สลิปโอนเงินผ่านโมบายแบงกิ้ง สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้
จากกรณีเฟซบุ๊ก Godd Dam เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงสลิปการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท ไปยังบัญชีระบุชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำชา
ล่าสุดแฟนเพจ PRT : คลังสารสนเทศรัฐสภา อธิบาย ข้อกฎหมาย ว่า สลิปโอนเงินสามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้หรือไม่ โดยระบุว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 11 และ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 สลิปโอนเงินสามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ เพราะสลิปช่วยยืนยันข้อมูลการโอนเงินได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพิสูจน์ได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะกรณีที่ให้ใครยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือ คนในครอบครัว ให้เก็บหลักฐาน ซึ่งเป็นแชทไว้ให้ครบด้วย
สลิปโอนเงินผ่านการทำธุรกรรมแบบโมบายแบงกิ้ง สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้
สำหรับพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 มาตรา 11 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ระบุว่า
ห้ามมิให้ปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย เพียงเพราะเหตุว่าเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่า ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จะเชื่อถือได้หรือไม่เพียงใดนั้น ให้พิเคราะห์ถึงความน่าเชื่อถือของลักษณะหรือวิธีการที่ใช้สร้าง เก็บรักษา หรือ สื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะหรือวิธีการรักษาความครบถ้วน และไม่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อความ ลักษณะหรือวิธีการที่ใช้ในการระบุ หรือแสดงตัวผู้ส่งข้อมูล รวมทั้งพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งปวง
กฎหมายให้ความสำคัญในการรองรับหลักฐานการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น สลิปโอนเงิน, ประวัติการโอนเงินในแอปธนาคาร, หรือข้อความแชทแจ้งโอนเงิน ให้ใช้เป็นพยานหลักฐานที่กฎหมายยอมรับและมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ กฎหมายห้ามมิให้ปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย ใช้ได้ทั้งในคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีอื่นใด เพียงเพราะเหตุผลว่าข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
การนำไปใช้กับการโอนเงิน หากเกิดกรณีพิพาท เช่น การกู้ยืมเงินแล้วเบี้ยวหนี้ หรือการซื้อของแล้วไม่ส่ง ศาลและเจ้าหน้าที่กฎหมายจะปฏิเสธสลิปโอนเงิน (e-Slip) หรือสเตทเมนต์ออนไลน์ไม่ได้ โดยสลิปเหล่านั้นมีค่าเทียบเท่ากับใบเสร็จหรือเอกสารรับเงินที่เป็นกระดาษ
เพื่อให้หลักฐานการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือในชั้นศาล กฎหมายกำหนดให้คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้
- วิธีการสร้างและจัดเก็บ ระบบของธนาคารหรือแอปพลิเคชัน ที่ใช้โอนเงินมีความปลอดภัยและได้มาตรฐานในการบันทึกข้อมูล
- ความครบถ้วนและไม่มีการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลบนสลิปหรือประวัติการโอนเงินนั้น มีความถูกต้องสมบูรณ์ และ ไม่มีการดัดแปลงหรือตัดต่อภาพ (เช่น การใช้ระบบตรวจสอบ QR Code บนสลิปเพื่อยืนยันความถูกต้องกับเซิร์ฟเวอร์ธนาคาร)
- การระบุตัวตน ลักษณะหรือวิธีการที่ใช้สามารถระบุตัวตนของผู้โอนเงิน (ผู้ส่ง) และผู้รับเงินได้อย่างชัดเจน เช่น มีชื่อ-นามสกุล และเลขบัญชีระบุไว้
สลิปโอนเงินคือหลักฐานชั้นดี ทุกครั้งที่มีการโอนเงินผ่านโมบายแบงกิ้ง ระบบจะสร้างข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ระบุวัน เวลา และจำนวนเงินอย่างแม่นยำ ซึ่งข้อมูลนี้เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 11 สามารถนำไปใช้ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ทันที
ครอบคลุมไปถึงหลักฐานการแชท นอกเหนือจากตัวสลิปแล้ว ข้อความแชททางแอปพลิเคชัน เช่น Line, Facebook Messenger ที่มีการส่งรูปสลิป หรือพิมพ์ข้อความยอมรับว่า "ได้รับเงินโอนจำนวน...บาทเรียบร้อยแล้ว" ก็ถือเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับความคุ้มครองและใช้เป็นหลักฐานร่วมยันกันในศาลได้เช่นกัน
ที่มา : แฟนเพจ PRT : คลังสารสนเทศรัฐสภา, พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ
อ่านข่าว :
ธปท.คุมเข้มธุรกรรมเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป สกัดเงินเทา
ธ.กสิกรไทย ตรวจสอบปมสลิปโอนเงิน 7 ล้าน ยืนยันไม่พบเลขบัญชีในระบบ
โฆษกรัฐบาลชี้ข่าวปลอม ปม.เพจปูดข่าวคนโอนค่าน้ำชา 7 ล้านให้นายกฯ