'เอ็ดดี้' งัดข้อมูลสอน! บอกรู้ไม่จริงอย่าปั่น 'เหมยฮัว' ต่างหากห้ามร้องไม่ใช่ 'เถียนมี่มี่'
23 ก.ค.2569 - นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เพลงต้องห้ามในจีนคือเพลง “เหมยฮัว” ไม่ใช่ “เถียนมี่มี่”“ ระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรีหรือผู้นำประเทศร้องเพลง “เถียนมี่มี่” ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่นั้นถือเป็นเรื่องปกติและช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี แต่หากร้องเพลง “เหมยฮัว” ต่างหากที่อาจจะกลายเป็นปัญหาทางการทูตมากกว่า
เพลง “เหมยฮัว” มีนัยทางการเมืองจริง
เพลง”เหมยฮัว” หรือเพลง “ดอกเหมย” แต่งโดยหลิวเจียชางสำหรับภาพยนตร์ไต้หวันเรื่อง “ดอกเหมย” ในปี 1976 เป็นเพลงปลุกใจและเพลงรักชาติในบรรยากาศการเมืองยุคพรรคก๊กมินตั๋ง เนื้อเพลงกล่าวถึงดอกเหมยว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอดทน ความเข้มแข็ง และมีประโยคว่า “เป็นดอกไม้ประจำชาติของฉัน” รัฐบาลสาธารณรัฐจีนกำหนดให้ดอกเหมยเป็นดอกไม้ประจำชาติอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1964 โดยเชื่อมโยงกลีบดอกกับหลักไตรราษฎร์และรัฐธรรมนูญห้าอำนาจด้วย
ดังนั้น เพลงนี้มีสถานะคล้าย เพลงรักชาติของสาธารณรัฐจีน หรือ Republic of China—ROC อย่างชัดเจน
เป็นเพลงที่มีเนื้อเพลงที่สะท้อน ความเป็นชาตินิยมของจีนแบบสาธารณรัฐจีนของก๊กมินตั๋ง
ซึ่งเพลงนี้แหละ มีประวัติว่าเคยถูกมองว่าอ่อนไหวทางการเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่ และเคยปรากฏในรายชื่อเพลงที่ห้ามเปิด (ในบางพื้นที่)
หากผู้นำระดับประเทศนำเพลงนี้ไปร้องในงานเลี้ยงรับรอง หรือร้องต่อหน้าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนแผ่นดินใหญ่ ทางการจีนจะตีความทันทีว่าผู้นำท่านนั้น “ขาดความเข้าใจในความอ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์” หรือร้ายแรงที่สุดคือ อาจถูกตีความว่าทางการไทยกำลังส่งสัญญาณ “ยอมรับการมีอยู่และอำนาจอธิปไตยของไต้หวัน” ซึ่งถือเป็นการเสียมารยาททางการทูต ขั้นรุนแรง
ส่วนเพลง “เถียนมี่มี่” ต่างกันโดยสิ้นเชิง
“เถียนมี่มี่” เป็นเพลงรัก ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอธิปไตย สาธารณรัฐจีน ดอกไม้ประจำชาติ หรือเอกราชไต้หวัน การที่เติ้งลี่จวินเป็นชาวไต้หวันไม่ได้ทำให้ทุกเพลงของเธอกลายเป็นเพลงการเมือง ปัจจุบันสื่อทางการจีนเองยังเผยแพร่สารคดีและกิจกรรมรำลึกถึงเติ้งลี่จวินในฐานะตำนานวงการเพลงภาษาจีนด้วย
สรุป
ถ้าจะพูดถึงเพลงต้องห้าม เพลงนั้นควรจะเป็นเพลง “เหมยฮัว” มากกว่า เพราะเป็นเพลงที่มีนัยทางการเมืองจริง เป็นเพลงรักชาติของ “สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน)”
ถ้านำเพลง “เหมยฮัว” ไปร้องในงานทางการที่ปักกิ่งย่อมไม่เหมาะสมและเสี่ยงสร้างปัญหาทางการทูต แต่เพลง “เถียนมี่มี่” ไม่มีเนื้อหาการเมือง จึงเป็นคนละกรณีกันอย่างสิ้นเชิง