ลับแล "วัดป่ากลางกรุง" #เปลวสีเงิน -

เปลว สีเงิน

 “วันที่ ๒๘ กรกฎาคม” เป็นวัน “เฉลิมพระชนมพรรษา”

“พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

และต่อเนื่องกัน “๒๙ กรกฎาคม”

เป็นวัน “อาสาฬหบูชา” ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ วันที่ “พระพุทธองค์” ทรงแสดง “ปฐมเทศนา” โปรดปัญจวัคคีย์

ด้วยบทธรรม “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร”

“อัญญาโกณฑัญญะพราหมณ์” เกิดดวงตาเห็นธรรมขั้นโสดาบัน

“สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

สิ่งนั้นทั้งมวล มีความดับไปเป็นธรรมดา”

จึงขอบวชเป็นพระภิกษุ

พระพุทธองค์ทรงบวชให้ โดยตรัสว่า “เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด”

ณ บัดนั้น

ทำให้เกิดพระรัตนตรัย “ครบองค์ ๓” คือ “พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์” สมบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก

ดังนั้น เมื่อวันสำคัญ “เรียงวัน”

จึงเป็นนิมิตมงคลว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” รัชกาล ที่ ๑๐ ทรงสืบสานรักษาพระราชปณิธาน “องค์พระปฐมบรมราชจักรีวงค์” รัชกาล ที่ ๑

ตามปรากฏในพระราชนิพนธ์ “นิราศท่าดินแดง” ว่า

“ตั้งใจจะอุปถัมภก  ยอยกพระพุทธศาสนา

จะป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนแลมนตรี”

พสกนิกรไทยจึงได้เห็น…

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ ๑๐

ทรง “ตั้งใจอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา” เป็นที่ประจักษ์

เมื่อ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา “พระพรหมวชิรเวที” เจ้าอาวาส “วัดปทุมวนาราม” เป็น “สมเด็จพระญาณวชิโรดม”

๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา “สมเด็จพระราชาคณะ” อีก ๘ รูป มีดังนี้

“พระพรหมวชิรมงคล” เป็น “สมเด็จพระญาณวชิรมงคล” วัดราชาธิวาสวิหาร

“พระพรหมวชิราธิบดี” เป็น “สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี” วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

“พระพรหมวชิรมุนี” เป็น “สมเด็จพระสุทรรศนวชิรมุนี” วัดสุทัศนเทพวราราม

“พระพรหมวชิรากร” เป็น “สมเด็จพระพุทธวชิรากร” วัดราชสิทธาราม

“พระพรหมดิลก” เป็น “สมเด็จพระมหาวชิรคุณดิลก” วัดสามพระยา

“พระพรหมโมลี” เป็น “สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี” วัดปากน้ำ

“พระพรหมสิทธิ” เป็น “สมเด็จพระวชิรสิทธิธราจารย์” วัดสระเกศ

“พระพรหมพัชรญาณมุนี” เป็น “สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี” ณ สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี นครราชสีมา

นับได้ว่า ในรัชกาลที่ ๑๐ นี้

มีการสถาปนา “สมเด็จพระราชาคณะ” มากเป็นประวัติการณ์

อดีต มี “สมเด็จพระราชาคณะ” เพียง ๑๐ รูป

ณ พ.ศ.๒๕๖๙ มี “สมเด็จพระราชาคณะ” รวมทั้งสิ้น ๑๘ รูป (ไม่รวมสมเด็จพระสังฆราช)

แบ่งเป็น “มหานิกาย” ๙ รูป และ “ธรรมยุติกนิกาย” ๙ รูป

ในการทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาครั้งนี้

มีวัดหลวงวัดหนึ่ง “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงสถาปนาไว้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๐๐ ถึงปัจจุบัน ก็ ๑๖๙ ปีแล้ว

วัดนั้น คือ “วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร”

เป็น “วัดป่ากลางกรุง”

ขนาบด้วยศูนย์การค้า ๒ แห่ง “เซ็นทรัล เวิลด์” ด้านราชประสงค์ และ “สยามพารากอน” ด้านถนนพระราม ๑

๑๖๙ ปี ที่ผ่านมา

“วัดปทุมวนาราม” ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๐๐ จนถึง พ.ศ.๒๕๖๙  ปัจจุบัน มีเจ้าอาวาสรวมแล้ว ๘ รูป

แต่ไม่ปรากฏ มีรูปไหนได้รับพระกรุณาโปรดสถาปนาถึงชั้น “สมเด็จพระราชาคณะ” เลย!

