เจลาโต้สไตล์ญี่ปุ่น: ความหอมหวานแบบอัลตร้าสมูท ที่ผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว

เจลาโต้สไตล์ญี่ปุ่น: ความหอมหวานแบบอัลตร้าสมูท ที่ผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว

บทความโดย : ทีมงาน www.marumura.com

เมื่อพูดถึงของหวานดับร้อนเจลาโต้ (Gelato) มักจะเป็นหนึ่งในเมนูโปรดของใครหลายคนแน่นอน และเมื่อศิลปะการทำขนมหวานของอิตาลีเดินทางมาบรรจบกับความพิถีพิถันของชาวญี่ปุ่น เจลาโต้ในแดนอาทิตย์อุทัยจึงกลายเป็นมิติใหม่ของรสชาติที่ดึงดูดนักชิมจากทั่วโลก

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกเรื่องราวของ “เจลาโต้ประเทศญี่ปุ่น” อย่างครบถ้วน


เจลาโต้คืออะไร และถือกำเนิดจากที่ไหน?

เจลาโต้ (Gelato) เป็นคำในภาษาอิตาลีที่แปลว่าแช่แข็ง (Frozen) ซึ่งหมายถึงไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม จุดเด่นของเจลาโต้คือเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม หนึบหนับ และมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าไอศกรีมทั่วไป เนื่องจากมีปริมาณไขมันนมต่ำกว่า (ประมาณ 4 – 8% ในขณะที่ไอศกรีมทั่วไปมี 10% ขึ้นไป) และมีอากาศผสมอยู่ในเนื้อเจลาต้น้อยกว่า

ต้นกำเนิดของเจลาโต้อยู่ที่ประเทศอิตาลี โดยเชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคเรอเนสซองส์ในศตวรรษที่ 16 เมื่อ Bernardo Buontalenti สถาปนิกชาวฟลอเรนซ์ได้คิดค้นสูตรของหวานแช่แข็งเพื่อนำเสนอต่อราชสำนัก จนกลายมาเป็นต้นแบบของเจลาโต้ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน


ขั้นตอนในการทำเจลาโต้

การทำเจลาโต้อาศัยความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  1. การเตรียมส่วนผสม: เริ่มจากการผสมนมสด น้ำตาล (หรือสารให้ความหวาน) และวัตถุดิบที่ให้รสชาติ เช่น ผลไม้สด ถั่ว หรือช็อกโกแลต โดยเจลาโต้แท้จะหลีกเลี่ยงการใช้สารแต่งกลิ่นสังเคราะห์
  2. การพาสเจอไรซ์และการบ่ม: นำส่วนผสมไปให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อ จากนั้นนำไปพักหรือ “บ่ม” ในอุณหภูมิต่ำเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อให้ส่วนผสมผสานเข้ากันและดึงรสชาติออกมาได้ดีที่สุด
  3. การปั่นแช่แข็ง: นำส่วนผสมเข้าเครื่องปั่นเจลาโต้ โดยเครื่องจะปั่นด้วยความเร็วต่ำเพื่อลดปริมาณอากาศที่เข้าไปแทรกซึม ทำให้ได้เนื้อที่แน่นและเนียนละเอียด
  4. การเก็บรักษาและเสิร์ฟ: เจลาโต้จะถูกเก็บและเสิร์ฟในอุณหภูมิที่อุ่นกว่าไอศกรีมทั่วไปเล็กน้อย (ประมาณ -14 ถึง -10 องศาเซลเซียส) เพื่อให้ลิ้นรับรสชาติได้อย่างเต็มที่และคงความนุ่มลิ้นไว้

เจลาโต้ญี่ปุ่น แตกต่างจากประเทศอื่นอย่างไร?

ความเหมือน: เจลาโต้ญี่ปุ่นยังคงยึดถือเทคนิคการทำแบบอิตาเลียนดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องสัดส่วนไขมันต่ำและการปั่นเนื้อให้แน่นเนียน

ความต่าง: จุดที่ทำให้เจลาโต้ญี่ปุ่นโดดเด่นคือ “วัตถุดิบตามฤดูกาลและความเป็นท้องถิ่น” ญี่ปุ่นนำเสนอความมินิมอลและดึงรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เช่น การใช้นมสดฮอกไกโดที่หอมมัน การใช้ชาเขียวมัทฉะเกรดพรีเมียม โฮจิฉะ ส้มยูซุ ดอกซากุระ งาดำ หรือมันหวาน รสชาติของเจลาโต้ญี่ปุ่นมักจะมีความหวานน้อยกว่าทางฝั่งตะวันตก เน้นความละมุนและกลิ่นหอมที่ชัดเจนแบบผู้ดี


5 ร้านเจลาโต้ชื่อดังใน 5 ภูมิภาคของญี่ปุ่น

ฮอกไกโด (Hokkaido) ร้าน Rimo (เมือง Abashiri): ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์นม ร้าน Rimo ดึงเอาความสดใหม่ของนมฮอกไกโดมาทำเป็นเจลาโต้ที่คว้ารางวัลระดับโลกมาแล้ว รสชาติที่พลาดไม่ได้คือเจลาโต้นมสดและรสถั่วพิตาชิโอ

