‘อินโดนีเซีย’ บนเส้นลวดความเชื่อมั่น.!


สัญญาณเตือนตอกย้ำจาก Moody’s Ratings ที่มีต่อทิศทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนเขย่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าอินโดนีเซีย จะเคยก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในดาวเด่นทางเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างมั่นคง

แต่การเปลี่ยนผ่านทางนโยบาย ภายใต้การนำของประธานาธิบดี “ปราโบโว ซูเปียนโต” กำลังส่งสัญญาณเสี่ยงฝั่งขาลง (Downside Risks) ที่ไม่ควรมองข้าม..

ต้นตอสำคัญของความกังวลในครั้งนี้ขมวดรวมอยู่ที่ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ, ภาระงบประมาณจากนโยบายประชานิยม และโครงสร้างการคลังที่มีฐานรายได้แคบเกินไป

การจัดตั้ง PT Danantara Sumberdaya Indonesia หน่วยงานใหม่ ที่เข้ามาดูแลและกำกับดูแลการส่งออกวัตถุดิบ ได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สร้างความคลางแคลงใจแก่นักลงทุนต่างชาติ “มูดีส์” ชี้ให้เห็นว่าขอบเขตหน้าที่ขององค์กรแห่งนี้ขาดความชัดเจนอย่างรุนแรง

ความพร่ามัวดังกล่าว ทำให้เกิดความกลัวว่ารัฐบาล กำลังขยายบทบาทและแทรกแซงภาคเอกชน หรือเซกเตอร์สำคัญ มากเกินไป อาจลดทอนประสิทธิภาพการแข่งขันและลดความเป็นอิสระของหน่วยงานหลัก รวมถึงธนาคารกลาง

ความพยายามผลักดันโครงการเรือธงอย่าง “โครงการอาหารกลางวันฟรี” ร่วมกับภาระการอุดหนุนราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ กำลังกลายเป็นภาระผูกพันทางการคลังขนาดใหญ่ “มูดีส์เ” เตือนว่ารัฐบาลอินโดนีเซียนำงบประมาณไปผูกติดกับโครงการประชานิยมเหล่านี้จนแทบไม่เหลือพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) สำหรับรับมือวิกฤตหรือนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างการเติบโตระยะยาว

“อินโดนีเซีย” เผชิญปัญหาเรื้อรังด้านฐานรายได้ภาษีที่แคบ (Narrow Tax Base) ทำให้ความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของรัฐไม่สอดรับกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด “มาร์ติน เพตช์” รองประธานฝ่ายความเสี่ยงประเทศของมูดีส์ ย้ำอย่างชัดเจนว่า จนขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการขยายฐานรายได้ของรัฐบาลมากพอ หากรัฐบาลไม่สามารถเพิ่มรายได้ก้อนใหม่ได้ การดึงดันทำโครงการประชานิยมต่อไป รังแต่จะทำให้เกิดการขาดดุลงบประมาณเกินขอบเขต ที่กฎหมายกำหนด

ความกังวลทั้งหมดนี้สะท้อนออกมาผ่านความผันผวนในตลาดการเงินตลอดปี สินทรัพย์ของอินโดนีเซีย ถูกเทขายอย่างหนัก ทั้งตลาดหุ้น พันธบัตรรัฐบาล และค่าเงินรูเปียห์ จนกลายเป็นกลุ่มที่ทำผลงานย่ำแย่สุดในภูมิภาค

อย่างไรก็ตามท่ามกลางความกังวลของ Moody’s และ Fitch Ratings ที่ปรับแนวโน้มเป็นเชิงลบ (Negative) สถาบันอย่าง S&P Global Ratings กลับยังคงยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือ ระดับน่าลงทุน (Investment-grade) พร้อมคงแนวโน้ม “มีเสถียรภาพ (Stable)” โดยมองว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียยังมีความแข็งแกร่งพอจะรับมือได้

ข้อดีเพียงเล็กน้อย พอจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้ คือ การที่รัฐบาลอินโดนีเซีย เริ่มยอมรับความเป็นจริงด้วยการปรับลดขนาดงบประมาณโครงการอาหารกลางวันลง และเร่งตรวจสอบงบประมาณเพื่อหาจุดประหยัดเพิ่มเติม แต่ช่วง 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้า ตลาดการเงินโลก ยังจับตามองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ และความจริงใจในการรักษา “ระเบียบวินัยทางการคลัง” อย่างใกล้ชิด

หาก “อินโดนีเซีย” ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า นโยบายเศรษฐกิจของตน มีความสมเหตุสมผลและยั่งยืน บทเตือนของ “มูดีส์” วันนี้ อาจกลายเป็นปัญหาสภาพคล่องและวิกฤตเครดิตที่แท้จริงในอนาคตอันใกล้ได้..!!

Back to top button