กรมปศุสัตว์ แจงจีนยื่นขอเปิดตลาดส่งออกไก่เข้าไทย ยังไม่อนุมัตินำเข้า ย้ำตรวจเข้มทุกขั้นตอน

กรมปศุสัตว์ ชี้แจงกรณีจีนยื่นคำขอส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกมายังประเทศไทย เป็นเพียงขั้นตอนปกติภายใต้กรอบการค้าโลก (WTO) และยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพิจารณา โดยอยู่ระหว่างขอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านโรคระบาดและความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การผลิต ยืนยันยังห่างไกลจากการอนุมัตินำเข้า

วันที่ 27 ก.ค. 2569 กรมปศุสัตว์ แจ้งว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีที่สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) แสดงความประสงค์ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง เนื้อสัตว์ปีกปรุงสุก รวมถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้จากสัตว์ปีก เช่น ตับไก่ ตับห่าน เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนั้น

เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจจะเกิดขึ้นในสังคม กรมปศุสัตว์ขอนำเรียนข้อเท็จจริงว่ากรมปศุสัตว์ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก GACC ผ่านทางสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งความประสงค์ยื่นคำขอส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ฯ ของจีนส่งออกมายังประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 2569

โดยคำขอดังกล่าว ถือเป็นเรื่องปกติของการค้าระหว่างประเทศตามกรอบขององค์การการค้าโลก (WTO) โดยมีหลักการพื้นฐานสำคัญ คือ การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้การค้าระหว่างประเทศมีความเสรี และเป็นธรรม

สำหรับสถานะคำขอเปิดตลาดเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ฯ ของ GACC นี้ ทางกรมปศุสัตว์ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบคำขอตามระเบียบมาตรฐานปฏิบัติเช่นเดียวกับคำขอจากประเทศคู่ค้าอื่นๆทั่วโลก

โดยปัจจุบัน ขั้นตอนตรวจสอบยังอยู่ในระยะเริ่มแรก คือ กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินขอข้อมูลรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ประกอบคำขอเปิดตลาดฯ จาก GACC เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก โดยยึดตามกฎระเบียบของประเทศไทย และตามหลักสากลด้านคุณภาพและมาตรฐานสุขอนามัยสัตว์ (SPS) ทั้งการตรวจด้านเอกสาร และการตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิตจริง โดยมีคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของกรมปศุสัตว์เป็นผู้ตรวจประเมินความเสี่ยงทั้งสองด้าน

อย่างไรก็ดีกระบวนการดังกล่าว ยังมีระยะเวลาที่ห่างไกลจากขั้นตอนการพิจารณา ว่าจะให้มีการนำเข้าสินค้าหรือไม่ โดยหลังจากขั้นตอนทางเอกสาร กรมปศุสัตว์ยังต้องดำเนินการตามระเบียบในอีกหลายขั้นตอน

โดยเฉพาะการพิจารณาความปลอดภัยทั้งจากโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคไข้หวัดนก รวมถึงสารตกค้างต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์และผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบสูงสุด เนื่องจากประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก

โดยข้อมูลในปี 2568 ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ ประมาณ 3.82 ล้านตันต่อปี และสามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่เย็น แช่แข็ง รวมถึงผลิตภัณฑ์ปรุงสุก ปริมาณ 1.34 ล้านตันต่อปี (คิดเป็นมูลค่ากว่า 168,000 ล้านบาท)

สำหรับกรณีที่ประเทศใดก็ตามแสดงความประสงค์ขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์เพื่อจำหน่ายในประเทศนั้น นอกจากจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ และประเมินความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ทั้งวงจร จากนั้นกรมปศุสัตว์ต้องเสนอคำขอดังกล่าวสู่กระบวนการการมีส่วนร่วมของผู้แทนองค์กรเกษตรกร สหกรณ์ และสมาคม รวมถึงผู้มีส่วนได้เสีย และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

ทั้งนี้ ในการดำเนินการใดๆ กรมปศุสัตว์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ความมั่นใจต่อสาธารณชนว่า จะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรและประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นสำคัญ