Pringles / Lay’s Stax เกมพลิกตลาดมันฝรั่งทรงกระบอก 3,600 ล้าน ในวันที่มิสเตอร์พีเปิดโรงงานไทย - Marketeer Online


หากมองภาพรวมของอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวในไทยปี 2025 ที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 50,000 ล้านบาท จะพบว่าตลาดมีโครงสร้างที่หลากหลาย โดยมี ‘มันฝรั่งทอดกรอบ’ เป็นเซกเมนต์อันดับหนึ่งที่ครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักด้วยมูลค่า 17,343 ล้านบาท 

ตลาดมันฝรั่งทอดกรอบนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะพุ่งทะยานสู่ 18,000 ล้านบาทในปี 2026 แต่หากเจาะลึกลงไปในเซกเมนต์ที่ขับเคี่ยวกันด้วยแพ็กเกจจิงอย่างตลาดมันฝรั่งทอดกรอบแบบกระป๋อง พบว่ามีมูลค่ารวมอยู่ที่ราว 3,600 ล้านบาท หรือราว 20% ของตลาดรวม 

ขณะที่อีก 80% ยังคงเป็นของมันฝรั่งทอดกรอบแบบซองที่เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มแมสได้ง่ายกว่า แต่บรรจุภัณฑ์แบบกระป๋องกลับกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาดรวม

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโต คือการทำการตลาดที่หันมาแข่งขันกันในสนาม Functional Benefit อย่างนวัตกรรมแพ็กเกจจิงและรสชาติ ควบคู่ไปกับการมอบ Emotional Benefit เพื่อสร้างความสนุกและดึงดูดพลังแฟนด้อม

ซึ่งในสมรภูมิตลาดมันฝรั่งกระป๋อง ขับเคลื่อนโดยสองแบรนด์ระดับโลกอย่าง ‘พริงเกิลส์’ (Pringles) แบรนด์ผู้บุกเบิกตลาดที่มี ‘มาร์ส’ (Mars) เป็นหัวเรือใหญ่ และ ‘เลย์ สแตคส์’ (Lay’s Stax) ภายใต้เครือเป๊ปซี่โค (PepsiCo) สองแบรนด์ที่มีภาพจำโดดเด่นและครองพื้นที่บนชั้นวางขนมขบเคี้ยวมายาวนาน

เพราะมันฝรั่งกระป๋องเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายและมีนวัตกรรมรูปทรงที่แตกต่างจากแบบซองทั่วไป การสร้างความคุ้นเคยของแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วที่สุดจึงเป็นกลยุทธ์ชี้วัดความสำเร็จ

Pringles / Lay’s Stax เกมพลิกตลาดมันฝรั่งทรงกระบอก 3,600 ล้าน 

ในวันที่มิสเตอร์พีเปิดโรงงานไทย

Lay’s Stax (เลย์ สแตคส์) แบรนด์ Pringles (พริงเกิลส์)
สหรัฐอเมริกา ประเทศต้นกำเนิด สหรัฐอเมริกา
ปี ค.ศ. 2003 ปีที่เริ่มต้นแบรนด์ ปี ค.ศ. 1968
เป๊ปซี่โคต้องการขยายฐานลูกค้าจากมันฝรั่งแผ่นเรียบแบบซอง จึงคิดค้นนวัตกรรมมันฝรั่งขึ้นรูปในกระป๋องเพื่ออุดช่องโหว่และท้าชนแบรนด์เจ้าตลาดเดิม จุดเริ่มต้น P&G ต้องการแก้ปัญหามันฝรั่งทอดกรอบแบบถุงที่มักแตกหักและอมน้ำมัน จึงให้นักเคมีออกแบบแผ่นมันฝรั่งรูปทรงอานม้าเรียงซ้อนกันในกระป๋องทรงกระบอก
บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด บริษัทผู้จัดจำหน่ายในไทย เดิมเป็นสินค้านำเข้า ปัจจุบันผลิตในไทยและอยู่ภายใต้เครือ Mars
กระป๋องพลาสติกพร้อมฝาปิด มีถาดพลาสติกใสรองด้านในเพื่อให้เลื่อนหยิบรับประทานได้ง่าย บรรจุภัณฑ์ กระป๋องกระดาษทรงกระบอกยาว พร้อมฝาพลาสติกใสและฝาฟอยล์ปิดผนึก
โทนสีน้ำเงิน-เหลือง โลโก้เลย์ที่คุ้นตา ภาพจำ โลโก้ ‘Mr. P’ (Julius Pringles) คาแรกเตอร์ชายมีหนวดใส่หูกระต่าย
Original, Sour Cream & Onion, Spicy Lobster สินค้าเรือธง Original, Sour Cream & Onion, Cheesy Cheese
ที่มา: Marketeer รวบรวม / กันยายน 2026

