PSP 3 จะมีประสิทธิภาพการประมวลผล 14 TFLOPS เมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยี PSSR 3.0 - Flashfly Dot Net

PSP 3 จะมีประสิทธิภาพการประมวลผล 14 TFLOPS เมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยี PSSR 3.0

Sony ถูกลือว่ากำลังพัฒนาเครื่องเล่นเกมแบบพกพารุ่นใหม่ ภายใต้ชื่อรหัส Project Canis โดยมีกำหนดวางจำหน่ายช่วงปลายปี 2027 และอาจเปิดตัวในฐานะ PSP 3

PSP 3 จะมีประสิทธิภาพการประมวลผล 14 TFLOPS เมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยี PSSR 3.0

PSP 3 ถูกอ้างว่าจะรองรับเทคโนโลยี PSSR (PlayStation Spectral Super Resolution) 3.0 ใช้ชิปประมวลผล AMD Canis ขนาด 3 นาโนเมตร ที่ปรับแต่งขึ้นพิเศษ ซึ่งประกอบด้วย แกนประมวลผล Zen 6 จำนวน 6 แกน (แบ่งเป็นแกน Zen 6c จำนวน 4 แกน และแกน Zen 6 LP ที่เน้นประหยัดพลังงานอีก 2 แกน) หน่วยความจำ LPDDR5X แบบ Unified ขนาด 24GB พร้อมบัส 192-bit และมีการจำกัดค่า TDP (Thermal Design Power) ไว้อย่างเข้มงวดในช่วง 15W ถึง 25W

ส่วนหน่วยประมวลผลกราฟิก ประกอบด้วย Compute Units จำนวน 16 ชุด ที่ใช้สถาปัตยกรรมสมัยใหม่อย่าง RDNA 5 พร้อมรองรับคำสั่ง Dual-Issue FP32 ในโหมดพกพา ชิปจะทำงานที่ความเร็ว 1.2GHz ให้ประสิทธิภาพ 4.91 TFLOPS และเมื่อเชื่อมต่อกับแท่นวาง (Dock Mode) ความเร็วจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.65 GHz ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดที่ 6.75 TFLOPS

เนื่องจากข้อจำกัดด้านค่า TDP ในโหมดพกพา การเรนเดอร์ภายในสำหรับเกมที่กินทรัพยากรสูงจะทำงานที่ความละเอียดพื้นฐานต่ำระดับ 540p โดยอาศัยอัลกอริทึมโครงข่ายประสาทเทียม PSSR 3.0 ภาพสุดท้ายจะถูกแสดงผลบนหน้าจอของเครื่องที่ความละเอียด Native 1080p พร้อมรักษาอัตราเฟรมเรตให้เสถียรที่ 30 ถึง 60 เฟรมต่อวินาที ขณะที่เทคโนโลยีสร้างเฟรมเฉพาะของ Sony จะช่วยเพิ่มความลื่นไหลในฉากที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วให้มากขึ้นเป็น 2 เท่า และเมื่อเชื่อมต่อกับแท่นวาง เครื่องจะปรับใช้โปรไฟล์การขยายภาพขั้นสูง เพื่อลดภาระของระบบกราฟิกลงกว่า 50%

ด้วยประสิทธิภาพการสร้างภาพใหม่ผ่านโครงข่ายประสาทเทียมของ PSSR 3.0 ทำให้สมรรถนะกราฟิกเชิงทฤษฎีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยแตะระดับเทียบเท่า 10-11 TFLOPS ในโหมดพกพา และสูงถึง 14 TFLOPS เมื่อเชื่อมต่อกับทีวี เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เครื่องคอนโซล PlayStation 5 รุ่นมาตรฐานมีพลังกราฟิกอยู่ที่ 10.28 TFLOPS ขณะที่ PlayStation 5 Pro ให้พลังประมวลผลกราฟิกที่ 16.7 TFLOPS

PSP 3 จะมีประสิทธิภาพการประมวลผล 14 TFLOPS เมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยี PSSR 3.0

ข้อได้เปรียบทางเทคนิคที่สำคัญของ PSSR 3.0 เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี FSR ของ AMD คือการผสานรวมหน่วยประมวลผล Neural Network แบบฮาร์ดแวร์โดยเฉพาะเข้ามาด้วย ขณะที่อัลกอริทึม FSR แบบดั้งเดิมนั้นอาศัยเพียง Spatial Filter ทั่วไป ซึ่งมักก่อให้เกิดปัญหาภาพเบลออย่างมาก อาการภาพสั่นไหวในส่วนที่เป็นเส้นสายละเอียด และเกิดภาพซ้อน (Ghosting) ของวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ เมื่อต้องขยายสเกลภาพจากความละเอียดต้นทางที่ต่ำมากระดับ 540p ไปสู่มาตรฐานการแสดงผลที่ 1080p

สถาปัตยกรรมของ PSSR 3.0 ใช้โมเดล AI ที่ผ่านการฝึกฝนด้วยกระบวนการ Deep Learning เพื่อสร้างรายละเอียดของพื้นผิว (Texture) และรูปทรง (Geometry) ที่ขาดหายไปขึ้นมาใหม่ โดยไม่สูญเสียความคมชัด ข้อมูลจาก KeplerL2 ระบุว่า หน่วยเร่งการประมวลผล AI เฉพาะทางนี้จะมอบความได้เปรียบอย่างชัดเจนให้กับเครื่องเล่นเกมพกพาของ Sony เหนือกว่า Nintendo Switch 2 ที่มีระบบ Scaler สำหรับโหมดพกพาที่จำกัดขีดความสามารถ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถรันเกมจากคลังเกมของ PS4, PS5 และ PS6 ในอนาคตได้โดยตรง

ที่มา – Gamegpu