PROUD โกยกำไร Q2 โต 323% แตะ 106 ล้าน รับมาร์จิ้นฟื้น-ต้นทุนการเงินลด


บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 106.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 322.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 25.18 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 160.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 89.74 ล้านบาท

ทั้งนี้ แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2/2569 ลดลง 17.39% เหลือ 1,717.94 ล้านบาท จาก 2,079.70 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามแผนการดำเนินงานและจังหวะการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ของแต่ละโครงการ แต่ต้นทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงในอัตราที่มากกว่า 20.67% เหลือ 1,274.94 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 25.79% จาก 22.72% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสัดส่วนรายได้ของโครงการที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น แม้กำไรขั้นต้นในเชิงมูลค่าจะลดลง 6.26% เหลือ 443 ล้านบาทก็ตาม

ขณะเดียวกัน PROUD มีรายได้อื่น 11.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 781.75% จาก 1.26 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้จากการรับรู้เงินจองที่ริบจากลูกค้าที่ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ตามเงื่อนไข รวมถึงรายได้จากการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 15.57% เหลือ 200.84 ล้านบาท ตามรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.38% เหลือ 67.28 ล้านบาท จากการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 12.32% เป็น 186 ล้านบาท จาก 165.60 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 57.71% เหลือ 19.17 ล้านบาท จาก 45.33 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 37.96% สู่ระดับ 167.85 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 36.37% เหลือ 61.40 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น

ด้านงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 2,923.54 ล้านบาท ลดลง 22.42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 24.13% เหลือ 2,239.51 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้น 684.02 ล้านบาท ลดลง 16.24% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นเป็น 70.47 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,197.79% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 22.29% และ 4.88% ตามลำดับ และต้นทุนทางการเงินลดลง 52.22% เหลือ 27.60 ล้านบาท หนุนกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 16.13% เป็น 276.30 ล้านบาท และกำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 37.49% เป็น 249.73 ล้านบาท

สำหรับการรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2569 มาจากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Nue District R9, VEHHA Hua Hin และ VARUNN รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ ROMM Convent ขณะที่ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ หรือ Backlog สะสมประมาณ 4,008 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามการโอนกรรมสิทธิ์ในระยะถัดไป และเป็นปัจจัยสนับสนุนการรับรู้รายได้ของบริษัทในอนาคต

Back to top button