ครั้งนี้ “เป็นครั้งแรก” ที่เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน “พระพรหมวชิรเวที” ได้รับพระกรุณาโปรดสถาปนา เป็น

 “สมเด็จพระญาณวชิโรดม สุตาคมปริยัติกิจดิลก สาธกธรรมปฏิภาณวิจิตร นิวิฐสีลสมาจาร ไพศาลศาสนกิจจาทร ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี”

จะกล่าวไปแล้ว มงคลกาลที่มาถึง “วัดปทุมวนาราม” นี้ มีเหตุควรบันทึกไว้

หลังจาก “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ ๔ ทรงสถาปนา “วัดปทุมวนาราม” เรียบร้อยแล้ว

พ.ศ.๒๔๐๔ ได้เสด็จฯ มาทรงบรรจุ “พระบรมสารีริกธาตุ” ที่พระสถูปเจดีย์

ปรารภเหตุนี้ “วัดปทุมวนาราม” นอกจากเป็น “วัดป่ากลางกรุง” แล้ว

ยังได้ชื่อว่า เป็นวัดมี “พระอรหันต์กลางกรุง” ด้วย!

เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๗ “พระอุบาลีคุณูปมาจารย์” (จันทร์ สิริจันโท)  “วัดบรมนิวาส” นิมนต์ให้ “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” เข้ามาจำพรรษาในกรุงเทพฯ

เพื่ออบรม “วิปัสสนากรรมฐาน ”แก่พระสงฆ์ สามเณร และฆราวาส ที่วัดปทุมวนาราม

เข้ามาแล้ว “หลวงปู่มั่น” ขอจำพรรษาวัดปทุมวนาราม บอกว่า

“วัดปทุมวนารามมีความเงียบสงบร่มรื่นเหมือนป่า” และเจ้าอาวาสขณะนั้น “พระปัญญาพิศาลเถร” (หนูฐิตปัญโญ) เป็น “สหายธรรม” คุ้นเคยกันมาก่อนจากต่างจังหวัด

ขณะจำพรรษาที่ “วัดปทุมวนาราม”

นอกจากสอนวิปัสสนากรรมฐานกับ พระ เณร และฆราวาสตามที่ “พระอุบาลีคุณูปมาจารย์” ต้องการแล้ว

“หลวงปู่มั่น” ได้มอบมรดกธรรมไว้ คือ “ขันธะวิมุติสะมังคีธรรมะ” เป็น “ธรรมบรรยายลายมือ” ของหลวงปู่

ซึ่งเป็น “หลักฐานลายมือ” เพียงชิ้นเดียวที่ปรากฏในปัจจุบัน

การที่ “อริยสงฆ์” พระผู้เป็น “อาจารย์ใหญ่” แห่งวงศ์พระป่าสายวิปัสสนาธุระ มาจำพรรษาอยู่วัดปทุมวนาราม

เมื่อปี ๒๕๖๓ “ยูเนสโก” ประกาศยกย่อง “หลวงปู่มั่น” เป็นบุคคลสำคัญของโลก “ด้านวัฒนธรรม”

ท่านเจ้าอาวาสที่เพิ่งได้รับพระกรุณาโปรดสถาปนา เป็น “สมเด็จพระญาณวชิโรดม”

ได้จัดพิธีปฎิบัติภาวนาบูชาคุณหลวงปู่ที่ “วัดปทุมวนาราม” และจัดสร้างรูปเหมือน “หลวงปู่มั่น” รุ่น ๑๕๐ ปี ชาติกาล

พร้อมทั้งจัดสร้าง “พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต”

ที่กุฏิ “บูรพาจารย์” หลังเดิมที่ “หลวงปู่มั่น” เคยจำพรรษา

ด้วยเหตุตามกล่าวนี้

“วัดปทุมวนาราม” จึงไม่สิ้น “อริยสงฆ์” ผู้เดินตามรอยธรรม “หลวงปู่มั่น”

ปี พ.ศ.๒๕๖๗ ซึ่งเป็นปีที่ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงมีพระชนมายุครบ ๖ รอบ

เป็นเหตุอัศจรรย์ ที่ พระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ และอัฐิธาตุ ของเหล่าพุทธสาวก-สาวิกาทั้งหลาย ทั้งอดีตและปัจจุบันได้เสด็จมาต่อเนื่อง

ทางวัดได้เก็บบูชารักษาไว้ รวมทั้ง “อัฐิธาตุ” ของบูรพาจารย์วัดป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น

