น.ศ.พยาบาล โพสต์เตือนภัย เรียกรถผ่านแอพพ์ ถูกคนขับบังคับนั่งเบาะหน้า ก่อนเข้ามาลวนลาม

น.ศ.พยาบาล โพสต์เตือนภัย เรียกรถผ่านแอพพ์ ถูกคนขับบังคับนั่งเบาะหน้า ก่อนถูกลวนลาม
กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เตือนภัยสำหรับผู้หญิงที่ใช้บริการแกร็บคาร์ พร้อมกับโพสต์รูปภาพโดนลวนลาม ใบหน้าผู้ขับแกร็บคาร์ หมายเลขทะเบียนรถ มือผู้ขับแกร็บคาร์จับขา หน้าท้อง และหน้าอก พร้อมกับรูป Google Map ระยะทางที่เรียกใช้บริการ พร้อมข้อความว่า
“สวัสดีค่ะ วันนี้หนูเรียกรถยนต์ผ่านแอพพ์ พี่คนในรูปเลยค่ะ เขาได้ลวนลามหนู ตอนแรกเขาถามเรื่องอยู่บ้านที่นี่หรอครับ ทำงานอะไร แล้วไปไหน หนูเลยบอกว่าจะไปเล่นกับเพื่อนค่ะ แล้วคนขับเลยพูดขึ้นมาว่าบอกเพื่อนว่าไปช้าหน่อยได้มั้ย หนูไปต่อกับพี่ได้รึเปล่า สักชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง แล้วเขาก็บังคับให้หนูมานั่งเบาะข้างหน้าค่ะ หนูกลัวมากกลัวจนไม่ได้คิดอะไรมีแค่กลัวอย่างเดียว เขาก็เลยขอแลกไลน์ไว้ค่ะ เขาจับขาหนูกับพุงแล้วก็จับนมค่ะ
หนูยืนยันนะคะว่าหนูปฏิเสธทุกอย่าง ไม่ได้สมยอมหรืออะไร หนูเป็นแค่ผู้หญิงหนูกลัวมากๆค่ะ ตอนนี้ หนูกำลังไปแจ้งความไว้แล้วนะคะ หนูขอลงเหตุการณ์ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่ชอบนั่งรถผ่านแอพพ์นะคะ มีทั้งดีและไม่ดี อยากให้ผู้หญิงทุกคนระวังด้วยนะคะ ใครเจอพี่คนนี้ระวังด้วยนะคะ”

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไป ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบ น.ส.อุ้ม อายุ 20 ปี ผู้เสียหาย
น.ส.อุ้มกล่าวว่า ตนกำลังเรียนผู้ช่วยพยาบาลที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี กำลังอยู่ในช่วงฝึกงาน ปกติตนจะไม่ใช้บริการไรเดอร์คาร์ แต่เมื่อบ่ายวันที่ 25 กรกฎาคม ตนมีนัดกับเพื่อนรุ่นน้องที่หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยจินตคาม เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงได้เรียกไรเดอร์คาร์มารับที่หน้าบ้าน ให้ไปส่งที่ซอยจินตคาม เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งมีไรเดอร์คาร์เป็นผู้ชายทราบชื่อว่า เติ้ล อายุประมาณ 30-35 ปี ขับรถยนต์ไฟฟ้า สีน้ำเงิน มารับตนที่หน้าบ้าน ซึ่งนายเติ้ล ได้บอกให้ตนยกเลิกไรเดอร์คาร์ เพราะการชำระเงินไม่ขึ้น แต่จะขับรถไปส่งตนเหมือนเดิม แล้วให้ตนจ่ายเงินสด 67 บาท จากนั้นตนก็ขึ้นนั่งเบาะหลัง
