เกมการเมืองของฟุตบอลอิตาลี ที่กองหลังที่ดีที่สุดในโลกก็เอาไม่อยู่

เพียง 16 วันเท่านั้น ที่บทบาทของ เปาโล มัลดินี ในฐานะผู้อำนวยการเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี หรือ FIGC พร้อมกับ เลโอนาร์โด ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ ต้องยุติลงอย่างรวดเร็ว

การลาออกของทั้งคู่กลายเป็นข่าวช็อกของวงการฟุตบอลอิตาลี และยังยังสะท้อนให้เห็นการพังทลายของโครงการปฏิรูปฟุตบอลอิตาลีตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มต้นด้วย

ชัดเจนอย่างมากว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มีต้นตอจากผลงานในสนาม แต่เกิดจากความขัดแย้งเรื่องอำนาจของการเมืองภายใน FIGC และแรงกดดันจากบุคคลที่ไม่ได้ต้องรับผิดชอบต่อผลการแข่งขันโดยตรง

มัลดินีและเลโอนาร์โดถูกดึงเข้ามาหลังอิตาลีพลาดการไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ภารกิจของพวกเขาจึงมากกว่าการหาโค้ชใหม่มาแทน เจนนาโร กัตตูโซ

มัลดินี กลายเป็นสถาปนิกของ “Club Italia” รูปแบบใหม่ ที่จะเข้ามาดูแลทิศทางทีมชาติทุกระดับ เชื่อมระบบเยาวชนกับทีมชุดใหญ่ และสร้างวัฒนธรรมฟุตบอลที่ชัดเจนขึ้น โดยมี เลโอนาร์โด เป็นผู้ช่วยและที่ปรึกษา

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่มัลดินียอมรับงานนี้คือ เขาต้องมีอิสระในการตัดสินใจด้านฟุตบอลอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงตำนานที่เข้ามาสร้างความน่าเชื่อถือทางภาพลักษณ์ให้กับ FIGC

แต่จุดเริ่มต้นของรอยร้าวเกิดขึ้นหลังจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปฏิเสธข้อเสนอด้วยเหตุผลส่วนตัว และคาร์โล อันเชล็อตติ ไม่สามารถรับงานได้เพราะยังมีสัญญากับทีมชาติบราซิล

มัลดินีและเลโอนาร์โด จึงตัดสินใจเลือกอันเดรีย ปีร์โล อดีตกองกลางเอซี มิลาน และ ยูเวนตุส เป็นตัวเลือกหลักสำหรับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมชาติ

กล่าวได้ว่า ปีร์โลไม่ได้มีประวัติการคุมทีมที่ยอดเยี่ยม แต่บุคลิกของเขาตรงกับภาพที่มัลดินีต้องการ คือเป็นโค้ชอายุน้อย มีแนวคิดฟุตบอลสมัยใหม่ เชื่อในเทคนิคการครองบอล และสามารถเติบโตไปพร้อมกับโครงสร้างใหม่ของทีมชาติอิตาลีได้

การเลือกปีร์โลจึงมีเหตุผลรองรับอย่างเต็มที่ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจของเขากับ Fonbet บริษัทพนันจากรัสเซีย ถูกนำมาเป็นประเด็นคัดค้านอย่างหนัก

ปีร์โลเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Fonbet ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน และยังทำงานอยู่กับ United FC ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีเจ้าของเป็นมหาเศรษฐีชาวรัสเซียด้วย

ความสัมพันธ์นี้ถูกตีความในเชิงการเมืองและศีลธรรม โดยเฉพาะท่ามกลางสงครามในยูเครน และนำไปสู่แรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ใน FIGC นักการเมือง และบุคคลภายนอกวงการฟุตบอลบางส่วน

ปีร์โลพยายามชี้แจงว่า ความร่วมมือกับ Fonbet เป็นข้อตกลงเชิงพาณิชย์และกีฬาเท่านั้น ไม่ได้สะท้อนจุดยืนของเขาในการสนับสนุนรัสเซียหรือเชียร์การพนัน

เขายืนยันว่า การทำงานทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้อง และไม่ควรถูกตีความว่าเขาสนับสนุนรัฐบาลรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงคัดค้านใน FIGC ขยายตัว ก็มีการตัดสินใจยุติการเจรจา ทั้งที่รายงานระบุว่า การแต่งตั้งใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีการนัดหมายกับตัวแทนฝ่ายกฎหมายของปีร์โลเพื่อจัดทำสัญญาให้เรียบร้อย

แต่คำถามคือ เหตุใดข้อมูลเรื่อง Fonbet ซึ่งไม่ได้เป็นความลับ จึงไม่ถูกตรวจสอบตั้งแต่ต้น และเหตุใดมัลดินีจึงได้รับอนุญาตให้เดินหน้าเลือกปีร์โล ก่อนถูกเบรกในนาทีสุดท้ายจากแรงกดดันภายในองค์กร