ด้วยจำนวนมากนั้น นำไปสู่โครงการจัดสร้าง “หอนิทรรศการพระบรมสาริริกธาตุ” ขึ้น

เพื่อสืบสานพระราชศรัทธาแห่ง “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ผู้ทรงสถาปนา “พระสถูปเจดีย์” ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ เรื่อยมา ถึงปัจจุบัน

วัดต่างๆ มาอัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุ” บ้าง “อัฐิธาตุ” บ้าง “ธาตุกายสิทธิ์” บ้าง จาก “สมเด็จพระญานวชิโรดม” ไปประดิษฐานตามวัดนั้นๆ เช่น

-๑๘ เม.ย.๖๗ คณะศิษย์ในนาม “พระอาจารย์โสภา สมโณ” อัญเชิญ “อัฐิธาตุ” หลวงปู่มั่น, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ, หลวงปู่พรหม จิรปุญโญ

ไปบรรจุไว้หน้ารูปเหมือนบูรพาจารย์ ณ อนุสรณ์สถานบรรลุธรรมหลวงปู่ขาว อนาลโย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

-๑๕ มิ.ย.๖๗ คณะศิษย์ในนาม “พระพรหมวชิรเวที” อัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุ” ๘๔ องค์ บรรจุในพระเศียรพระพุทธรูปศิลาปางมารวิชัย

จัดสร้างขึ้นในวาระฉลอง ๑๕๐ ปีชาตกาล “หลวงปู่มั่น” และฉลองอายุวัฒนมงคล ๘๔ ปี “พระพรหมวชิรเวที” ณ วัดศรีบุญเรือง ศรีเชียงใหม่ อุบลราชธานี

-๙ พ.ย.๖๗ คณะศิษย์จิตอาสานาถะและมูลนิธินาถะ พร้อมด้วยคณะศิษย์ “พระราชวัชรปัทมคุณ” (บัวเกตุ ปทุมสิโร)

อัญเชิญ “ธาตุกายสิทธิ์” ถวายแด่ “พระราชวัชรปัทมคุณ”

พระเดชพระคุณท่าน อธิษฐานบรรจุไว้ “ใต้ฐาน” องค์เทวรูป “ท้าวจาตุโลกบาล” ประจำเจดีย์ “วัดป่าปางกึ๊ดกิตติธรรม” แม่แตง เชียงใหม่

-๒๓ เม.ย.๖๘ “พระพรมวชิรเวที” เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ถวาย “พระบรมสารีริกธาตุพระโคตมพุทธเจ้า”

แด่เจ้าพระคุณ “สมเด็จพระสังฆราช” คณะกรรมการมหาเถรสมาคม ๑๕ รูป และสมเด็จพระราชาคณะ ในโอกาสบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคล ๗๕ ปี ณ ศาลาพระราชศรัทธา

-๒๙ เม.ย.๖๘ “พระพรมวชิรเวที” ถวาย “พระบรมสารีริกธาตุพระโคตมพุทธเจ้า” แด่ “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

และอีกหลายแห่ง ล่าสุด

-๒๐ มี.ค.๖๙ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ.อัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุ” “พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์” ไปประดิษฐานชั่วคราว

ณ “ศูนย์บัญชาการกองทัพอากาศไทย” เพื่ออัญเชิญไปบรรจุในโครงการสร้าง “พระสถูปเจดีย์” พระบรมสารีริกธาตุ องค์ที่ ๓

ในพื้นที่ของ “พระมหาธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิศิริ” ดอยอินทนนท์ แม่แจ่ม เชียงใหม่

เพื่ออำนวยความสวัสดิมงคลแก่ “สถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์”

-๑๔ เม.ย.๖๙ “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” ผู้แทนคณะก่อสร้าง “พระมหาธาตุเจดีย์” วัดป่านาคนิมิตต์ สกลนคร

พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ “หลวงปู่อว้าน เขมโก”

อัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุพระโคตมพุทธเจ้า”

จำนวน ๘๐ องค์ ไปประดิษฐาน ณ พระมหาธาตุเจดีย์ “วัดป่านาคนิมิตต์ สกลนคร”

ครับ….

นี่อีกมุมหนึ่งของ “วัดปทุมวนาราม” ที่ได้ชื่อว่าเป็น “วัดป่ากลางกรุง” และเป็นแดน

“พระอรหันต์” กลางกรุง.

เปลว สีเงิน

๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