เจลาโต้สไตล์ญี่ปุ่น: ความหอมหวานแบบอัลตร้าสมูท ที่ผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว

คันโต (Kanto) ร้าน Gelateria Acquolina (โตเกียว): ร้านดังในย่านยูเทนจิ (Yutenji) ที่คนต่อคิวแน่นตลอด เชฟของร้านพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ มีรสชาติให้เลือกหลากหลายตั้งแต่นมสดไปจนถึงผลไม้ตามฤดูกาล

ชูบุ (Chubu) ร้าน Malga Gelato (อิชิคาวะ): บริหารโดยคุณไทโซ ชิบาโนะ (Taizo Shibano) แชมป์โลกเจลาโต้ ที่นี่นำเสนอเจลาโต้ที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเกลือทะเลโนโตะและผลไม้ท้องถิ่นได้อย่างสร้างสรรค์และลงตัว

คันไซ (Kansai) ร้าน Premarché Gelateria (เกียวโต): โดดเด่นด้วยการทำเจลาโต้เพื่อสุขภาพ มีทั้งแบบใช้นมวัวธรรมชาติและแบบวีแกน (Vegan) ที่ปราศจากนม รสชาติขึ้นชื่อคือมัทฉะเข้มข้นและยูซุที่ให้ความสดชื่นแบบญี่ปุ่นขนานแท้

คิวชู (Kyushu) ร้าน ViTO (ฟุกุโอกะ): แม้ปัจจุบันจะมีหลายสาขา แต่ต้นกำเนิดอยู่ที่ฟุกุโอกะ ร้านนี้โดดเด่นเรื่องการจัดตู้โชว์เจลาโต้ที่สวยงามอลังการเหมือนงานศิลปะ รสยอดนิยมคือ ‘Asama’ ซึ่งเป็นการผสมผสานของช็อกโกแลตและชาเขียวท้องถิ่น


ราคาขายโดยเฉลี่ย

ราคาของเจลาโต้ในประเทศญี่ปุ่นมักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 400 ถึง 800 เยน หรือประมาณ 100 – 200 บาท ต่อถ้วยหรือโคน (เลือกได้ 1 – 3 รสชาติ) หากเป็นรสชาติพิเศษที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียม เช่น ถั่วพิสตาชิโอ หรือมัทฉะเกรดพิธีการ อาจมีการบวกราคาเพิ่มอีกประมาณ 100 – 200 เยน


ความนิยมของชาวญี่ปุ่นก่อนจะเกิดกระแสในปีนี้

แม้ในปีนี้เจลาโต้จะกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างมาก แต่แท้จริงแล้ว ความนิยมในตัวเจลาโต้ของชาวญี่ปุ่นนั้นมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งมานานกว่าสิบปีแล้ว ก่อนหน้านี้ ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยและชื่นชอบซอฟต์ครีม (Soft Serve) เป็นชีวิตจิตใจ แต่เมื่อวัฒนธรรมอาหารเปิดกว้างขึ้น เจลาโต้ได้เริ่มเข้ามาตีตลาดในฐานะ “ของหวานระดับพรีเมียมสำหรับผู้ใหญ่” ร้านเจลาโต้เริ่มผุดขึ้นตามห้างสรรพสินค้าหรูและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

คนญี่ปุ่นชื่นชอบเจลาโต้เพราะสอดคล้องกับค่านิยมของพวกเขา นั่นคือ ความใส่ใจในสุขภาพ (ไขมันต่ำกว่าไอศกรีม) และการได้ลิ้มรสความสดใหม่ของวัตถุดิบตามฤดูกาล (Shun, 旬) ก่อนที่จะเกิดกระแสบูมจนมีร้านเปิดใหม่ทั่วทุกมุมเมือง เจลาโต้ได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของชาวญี่ปุ่นในฐานะตัวแทนของงานคราฟต์ที่ผสมผสานความเป็นอิตาลีและจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบมานานแล้ว

ไปทานเจลาโต้ในญี่ปุ่นแล้ว อย่าลืมแชร์ความอร่อยแบบอัลตร้าสมูท กับทีมงานมารุมุระด้วยน๊า

บทความโดย : ทีมงาน www.marumura.com

เรื่องแนะนำ :
– สดชื่น! กับ 13 ภาพฤดูร้อนสีคราม จากญี่ปุ่น
– “ทุกเรื่อง คือฉันผิด หรือไม่ได้ผิดเลย” เรื่องสั้นแห่งความคิดที่ตีกันในหัวทุกคน
– “ขนมปังเนยเชิงซ้อน” เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น
– สวยตะลึง! 12 ภาพวาดทิวทัศน์สุดแฟนตาซี จากญี่ปุ่น
– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “ตอนจบที่ถูกเขียนไว้แล้ว”

#เจลาโต้สไตล์ญี่ปุ่น: ความหอมหวานแบบอัลตร้าสมูท ที่ผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว

Tags :