สำหรับมัลดินี เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดด้านกระบวนการ แต่คือการทำลายหลักการพื้นฐานของตำแหน่งที่เขาเพิ่งรับมา

สำหรับเขาหากผู้อำนวยการเทคนิคไม่มีอำนาจตัดสินใจเลือกหัวหน้าโค้ชตามวิสัยทัศน์ของตัวเอง แล้วตำแหน่งดังกล่าวจะมีความหมายอะไร

การโดนวีโต้ครั้งนี้ ทำให้มัลดินีมองว่าการปฏิรูปที่ FIGC ประกาศไว้กลายเป็นเพียงถ้อยคำสวยหรู เพราะเมื่อถึงการตัดสินใจสำคัญครั้งแรกมาถึง อำนาจทางฟุตบอลกลับพ่ายแพ้ต่อแรงกดดันจากคณะกรรมการฝ่ายการเมือง และกลุ่มอำนาจเดิมภายใน FIGC

รายงานจากอิตาลีระบุว่า มัลดินีไม่พอใจอย่างมากที่ โจวานนี มาลาโก ประธาน FIGC ไม่สนับสนุนการตัดสินใจของเขาอย่างชัดเจน

แม้มาลาโกจะอธิบายว่า การยกเลิกดีลปีร์โลเกิดจากปัจจัยนอกสนาม ไม่ใช่ความไม่เชื่อมั่นในตัวเลือกของฝ่ายเทคนิค แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายเสียหายไปแล้ว เพราะมัลดินีมองว่า หาก FIGC ไม่สามารถปกป้องกระบวนการที่มอบหมายให้เขารับผิดชอบได้ เขาก็ไม่ควรอยู่ต่อเพื่อรับผิดชอบผลลัพธ์ที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนตัดสินใจ

ความขัดแย้งยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อมีการพูดถึงตัวเลือกสำรอง มัลดินีและเลโอนาร์โดเสนอชื่อ ติอาโก ม็อตตา ซึ่งยังสอดคล้องกับแนวคิดเดิม คือโค้ชรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างฟุตบอลเชิงรุกและมีโครงการระยะยาว

แต่ฝ่ายบริหารของ FIGC โดยเฉพาะมาลาโกกลับเอนเอียงไปทาง โรแบร์โต มันชินี ขณะที่สโมสรในเซเรีย อาหลายแห่งต้องการ อันโตนิโอ คอนเต

ความเห็นที่แตกต่างกันเช่นนี้ทำให้เห็นว่า ทุกฝ่ายไม่ได้เพียงถกเถียงว่าใครเก่งที่สุด แต่กำลังต่อสู้กันว่าใครควรมีอำนาจกำหนดอนาคตของทีมชาติ

มันชินีคือทางเลือกที่ปลอดภัย เพราะเคยพาอิตาลีคว้าแชมป์ยูโร 2020 และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในสหพันธ์ ส่วนคอนเตได้รับการสนับสนุนจากหลายสโมสร เนื่องจากมีประสบการณ์สูงและสามารถสร้างทีมแข่งขันได้ในระยะสั้นได้

แต่ทั้งสองคนไม่ได้สะท้อนภาพการปฏิรูปแบบเดียวกับที่มัลดินีพยายามวางไว้ การย้อนกลับไปหาชื่อเดิมจึงอาจเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มากกว่าการเปลี่ยนโครงสร้างฟุตบอลอิตาลีอย่างจริงจัง

อีกปัจจัยที่ทำให้เรื่องนี้รุนแรงขึ้นคือ การแทรกแซงจากภาคการเมือง โดยเฉพาะเสียงคัดค้านจากนักการเมืองและบุคคลระดับวุฒิสภาที่ไม่ต้องการให้ FIGC แต่งตั้งผู้มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับบริษัทรัสเซีย

แม้ข้อกังวลนี้มีมิติทางจริยธรรมและการทูต แต่ผลที่ตามมาคือ การเลือกโค้ชทีมชาติไม่ได้ถูกตัดสินจากแนวคิดฟุตบอลเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ชื่อของปีร์โลจึงถูกนำออกไปและกลายเป็นสัญลักษณ์ของการถกเถียงทางการเมืองระหว่างประเทศ

สำหรับ FIGC นี่อาจเป็นสถานการณ์ที่จัดการได้ยาก เพราะทีมชาติอิตาลีเป็นสถาบันที่มีความหมายมากกว่ากีฬา แต่ความผิดพลาดของพวกเขาคือการไม่มีระบบตรวจสอบที่รอบคอบตั้งแต่ต้น

หากความสัมพันธ์ของปีร์โลกับ Fonbet เป็นอุปสรรคที่ยอมรับไม่ได้ ก็ควรถูกตัดออกตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนเจรจาสุดท้าย ไม่ใช่ปล่อยให้มัลดินีสนับสนุนปีร์โลอย่างเปิดเผย แล้วค่อยถอนตัวเมื่อกระแสการเมืองรุนแรงขึ้น

