 เป็น 11.9 กม./ลิตร ซึ่งช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งบนทางหลวงได้อีกถึง 97 กิโลเมตรต่อน้ำมันหนึ่งถัง

นอกจากนี้ Consumer Reports ยังได้ทดสอบกับรถซีดานอย่าง Nissan Altima ที่ความเร็ว 105 กม./ชม. พบว่าการติดตั้งแร็คหลังคาเปล่าๆ ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแย่ลง 11% และเมื่อติดตั้งกล่องสัมภาระ (Cargo box) เข้าไป ตัวเลขความสิ้นเปลืองจะพุ่งสูงขึ้นถึง 19%เทรนด์สายลุยที่แลกมาด้วยค่าใช้จ่าย ปัจจุบันเทรนด์การแต่งรถสไตล์ออฟโรดกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ผู้ใช้รถครอสโอเวอร์หรือรถยนต์ไฟฟ้าหลายคนเริ่มหันมาติดแร็คหลังคาและอุปกรณ์เสริมสายลุยกันมากขึ้น สำหรับรถออฟโรดพันธุ์แท้อย่าง Jeep Wrangler, Ford Bronco หรือ Mercedes G-Class การติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้อาจไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะตัวรถไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ลู่ลมตั้งแต่แรก แต่หากนำแร็คหลังคามาติดทิ้งไว้บนรถซีดาน แฮทช์แบ็ก หรือเอสยูวีทั่วไปที่ออกแบบมาเพื่อความประหยัด มันจะทำลายหลักอากาศพลศาสตร์ทันที ดังนั้น หากไม่ได้ใช้งาน การสละเวลาถอดแร็คหลังคาออกจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณได้อย่างชัดเจน

See more