สหรัฐกล่าวหา 'มูนช็อต เอไอ' สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน 'ไทย'

moonshot
REUTERS/Florence Lo/Illustration

สหรัฐกล่าวหา ‘มูนช็อต เอไอ’ สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน ‘ไทย’

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายไมเคิล คราทซิโอส เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเทคโนโลยีของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า บริษัท มูนช็อต เอไอ (Moonshot AI) สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จากจีน ได้ขโมยข้อมูลแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนที่สุด ของ แอนโธรปิก (Anthropic) ที่ชื่อ “เฟเบิล” (Fable)ไปเพื่อใช้ในการช่วยสร้าง “เค3” (K3) รุ่นล่าสุด และยังได้ซื้อชิปเอไอขั้นสูงของเอ็นวิเดียอีกด้วย

โดยคราทซิโอส ได้โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า “เราได้ข้อมูลมาว่า มูนช็อต เอไอ ได้ใช้กระบวนการกรองความรู้ จากโมเดล “เฟเบิล” ของแอนโธรปิก ไปใช้เพื่อการพัฒนาโมเดล เค3 ของตนเอง” “การกลั่นกรองความรู้ทางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และเป็นไปอย่างปกปิด มุ่งเป้าไปที่การขโมยเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสหรัฐ และบ่อนทำลายการค้นคว้าของชาวอเมริกัน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”

คราทซิโอส ยังกล่าวว่า มูนช็อต เอไอ ได้ซื้อเซิร์ฟเวอร์ที่มีชิป เอไอ ประสิทธิภาพสูงของเอ็นวิเดีย รุ่น จีบี300 (GB300) และนำไปใช้ใน “ประเทศไทย” ซึ่งอาจจะนำไปใช้เพื่อฝึกโมเดลเอไอของตัวเอง

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุในอีกโพสต์บน X เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมว่า เขากำลังพิจารณาที่จะเพิ่ม “มูนช็อต เอไอ” เข้าไปในบัญชีดำทางการค้า และกำหนดมาตรการคว่ำบาตร

ข่าวระบุว่า ข้อกล่าวหาของรัฐบาลทรัมป์ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความตึงเครียดเกี่ยวกับประเด็นเทคโนโลยีระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับวอชิงตัน เนื่องจากบริษัทจากทั้งสองประเทศกำลังนำเสนอแบบจำลองเอไอที่ทรงพลังมากขึ้น ซึ่งมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง และมีศักยภาพในการใช้งานทางทหาร

อย่างไรก็ตาม ทางมูนช็อตยังไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว มีเพียง หลิว ชาง โฆษกสถานทูตจีน ประจำกรุงวอชิงตันที่กล่าวว่า คำกล่าวของ คราทซิโอสนั้นไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง และว่า จีนเคารพต่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา บุคคลที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอเมริกา ควรเคารพข้อเท็จจริง ละทิ้งอคติ และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีและลดทอนความสำเร็จของจีน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

ขณะที่ หลิน เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวัน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมว่า จีนคัดค้านการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจและประเด็นเรื่องการค้า ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและอาวุธมาโดยตลอด และว่า การกระทำดังกล่าวจะขัดขวางกระบวนการในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์โลก
ด้าน ซาราห์ เฮ็ค ผู้บริหารด้านนโยบายสาธารณะของ แอนโธรปิก ระบุบน X ว่า การที่จีนขโมยแบบจำลองของสหรัฐ สร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติอย่างร้ายแรงสำหรับสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ ได้กล่าวว่า โมเดล เอไอ ล่าสุด ของดีพซีค สตาร์ทอัพเอไอของจีน ได้รับการฝึกฝนบนชิปเอไอที่ทันสมัยที่สุดของเอ็นวิเดีย ซึ่งอาจจะเป็นการละเมิดมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ

ตามเอกสารทางการทูตที่รอยเตอร์ ได้เห็น ระบุว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ได้มีการสั่งการทั่วโลก ให้เพิ่มความสนใจไปยังสิ่งที่ระบุว่า เป็นความพยายามของบริษัทจากจีน รวมถึง มูนช็อต เอไอ ในการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ในสหรัฐ

ทั้งนี้ การกลั่นกรองความรู้ (Distillation) คือกระบวนการฝึกสอนโมเดลเอไอขนาดเล็ก โดยการใช้ผลลัพธ์จากโมเดลขนาดใหญ่ที่ต้นทุนสูงกว่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดต้นทุนการฝึกพัฒนาเครื่องมือไอเอใหม่ๆให้มีประสิทธิภาพสูง

โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอนโธรปิก ระบุว่า บริษัทปัญญาประดิษฐของจีน 3 แห่ง คือ ดีพซีค , มูนช็อต และมินิแม็กซ์ ได้ใช้โมเดล Claude ของแอนโธรปิก เพื่อให้ได้มาซึ่งความสามารถในการปรับปรุงโมเดลของตนเองอย่างไม่เหมาะสม โดยทั้ง 3 บริษัท ได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับ Claude มากกว่า 16 ล้านครั้ง โดยใช้บัญชีปลอมประมาณ 24,000 บัญชี ซึ่งเป็นการละเมิดข้อกำหนดในการให้บริการและข้อจำกัดการเข้าถึงในระดับภูมิภาคของแอนโธรปิก

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มูนช็อต ได้เปิดตัว Kimi K3 แบบจำลองที่มีพารามิเตอร์ 2.8 ล้านล้านตัว โดยระบุว่า เป็นระบบเอไอแบบเปิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมอบประสิทธิภาพการทำงานที่ใกล้เคียงกับเฟเบิล ซึ่งเป็นโมเดลระดับแนวหน้าของแอนโธรปิก ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ

การเปิดตัวดังกล่าว่เกิดขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐได้เรียกคืนโมเล เฟเบิล และมายธอส ของแอนโธรปิกอย่างกะทันหัน เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมเน้นย้ำให้เห็นว่า ระบบนิเวศเอไอแบบเปิดของจีน กำลังลดช่องว่างกับระบบที่ทันสมัยที่สุดของสหรัฐได้อย่างรวดเร็วเพียงใด