ช่วงเข้ามาบุกเบิกตลาดมันฝรั่งทอดกรอบแบบกระป๋อง พริงเกิลส์ ถือเป็นผู้เล่นระดับโลกที่เข้ามาสร้างมาตรฐานและภาพจำให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างชัดเจน ด้วยจุดขายด้านนวัตกรรมแผ่นมันฝรั่งโค้งทรงอานม้า และพลังความคุ้นเคยจากมาสคอต “ชาวหนวด” ประจำกระป๋อง รวมไปถึงการขยันสร้างสีสันด้วยกลยุทธ์ Collaboration ข้ามสายพันธุ์ เช่น การจับมือกับเถ้าแก่น้อย เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดขนมขบเคี้ยว

ทางด้าน เลย์ เมื่อเล็งเห็นโอกาสในเซกเมนต์นี้ จึงเลือกใช้กลยุทธ์ความได้เปรียบจากการเป็นแบรนด์มันฝรั่งทอดกรอบแบบซองในดวงใจที่คนไทยคุ้นเคย ส่ง เลย์ สแตคส์ เข้ามาบุกตลาดอย่างดุเดือด โดยอาศัยฟันเฟืองสำคัญคือระบบจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเคยกวาดรายได้รวมในประเทศระดับหมื่นล้านบาทต่อปี ทำให้สามารถปูพรมกระจายสินค้าเข้าไปยึดพื้นที่ในใจผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

สมรภูมิการแข่งขันมันฝรั่งกระป๋องกำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่ออาณาจักร มาร์ส (Mars) ธุรกิจครอบครัวสัญชาติอเมริกันที่มีประวัติยาวนานกว่า 115 ปี ได้ตัดสินใจรุกคืบอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวด้วยการเปิดโต๊ะเจรจาเข้าซื้อกิจการ Kellanova บริษัทแม่ของพริงเกิลส์

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เลย์ สแตคส์ และ พริงเกิลส์ ต่างขับเคี่ยวกันแบบหมัดต่อหมัดบนชั้นวางสินค้า ทั้งในเรื่องของความหลากหลายของรสชาติ การรักษาฐานแฟนคลับเดิม และการดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ เพื่อแย่งชิงเม็ดเงินในตลาดมันฝรั่งทอดกรอบที่กำลังจะขยายตัวแตะ 18,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีความท้าทายใหม่ที่ เลย์ สแตคส์ และ พริงเกิลส์ กำลังเผชิญ เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวมูลค่า 50,000 ล้านบาท มีการแข่งขันที่สูงขึ้นจากบรรดาขนมขบเคี้ยวทางเลือกอื่น ๆ การจะผลักดันแบรนด์ให้โตต่อเนื่องจึงต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งกว่าแค่รสชาติอร่อย แต่ต้องครอบคลุมถึงกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้าในระดับภูมิภาค

เพื่อเป็นการพลิกเกมและตอกย้ำความแข็งแกร่ง มาร์ส จึงได้ประกาศทุ่มงบลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท เดินหน้าเปิดโรงงานผลิตพริงเกิลส์แห่งแรกในประเทศไทยที่จังหวัดชลบุรี

การตั้งฐานการผลิตครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงช่วยให้กลุ่มธุรกิจของมาร์สมีความคล่องตัวในการดำเนินงานและสามารถผลิตสินค้าป้อนตลาดในประเทศได้อย่างเต็มที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นฐานการส่งออกหลักสู่ตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) โดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านับจากนี้ ศึกชิงพื้นที่ทรงกระบอกระหว่าง พริงเกิลส์ และ เลย์ สแตคส์ จะมีเสถียรภาพและแข่งขันกันอย่างดุเดือดน่าจับตามองยิ่งกว่าที่เคย