คนกรุงจมน้ำ! ‘ศุภจี” ปธ.บอร์ด PR หายไปไหน จับโป๊ะ ‘ไชยชนก’ ดันงบพยากรณ์อากาศ 497 ล้าน

  1. หน้าหลัก 
  2. Online Section 
  3. เรื่องพิเศษ 

คนกรุงจมน้ำ! ‘ศุภจี” ปธ.บอร์ด PR หายไปไหน จับโป๊ะ ‘ไชยชนก’ ดันงบพยากรณ์อากาศ 497 ล้าน

เผยแพร่: 29 ก.ย. 2569 12:28   ปรับปรุง: 29 ก.ย. 2569 12:28   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วิกฤตอุทกภัยพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ประชาชนได้รับความช่วยเหลือล่าช้า ไม่ทั่วถึง ทั้งที่ผ่านมาหลายวันแล้ว สะท้อนภาพความล้มเหลวและการเพิกเฉยของกลไกรัฐอย่างชัดเจน เมื่อประชาชนถูกทอดทิ้งอยู่กลางน้ำ รัฐบาลจึงต้องถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงการบริหารจัดการที่เสมือน "ลอยตัว" เหนือปัญหา

คำถามแรกสุดคือ บทบาทของ ศุภจี สุธรรมพันธ์ ในโมงยามแห่งความวิกฤต
 
•‘ศุภจี’ ประธาน กปช. หายไปไหนในภาวะวิกฤต? คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ (กปช.) ภายใต้การนำของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ แทบจะไร้ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการรับมือน้ำท่วม ทั้งที่ที่ประชุมเพิ่งประกาศวาระสำคัญให้ "การสื่อสารภาวะวิกฤตและการรับมือภัยพิบัติ" เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการทำงานไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา แม้อาจจะมีข้ออ้างว่าติดภารกิจสำคัญอย่างการประชุมเอฟทีเอไทย-อียู ที่ภูเก็ต แต่ในฐานะประธานบอร์ดที่คุมทิศทางการสื่อสารของประเทศ ย่อมต้องมีการ "เทคแอคชัน" สั่งการตามภารกิจหลัก ไม่ใช่ปล่อยให้ข้อมูลข่าวสารภาครัฐเงียบกริบ ทิ้งประชาชนให้เผชิญวิกฤตอย่างโดดเดี่ยว

คำถามถัดมาคือ ทำไมรัฐบาลถึงได้เชื่องช้าในการรับมือกับวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ 
•รัฐบาลเพิ่งตื่น ตั้งศูนย์ JICC ช้ากว่ามวลน้ำ ความเชื่องช้าของรัฐบาลเห็นได้ชัดจากการเพิ่งตื่นตัวสั่งตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC) เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2569 และเพิ่งเริ่มตั้งโต๊ะแถลงข่าวแบบกว้างๆ ในเช้าวันที่ 28 ก.ย. เป็นวันแรก ทั้งที่น้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. เขตรอบนอก และอีกหลายจังหวัด ได้สร้างความเดือดร้อนสาหัสมาแล้วหลายวันก่อนหน้านี้ สะท้อนการทำงานแบบรัฐราชการที่ตามหลังปัญหาเสมอ

อีกคำถามสำคัญพุ่งตรงไปยัง “ลูกเทพ” – ไชยชนก ชิดชอบ เกี่ยวกับการผลักดันโครงการ Tomorrow.io ผ่าน ครม. ด้วยวงเงินงบประมาณปี 2570 จำนวนถึง 497 ล้านบาท พร้อมคุยโวว่าใช้ดาวเทียมและแบบจำลอง AI พยากรณ์อากาศได้แม่นยำระดับ NASA ซึ่งทุกสำนักงานข่าวรายงานตรงกัน

ทว่า หลังปรากฏเป็นข่าวก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า “เสีย” มากกว่าได้” ทำให้ในวันถัดมา “รัฐมนตรีลูกนก” ถึงกับหัวเสียพร้อมประกาศกร้าวว่าเป็น “ข่าวปลอม” ด้วยทำท่าจะทำให้ภาพลักษณ์ที่ติดตัวมากับ "AI Passport" ซึ่งยังคงถูกสังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพการใช้งานจริงอย่างหนัก ติดลบหนักไปกว่าเก่า

ทั้งนี้ แม้ “รัฐมนตรีลูกนก” จะบอกว่าเป็น “เฟกนิวส์” แต่ก็ยอมรับว่า โครงการนี้อยู่ระหว่างการทำ POC (การวิเคราะห์ความเป็นไปได้) ซึ่งทำตั้งแต่รัฐบาลสมัยที่แล้ว และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจริง แต่ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นตอนการจัดทำงบประมาณ หรือดำเนินโครงการใดๆ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อหาแนวทางอื่นมาเปรียบเทียบ ทั้งประสิทธิภาพสูงสุดและงบประมาณที่คุ้มค่ามากที่สุด 
ไชยชนกให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ความร่วมมือกับ Tomorrow.io นั้น ยังไม่ได้มีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 
แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือข้อสังเกตสำคัญคือ เบื้องหลังความชักช้าของ “รัฐบาลค่ายสีน้ำเงิน” ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้นเพราะมี “การเมือง” อยู่เบื้องหลังหรือไม่

เพราะเห็นได้ชัดว่า บรรดาไอโอสีน้ำเงินกำลังทำงานเพื่อพุ่งเป้าไปที่ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งแม้จะ “แย่จริง” ดังที่นักวิชาการหลายคนมีความเห็นว่า “สอบตก” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” รับผิดชอบเพียงคนเดียว เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำและการเตือนภัยมีเยอะ เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และโดยเฉพาะสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ซึ่งตั้งมาเพื่อแก้ปัญหาในการบูรณาการการทำงาน และ “รัฐบาลนายอนุทิน” คือผู้รับผิดชอบสั่งการโดยตรง

รวมกระทั่งถึง “พรรคประชาชน” กับพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ที่มีทั้ง สส.และสก.เต็มพื้นที่ ซึ่งแม้จะเคลื่อนตัวช้าจริงในการช่วยเหลือชาวบ้าน แต่เมื่อเทียบกับรัฐบาลนายอนุทินแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า เป็นแค่ส่วนปลายของปัญหาเท่านั้น