"ทบ. - กรมธนารักษ์" ถกเกณฑ์ให้ "รัฐ-เอกชน" ใช้หอประชุมแห่งใหม่

วันนี้ (21 ก.ค.2569) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีสังคมตั้งคำถาม เรื่องความคุ้มค่าในการสร้างหอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่ ย่านพระราม 9 รวมถึงข้อซักถามของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ระหว่างการพิจารณางบประมาณของกระทรวงกลาโหม

โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เดิมกองทัพบกมีหอประชุมที่ใช้งานมา 70-80 ปีแล้ว จึงมีแนวคิดจัดหาสถานที่จัดสร้างใหม่ในช่วงปี 2557 ซึ่งในภาพรวมทรัพย์สินของกองทัพบกก็เสมือนเป็นทรัพย์สินของรัฐที่ให้กองทัพบกดูแลและใช้ประโยชน์

สำหรับเจตนารมณ์การสร้างหอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่ เพื่อรองรับการใช้งานของกองทัพบกเอง ส่วนราชการอื่นและเอกชน เพื่อให้เป็นประโยชน์สาธารณะ คล้ายหอประชุมของกองทัพเรือ ซึ่งหอประชุมกองทัพบกก็กำลังจะไปสู่จุดนั้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหารือกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการ ปัจจุบันกองทัพบกจึงเป็นผู้ใช้งานเองโดยส่วนใหญ่ เช่น การประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก

โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงเหตุผลที่ต้องหารือเพิ่มเติมกับทางกรมธนารักษ์ว่า เนื่องจากอาคารหอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีความทันสมัยมาก และตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ ผู้ที่จะมาใช้บริการต้องมีศักยภาพ หรือเป็นการจัดงานขนาดใหญ่

ดังนั้นจึงต้องหารือรายละเอียดและกำหนดสัดส่วน การใช้งานให้เกิดความเหมาะสม โดยหลักการพิจารณาให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาใช้งาน ต้องคำนึงถึงแบบแผน มาตรฐานและมีรายได้คุ้มค่ากับการซ่อมบำรุง

ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนเนื่องจากมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ระหว่างนี้จะยังคงเป็นผู้ใช้งานหลัก ส่วนหน่วยงานภายนอกอาจจะขอสนับสนุนการใช้งานบ้าง แต่จำนวนไม่มาก และไม่เป็นทางการ

โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในอนาคตหากการหารือร่วมกับกรมธนารักษ์เรียบร้อยแล้ว จะมีประชาสัมพันธ์หรือทำการตลาดให้ส่วนราชการอื่น หรือภาคเอกชนเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้นตามลำดับ เช่นเดียวกับอาคารหอประชุมของเหล่าทัพอื่น เช่น หอประชุมกองทัพเรือ รวมทั้งสโมสรต่างๆที่หน่วยงานทางทหารดูแลอยู่ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และขนาดของสถานที่ที่จะรองรับการใช้งาน

พบเพิ่ม "เครื่องประดับทองคำ" แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จ.เพชรบุรี

ประกันสังคมจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นครอบครัว "ครูทราย" 4 แสนบาท

หวั่นทุเรียนใต้ "ล้นตลาด" พาณิชย์เร่งระบายยันราคาดี 105 บาท/กก.