ไม่มีประเทศไหน แบนเพลง เถียนมีมี่ น้าทิวา เตือนสติ จงตื่นจากความโง่เขลา
วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.10 น.
วันนี้ 22 กรกฎาคม 2569 กูรูดนตรีระดับตำนานอย่าง ทิวา สาระจูฑะ หรือ น้าทิวา นักวิจารณ์เพลงและบรรณาธิการนิตยสารสีสัน โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีดรามาเพลงเถียนมีมี่ ที่ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ร้องในงานเลี้ยงรับรองที่นายกรัฐมนตรีจีนจัดเพื่อกระชับมิตรไมตรี โดยมีข้อความว่า "เห็นเรื่องนายกฯ มิคกี้ เม้าส์ ไปร้องเพลง "เถียน มิี่มี่" ของ เติ้งลี่จวิน (Teresa Teng) ในงานเลี้่ยงรับรองที่นายกรัฐมนตรีจีนจัดเพื่อกระชับมิตรไมตรี ถูกนำมาโจมตีทางการเมืองในทำนองว่า นายกฯไทยไม่รู้จักกาลเทศะ และไม่รู้เรื่องรู้ราวว่า เติ้งลี่จวิน กับเพลงของเธอเป็นสิ่งต้องห้ามในจีนแผ่นดินใหญ่
ผมไม่รู้ว่าการโจมตีถูกจุดมาจากใครเป็นคนแรก แต่ก็กลายเป็นกระแสให้บรรดาพวกที่เหม็นหน้านายกฯ มิคกี้ เม้าส์ แชร์กันไปใหญ่โต ซึ่งจุดเริ่มต้นอาจจะมาจากอดีตทูตติ่ม, นักวิชาการ, นักเขียน, เอ็นจีโอ, นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม หรือติ่งหูดติ่งแหดของพรรคการเมืองต่างๆ ก็เป็นได้
.jpg)
จริงๆแล้ว ผมไม่สนใจว่านายกฯ มิคกี้ เม้าส์ จะถูกโจมตีหรอก เพราะโดนทุกวันอยู่แล้ว และก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม แต่ที่เคืองใจคือการปล่อยข้อมูลผิดๆออกมาจากคนที่ดูเหมือนจะมีชั้นมีฐานะทางสังคมน่าเชื่อถือ คนที่ได้อ่านก็จะได้รับข้อมูลผิดๆเกี่ยวกับเพลงไปด้วย
ข้อเท็จจริงที่ว่า เติ้งลี่จวิน และเพลงของเธอถูกยกเลิกการแบนในสาธารณรัฐประชาชนจีนมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 แล้ว และมีเสียงเรียกร้องให้เธอไปเปิดคอนเสิร์ทในแผ่นดินใหญ่ด้วยซ้ำ แต่เธอก็เสียชีวิตเสียก่อนที่เชียงใหม่ ประเทศไทย นี่คือข้อมูลพื้นๆที่ใครก็น่าจะรู้ ผมจึงลองมาตั้งข้อสังเกตปฏิบัติการของคนที่เป็นผู้จุดชนวนแรกๆ เป็นไปได้ไหมว่า
1. เมื่อเห็นช่องก็รีบร้อนโจมตี โดยไม่ค้นคว้าข้อเท็จจริง
2. รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่แบบว่า ‘กูจะล่อมัน’ เพราะอคติ
3. ไม่รู้จริงๆว่า สังคมจีนเขาเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว
เพื่อนรักผมคนหนึ่ง เป็นผู้รอบรู้เรื่องราวดนตรีระดับเทพ รู้ลึกรู้จริงเกือบทุกสาขาดนตรี แต่ไม่ได้ทำตัวเป็นปรมาจารย์ใดๆ ที่สำคัญ เขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ เติ้งลี่จวิน ปกติก็อยู่เงียบๆ ไม่เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องการเมือง คราวนี้ยังอดทนไม่ได้กับการปล่อยข้อมูลผิดๆ
แต่เขาเป็นคนสุภาพ (ไม่เหมือนผม) จึงใช้วิธีเขียนอธิบายอย่างสุภาพ เริ่มเล่าความเป็นมาตั้งแต่ ‘Dayung Sampan’ เป็นเพลงโฟลค์พื้นบ้านของจังหวัดบันเตน ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของเกาะจาวา, อินโดนีเซีย พรมแดนใกล้กับมาเลย์เซียและสิงคโปร์ … จนกระทั่งถ่ายทอดข้ามภาษามาเป็น “เถียนมี่มี่” อย่างไร และช่วงไหนที่ถูกแบนในประเทศจีนด้วยข้อหาเป็นเพลงแห่งชนชั้น และวัฒนธรรมอันเสื่อมโทรม
ผมชอบตอนท้ายของบทความที่เพื่อนเขียน เขาบอกว่า
“ปัจจุบันเพลง ‘Tian Mi Mi’ กลายเป็นสัญลักษณ์ของเพลงแห่งความรักที่หวานชื่นในสากลโลก ขอย้ำ...ย้ำ...ย้ำ...วันนี้ไม่มีประเทศไหนในโลกแบนเพลงนี้ ดังนั้นจงตื่น...ตื่น....ตื่น จากความโง่เขลาเบาปัญญา ตื่นจากความมืดบอดจากอคติด้วยเถิด กูขอร้อง”
นี่ขนาดหงุดหงิดที่สุดแล้ว ยังสุภาพได้ถึงปานนี้ ถ้าเป็นคนหยาบกระด้างแบบผม คงจะเขียนว่า "สติปัญญาระดับวัวตายควายล้ม อาชีพการงานที่ได้มาทุกวันนี้ ถ้าไม่เพราะเส้นสาย ก็คงมาจากกล่องสุ่ม"
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก Tiva Sarachudha