น.ส.อุ้มกล่าวว่า ขณะขับรถไป นายเติ้ล ได้ชวนตนพูดคุยตลอดเวลาและสอบถามตนว่า ทำงานที่ไหน อายุกี่ปี เรียนอยู่ที่ไหน มีแฟนหรือยัง จะไปไหน ซึ่งตนก็บอกว่าไปเล่นกับเพื่อน และได้ตอบคำถามตามปกติ กระทั่งนายเติ้ลได้บอกให้ตนไปนั่งเบาะหน้าถึง 2 ครั้ง แต่ตนปฏิเสธว่าไม่เหมาะสม ครั้งที่ 3 นายเติ้ลได้พูดเสียงแข็ง สั่งให้ตนไปนั่งเบาะหน้า พร้อมกับจอดรถที่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ถนนศรีสุข เทศบาลนครอุดรธานี ตนกลัวมากจึงไปนั่งเบาะหน้าตามคำสั่ง พอนั่งเบาะหน้านายเติ้ลขับรถออกไป แล้วก็เอามือมาจับที่ขา แล้วลูบไล้ ขึ้นมาจับหน้าท้อง และจับนม แต่ไม่ได้ล้วง ตนตกใจมากแต่ก็ใจดีสู้เสือบอกว่าอย่าทำ เดี๋ยวคนจะมองเห็น แต่นายเติ้ลบอกว่า มองเข้ามาไม่เห็นเพราะว่าติดฟิล์มหนา
น.ส.อุ้มกล่าวต่อว่า นายเติ้ลยังบอกให้ตนโทรไปบอกเพื่อนว่า จะไปถึงหอช้าประมาณครึ่งชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อจะไปกับเขา ไปหาที่คุยกันเงียบๆ พอดีเพื่อนได้โทรเข้ามาหา ตนก็บอกน้องว่าโดนคนขับแกร็บลวนลาม นายเติ้ลยังพูดตื๊อให้ตนไปกับเขา ตนรู้สึกกลัวมาก พอดีใกล้จะถึงหอพักเพื่อน จึงทำยอมๆ เขา พูดดีกับเขาว่าให้ตนไปหาเพื่อนก่อน เขาก็ถามว่าไปนานไหม ตนก็บอกว่านาน เพราะจะพาเพื่อนไปทำธุระด้วย เสร็จธุระแล้วถึงจะไปกับพี่ และแลกไลน์กับนายเติ้ล ซึ่งเขาก็ยังพูดย้ำอีกว่า สัญญากับพี่แล้วนะว่าจะไปกับพี่ต่อ ตนก็ตอบว่าค่ะ พอไปถึงหอพักเพื่อน เขาจอดรถริมถนน หนูก็รีบลงจากรถ วิ่งไปหาเพื่อนที่ยืนรอหน้าหอพัก ไม่ได้ถ่ายรูปรถ ไม่ได้ถ่ายทะเบียนรถไว้ เพราะกลัวมาก
น.ส.อุ้มกล่าวต่อไปว่า หลังลงจากรถไปหาเพื่อน ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง หลังจากลงจากรถได้ประมาณ 1 ชั่วโมง เขาก็ยังโทรหาตน 3 สายว่า “พี่รออยู่นะครับ พี่รออยู่แถวซอยจินตคาม” ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความที่โรงพัก พร้อมกับโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อเตือนภัยสำหรับผู้ใช้บริการไรเดอร์คาร์ หลังจากนั้นเขาก็ไม่โทรมาหาอีก ซึ่งตนทราบว่านายเติ้ลทำธุรกิจเกี่ยวกับขายตรง
“อยากฝากถึงผู้ที่ใช้บริการไรเดอร์คาร์ โดยเฉพาะผู้หญิง ถ้าจะใช้บริการให้มีเพื่อนไปด้วย อย่าไปคนเดียว เพราะไม่รู้ในรถจะเกิดอะไรกับเรา และอยากฝากถึงผู้ที่ก่อเหตุ ให้มารับผิดสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ได้ทำลงไป และขออย่าไปทำอย่างนี้กับใครอีก เพราะเกิดกับใครก็ไม่ดี ถือว่าเป็นภัยสังคม”