กระบวนการเช่นนี้ทำให้ทั้งปีร์โล มัลดินี และ FIGC เสียความน่าเชื่อถือพร้อมกัน

การลาออกของมัลดินีและเลโอนาร์โดจึงเป็นการปฏิเสธที่จะทำงานภายใต้ระบบที่พวกเขาไม่มีอำนาจกำหนดทิศทาง หากทั้งคู่ยอมอยู่ต่อ พวกเขาอาจกลายเป็นเพียงผู้รับรองการตัดสินใจที่มาจากฝ่ายอื่น และต้องรับแรงกดดันเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้า

การจากไปภายใน 16 วัน อาจดูเป็นการตัดสินใจที่รุนแรงและเฉียบขาด แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สอดคล้องกับเงื่อนไขที่มัลดินีวางไว้ตั้งแต่แรกว่า เขาจะรับงานก็ต่อเมื่อมีอิสระและความรับผิดชอบที่ชัดเจน

หลังการลาออกของมัลดินีและเลโอนาร์โด FIGC ต้องเผชิญคำถามอีกครั้งว่า ควรแต่งตั้งผู้อำนวยการเทคนิคก่อน หรือรีบเลือกหัวหน้าโค้ชทีมชาติทันที

ชื่อของ จอร์โจ คิเอลลินี ถูกพูดถึงในฐานะตัวเต็งสำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคคนใหม่ ซึ่งอาจช่วยรักษาแนวคิดการมีอดีตนักเตะระดับตำนานเข้ามาดูแลโครงการ แต่หากคิเอลลินีไม่ได้รับอิสระมากกว่าที่มัลดินีเคยได้รับ การแต่งตั้งครั้งใหม่ก็อาจกลายเป็นการเปลี่ยนชื่อโดยไม่เปลี่ยนระบบ

ในส่วนของหัวหน้าโค้ช มันชินีกลายเป็นตัวเต็ง ขณะที่คอนเตยังได้รับแรงสนับสนุนจากสโมสรเซเรีย อา ทั้งสองคนมีประสบการณ์และความสามารถเพียงพอ แต่การตัดสินใจครั้งนี้จะสะท้อนว่า FIGC ต้องการสร้างโครงการระยะยาวจริง หรือเพียงต้องการคนที่สามารถควบคุมสถานการณ์เฉพาะหน้า

หากมาลาโกเป็นผู้เลือกโค้ชโดยตรงหลังการลาออกของผู้อำนวยการเทคนิค ก็จะยิ่งยืนยันว่าโครงสร้างใหม่ซึ่งประกาศไว้ตั้งแต่ต้นไม่ได้มีอำนาจจริง

ความเสียหายที่ใหญ่ที่สุดจึงไม่ใช่การเสียมัลดินีหรือพลาดการแต่งตั้งปีร์โล

แต่คือการสูญเสียความเชื่อมั่นว่า FIGC มีแผนสร้างทีมชาติอย่างเป็นระบบ

การลาออกของเปาโล มัลดินี และเลโอนาร์โดจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการประท้วงเพราะไม่ได้โค้ชที่ต้องการ แต่คือคำตัดสินต่อโครงสร้างของ FIGC พวกเขาเข้ามาเพื่อเปลี่ยนระบบ แต่พบว่าระบบเดิมยังคงแข็งแรงกว่าอำนาจที่ได้รับ

การเลือกปีร์โลอาจเป็นการตัดสินใจที่ถกเถียงได้ และสหพันธ์มีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยเหตุผลด้านภาพลักษณ์ แต่หากผู้อำนวยการเทคนิคไม่สามารถไว้วางใจกระบวนการตัดสินใจขององค์กรได้ โครงการระยะยาวก็ไม่มีทางเดินหน้า

อนาคตของทีมชาติอิตาลีหลังจากนี้อาจลงเอยด้วยมันชินี คอนเต หรือชื่ออื่น แต่ไม่ว่าใครจะเข้ามา ปัญหาหลักจะยังไม่หายไป หากไม่มีคำตอบว่าใครมีอำนาจตัดสินใจ ใครรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ และการเมืองควรเข้ามามีบทบาทกับฟุตบอลมากเพียงใด เพราะอิตาลีไม่ได้ขาดเพียงโค้ชที่เก่ง พวกเขาขาดโครงสร้างที่ทำให้คนเก่งสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

สุดท้ายแล้ว 16 วันของมัลดินีอาจสั้นเกินไปที่จะเปลี่ยนฟุตบอลอิตาลี แต่ยาวพอที่จะเปิดโปงว่า เหตุใดทีมชาติซึ่งเคยเป็นแชมป์โลก 4 สมัยจึงยังหาทางกลับมาไม่ได้

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พรสวรรค์ของนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่องค์กรซึ่งยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า ต้องการการปฏิวัติจริง หรือเพียงต้องการใช้คำว่า ‘ปฏิวัติ’ เพื่อปกป้องระบบเดิมของตัวเอง

อ้างอิง

ภาพ: picture alliance / Getty Images